ครูต้องอ่านผลวิจัยชี้ ตัวเลือกหลอกในข้อสอบปรนัยทำให้ความจำนักเรียนแย่ลง

นักเรียนนักศึกษาที่เคยทำข้อสอบแบบหลายตัวเลือก (Multiple-choice test) หลายคนอาจจะไม่ชอบใจนัก เมื่อต้องพบกับตัวเลือกหลอกซึ่งบอกว่าคำตอบที่ให้มาทั้งหมดนั้น ถูกทุกข้อ ผิดทุกข้อ หรือถูกต้องเป็นบางข้อ เพราะต้องเค้นสมองวิเคราะห์กันอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางที่อาจารย์วางดักเอาไว้

แม้จะดูเหมือนว่าข้อสอบที่มีตัวเลือกหลอกนั้นยาก และน่าจะใช้วัดผลการเรียนในระดับสูงได้ดี แต่ผลวิจัยล่าสุดจากแวดวงจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์กลับระบุว่า ข้อสอบแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อการสอบวัดผล รวมทั้งต่อความจำและการเรียนรู้ในระยะยาว
ศ. แอนดรูว์ บัตเลอร์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันแห่งเมืองเซนต์หลุยส์ (Washington University in St. Louis) ตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นในวารสารการวิจัยประยุกต์ด้านความจำและสติปัญญา (Journal of Applied Research in Memory and Cognition) ฉบับเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ศ. บัตเลอร์บอกว่า การทำข้อสอบแบบหลายตัวเลือกจะช่วยให้นักเรียนจดจำข้อมูลได้แม่นยำและเรียนรู้ได้ลึกซึ้งขึ้นในระยะยาว ก็ต่อเมื่อข้อสอบนั้นปราศจากตัวเลือกหลอก ซึ่งจะไปขัดขวางกระบวนการทางสมองไม่ให้ดึงข้อมูลที่ถูกต้องจากในอดีตมาใช้ มิหนำซ้ำยังไปสร้างความทรงจำใหม่ที่เป็นข้อมูลผิดซึ่งเชื่อมโยงกับตัวเลือกหลอกในข้อสอบอีกด้วย


“ข้อสอบปรนัยแบบหลายตัวเลือกที่ดีนั้น ควรจะอยู่ในรูปแบบที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการทางสมอง ดึงเอาความรู้ที่ถูกต้องซึ่งจำได้แล้วจากในอดีตออกมาประมวลผลใหม่ ซึ่งการระลึกถึงสิ่งที่จำได้แล้วในแต่ละครั้ง จะทำให้เกิดความเข้าใจลึกซึ้งต่อประเด็นหนึ่ง ๆ ขึ้นมาในรูปแบบใหม่ทุกครั้ง อันเป็นผลจากการประกอบสร้างความทรงจำที่เกี่ยวข้องขึ้นมาใหม่”

“แต่ตัวเลือกหลอกในข้อสอบจะไม่ทำให้เกิดกระบวนการทางสมองที่ว่านี้ โดยผู้ทำข้อสอบจะหันไปมุ่งวิเคราะห์องค์ประกอบทางภาษาของประโยคคำตอบในแต่ละข้อแทน ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้ทำข้อสอบใช้การเดามากขึ้นอีกด้วย”

“ข้อสอบที่ดีนั้นควรจะมีระดับความยากมากพอที่จะท้าทายต่อนักเรียนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ควรให้ยากมากจนเกินไป เพราะความล้มเหลวที่เกิดจากการตอบผิดนั้น อาจเสริมให้จำข้อมูลความรู้ผิด ๆ ไว้ในสมองมากขึ้นได้” ศ. บัตเลอร์ กล่าว

ข้อสอบแบบหลายตัวเลือกนั้นเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เพื่อตรวจวัดบุคลิกภาพของทหาร และต่อมาเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมักใช้ในการวัดระดับสติปัญญา การสอบคัดเลือกเข้าเรียนหรือเข้าทำงานในสถาบันต่าง ๆ แม้กระทั่งใช้ในแบบทดสอบเพื่อหาคู่ทางออนไลน์

ขอบพระคุณบทความจาก

https://www.bbc.com

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *