คนฉลาดอยู่ยาก!! ไอคิวสูงเอาตัวรอดไม่เป็น “ยิ่งเรียนสูงเรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว”

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมคนฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะ อย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, สตีฟ จอบส์ มาจนถึงเจ้าพ่ออเมซอน “เจฟฟ์ เบซอส” มักจะนิสัยไม่ดี โมโหร้าย เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ขาดความฉลาดทางอารมณ์ และใช้ชีวิตไม่เก่ง ทั้งๆที่สร้างสรรค์นวัตกรรมสารพัดให้กับชาวโลก

“คะโตะ โทะชิโนะริ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองของ ญี่ปุ่น และผู้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาสมอง KATOBRAIN อธิบายไว้ในหนังสือ “ยิ่งเรียนสูงเรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว” ว่า อัจฉริยะที่เก่งทุกด้านไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ เพราะในขณะที่สมองของคนฉลาดแสดงศักยภาพด้านที่ตนเองเชี่ยวชาญออกมาอย่างน่าทึ่ง พวกเขาก็ต้องเสียสละศักยภาพด้านอื่นๆไปด้วย เพราะการพัฒนาศักยภาพด้านหนึ่งด้านใดเป็นพิเศษ จำเป็นต้องแลกมาด้วยการทำลายศักยภาพด้านอื่นๆบ้าง เช่น ถ้าเก่งเรื่องกีฬา การจดจำสิ่งต่างๆก็จะไม่ดี ถ้าฉะฉานด้านการพูด ก็อาจบกพร่องเรื่องการทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ หรือถ้าการมองเห็นและได้ยินเป็นเลิศ ก็จะไม่เก่งเรื่องการคิดไตร่ตรอง โดยผลการวิจัยจากภาพถ่ายสมอง MRI ของคนที่เป็นอัจฉริยะ บ่งชี้ว่าพวกเขามีรหัสสมองที่ขาดการพัฒนามากกว่าคนปกติทั่วไป

คนที่เรียนเก่งไอคิวสูง รหัสสมองด้านความคิด หรือการจดจำ มักจะได้รับการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งเป็นพิเศษ กระตุ้นให้กระหายความรู้อย่างมาก และเชื่อมั่นในความรู้ของตัวเองจนดูถูกดูแคลนคนที่รู้น้อยกว่า ในทางตรงข้ามรหัสสมองด้านอารมณ์ของคนประเภทนี้จะไม่พัฒนาตามไปด้วย เพราะถูกเทรนด์ให้มุ่งมั่นจะเป็นที่หนึ่ง และเอาชนะคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้คนหัวดีจึงมักขาดสามัญสำนึก ไม่เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีง่ายๆ ไม่กล่าวคำขอโทษ เพราะไม่รู้สึกผิด ทั้งๆที่เป็นคอมมอนเซนส์ธรรมดาๆของคนทั่วไป

จากการวิจัยที่คุณหมอทุ่มเทศึกษามาพบว่า ที่จริงแล้วสมองของคนอายุ 20 ปี โดยรวมไม่ต่างกันมากนัก แต่ที่ศักยภาพสมองมีความแตกต่างกัน เพราะรหัสสมองบางด้านพัฒนา แต่ด้านอื่นๆไม่ได้รับการฝึกฝนจึงไม่พัฒนา คนที่มีไอคิวสูงและเรียนเก่งมาตั้งแต่เด็ก สมองซีกขวาไม่ค่อยได้ทำงาน ทำให้สื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เพราะควบคุมสมองด้านอารมณ์ไม่เป็น ในขณะที่คนทั่วไปยังมีความสับสน กังวล ห่วงใย และใส่ใจคนอื่น แต่สำหรับคนไอคิวสูงและเรียนเก่ง อารมณ์จะไม่ส่งผลใดๆต่อความคิดของพวกเขาเลย ความละเอียดอ่อนทางอารมณ์เป็นสิ่งที่ไม่ถนัด เพราะพวกเขาถนัดแต่การรับความรู้ปริมาณมากๆเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว

เอาจริงๆแล้วคนฉลาดหัวดีก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ เพียงแต่พวกเขา “ไร้ความสามารถ” เรื่องการสื่อสารกับคนอื่นก็เท่านั้น และไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำร้ายความรู้สึกคนอื่น เวลาเจอคนเก่งไอคิวสูงที่ดูแปลกๆเพี้ยนๆก็อย่าไปถือสาพวกเขาเลย

หนึ่งในนักธุรกิจไอคิวสูงที่ต้องต่อสู้กับความเจ้าอารมณ์ของตัวเองอย่าง “เจฟฟ์ เบซอส” ผู้ก่อตั้งอเมซอน เว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ให้สัมภาษณ์ว่า คำสอนของคุณตาที่เขาจำแม่นที่สุดคือ การเป็นคนดียากกว่าเป็นคนฉลาด และถ้าอยากประสบความสำเร็จ แค่ฉลาดอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีความเมตตาอารีด้วย สมัยเด็กๆ เบซอสบ้าวิทยาศาสตร์และการคำนวณมาก ไม่ว่าไปที่ไหน จะคำนวณเป็นตัวเลขหมด อยู่มาวันหนึ่งขณะนั่งรถไปกับตายาย ได้ยินวิทยุประกาศว่า สูบบุหรี่หนึ่งมวน จะทำให้อายุสั้นลงหลายนาที ตามประสาเด็กบ้าคำนวณ เด็กชายเบซอสคิดเลขในใจทันทีว่า คุณยายของเขาซึ่งติดบุหรี่งอมแงม จะมีอายุเหลืออยู่บนโลกใบนี้

อีกกี่ปี เมื่อได้ตัวเลขพอใจแล้ว เขาสะกิดยายที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถ และโพล่งออกไปอย่างภูมิใจว่า ถ้ายายยังสูบบุหรี่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ยายจะมีอายุสั้นลง 9 ปี แทนที่จะได้รับเสียงชื่นชมอย่างที่หวังไว้ คุณยายกลับปล่อยโฮด้วยความสะเทือนใจ จนคุณตาต้องจอดรถข้างทาง และเรียกสติหลานว่า วันหนึ่งหลานจะเข้าใจว่าการเป็นคนดีมีน้ำใจยากกว่าเป็นคนฉลาด.

ขอบพระคุณที่มา

https://www.thairath.co.th

Related posts:

1 thought on “คนฉลาดอยู่ยาก!! ไอคิวสูงเอาตัวรอดไม่เป็น “ยิ่งเรียนสูงเรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว””

  1. เพื่ออะไรคับจะสื่ออะไร อยากให้เป็นคนฉลาดหรือไม่อยากให้เป็นคนฉลาด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *