ครูไทย…วิชาชีพที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง!

ครูคือหนึ่งในอาชีพที่มีความสำคัญต่อสังคม เกือบทุกประเทศทั่วโลกล้วนมีธรรมเนียม วัฒนธรรม และค่านิยมอันดีต่อครู สำหรับสังคมไทยอาชีพครูได้รับการยกย่องสูงในฐานะผู้มีวิชาความรู้และเป็นผู้เสียสละสร้างคนดีให้กับสังคม แต่ด้วยเหตุนี้ทำให้ครูได้รับการคาดหวังจากสังคมมากเป็นพิเศษซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันหรือผลเสียต่อครูได้หากครูไม่ทำความเข้าใจและรับมือกับความคาดหวังเหล่านั้นให้ดี

 

1.ความคาดหวังจากตัวเอง อยากจะให้เด็กๆ เป็นคนดีและเก่งได้ดั่งใจ

เมื่อครั้งที่เริ่มเรียนครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ นิสิต/นักศึกษาหลายคนคาดหวังว่าตัวเองจะต้องเป็นครูที่ดี หลายคนได้แรงบันดาลใจจากครูของตัวเองเรื่องความทุ่มเทในการสอนและเสียสละ แต่เมื่อเริ่มปฏิบัติการฝึกสอนความจริงกลับไม่ง่ายเช่นนั้นเพราะไม่ใช่นักเรียนทุกคนจะเข้าใจในสิ่งที่เราสอน เด็กหลายคนไม่สนใจการเรียน ไม่ทำการบ้าน หรือแม้แต่ดื้อแพ่งกับครู ความรู้สึกว่าเราไม่สามารถทำได้อย่างที่หวังกลายเป็นความกดดันตัวเอง แต่นั่นยังไม่เท่ากับเมื่อได้ทำงานเป็นครูจริงๆ เพราะเมื่อหมดสถานะของการเป็นนิสิต/นักศึกษาแล้ว ความรับผิดชอบในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งจะทำให้เรารู้สึกกดดันยิ่งขึ้นเมื่อผลการสอนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้

2.ความคาดหวังจากสังคม

ถ้าครูมองสังคมรอบตัวจะพบว่าสังคมสร้างภาพครูไว้ในมุมบวกเป็นอย่างมาก กล่าวคือครูคือผู้สร้างคน คือบุคลากรที่สำคัญของประเทศ และเป็นแบบอย่างของเยาวชน สังคมทั่วโลกก็มีความคาดหวังต่อครูในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น ครูไม่ควรดื่มสุรา หรือครูไม่ควรใช้ความรุนแรงกับนักเรียน ทุกวันนี้เราจะพบว่าข่าวสารในทางลบเกี่ยวกับครูแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วเพราะเราอยู่ในยุคสื่อสังคมออนไลน์ แม้กระทั่งการสอนที่ผิดพลาดก็อาจถูกนำไปเปิดเผยต่อสังคมได้เช่นกัน การแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วของข่าวในทางลบคือภาพสะท้อนว่าสังคมคาดหวังครูให้มีความประพฤติและความรู้ในทางที่ดี ต่อเมื่อครูทำไม่ได้จึงถูกตำหนิและกดดันผ่านกระแสสังคม

3.ความคาดหวังจากหัวหน้างาน

เป็นเรื่องปกติในการทำงานที่ครูทุกคนย่อมได้รับความคาดหวังจากหัวหน้างาน ทั้งหัวหน้าภาควิชาไปจนถึงผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูใหญ่ แต่ความคาดหวังจากหัวหน้างานในวิชาชีพครูไม่ใช่แค่การคาดหวังในเรื่องการสอน แต่ยังรวมถึงการปฏิบัติตามนโยบาย และการร่วมมือเพื่อพัฒนาโรงเรียนหรือผลิตงานตามความต้องการของผู้บริหาร โดยระบบราชการไทยแล้วครูชั้นผู้น้อยหรือครูรุ่นเยาว์ก็ไม่อาจขัดนโยบายของผู้ใหญ่ในสถานศึกษาของตนเองได้ การที่เราไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของหัวหน้างานได้สำเร็จย่อมนำมาซึ่งการถูกตำหนิซึ่งอาจบั่นทอนกำลังใจของครูในการทำงานต่อไป

4.ความคาดหวังจากผู้ปกครอง

ปัจจุบันผู้ปกครองคือกลุ่มผู้มีความคาดหวังต่อครูสูงสุดในแง่ของประสิทธิภาพการสอน แต่ในขณะเดียวกันผู้ปกครองก็คาดหวังว่าบุตรหลานของตนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม เช่น เมื่อบุตรหลานของตนได้คะแนนต่ำกว่าที่คาดหวังหรือถูกทำโทษโดยครู ผู้ปกครองอาจปรากฏตัวที่โรงเรียนเพื่อถามเหตุผล ที่น่ากังวลคือผู้ปกครองอาจไม่ได้ถามครูผู้สอนวิชาโดยตรง แต่ไปถามกับผู้บริหารหรือหัวหน้าภาควิชาซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของครูได้ ผู้ปกครองจึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่สามารถสร้างแรงกดดันต่อครูได้มากเพราะความคาดหวังของพวกเขาแต่ละคนไม่เหมือนกันและยังไม่เท่ากัน

5.ความคาดหวังจากนักเรียน

นักเรียนคือกระจกสะท้อนการสอนของครูโดยตรง และแน่นอนว่าพวกเขาเองก็มีความคาดหวังต่อครูเช่นกัน นักเรียนบางคนคาดหวังการสอนที่มีประสิทธิภาพ แต่บางคนกลับคาดหวังจะได้รับความเห็นใจหรือความเข้าใจ การรับมือกับความคาดหวังของนักเรียนจึงนับว่าเป็นเรื่องยากเพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่านักเรียนกำลังคิดอะไรหรือรู้สึกอย่างไร ครูจึงต้องอาศัยประสบการณ์เพื่ออ่านใจ นอกจากนี้ นักเรียนไม่ได้คาดหวังแค่การสอนรู้เรื่องไม่รู้เรื่องเท่านั้นแต่ยังรวมเรื่องส่วนตัวด้วย เช่น บางกรณีครูต้องทำหน้าที่เพื่อนเพื่อรับฟังเรื่องส่วนตัวของนักเรียน เป็นต้น ครูจึงไม่ใช่แค่ผู้สอนหนังสือ แต่ยังต้องสอนวิชาชีวิตให้แก่นักเรียนด้วย

6.ความคาดหวังจากครอบครัวที่ตัวเองรับผิดชอบ

นับจากพ่อแม่ของครูไปจนถึงญาติพี่น้องและสุดท้ายครอบครัวของครูเอง พวกเขาคือบุคคลที่มีความสำคัญต่อชีวิตส่วนตัวของครู พ่อแม่ของครูย่อมดีใจที่ครูได้ทำงานแต่ด้วยคุณลักษณะของสังคมไทยที่พ่อแม่หวังให้บุตรหลานมาดูแลยามชรา ครูหลายคนจึงต้องแบ่งเวลามาทำหน้าที่ของลูกที่ดี ขณะเดียวกันครอบครัวที่ครูสร้างขึ้นมาไม่ว่าจะในฐานะสามีหรือภรรยา/พ่อหรือแม่ ครูก็ต้องรับผิดชอบทั้งการดูแลบ้าน เรื่องการเงิน สั่งสอนบุตรของตนเอง หากครูใส่ใจงานสอนจนละเลยเรื่องทางบ้านก็อาจนำมาซึ่งปัญหาชีวิตส่วนตัวที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของตนเองในที่สุด ทั้งนี้เพราะครอบครัวของครูก็มีความคาดหวังว่าครูจะให้เวลาดูแลและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตลอด มีไม่มากนักที่สมาชิกในครอบครัวจะเข้าใจว่าวิชาชีพครูเป็นงานที่มีภาระสูงเพียงใด

สรุปรวม

การรับมือความคาดหวังทุกด้านในคราวเดียวนับว่ายากยิ่ง ในเบื้องต้นครูจึงควรพิจารณาลำดับความสำคัญ ครูควรเข้าใจตนเองเป็นลำดับแรกเพื่อปรับความคาดหวังให้เป็นจริงมากขึ้น จากนั้นจึงคุยกับครอบครัวให้ชัดเจนเรื่องการให้เวลาเพราะครอบครัวของเราเป็นรากฐานสำคัญของชีวิต เมื่อเราจัดการตนเองได้แล้วเราจะมีสติและปัญญามากขึ้นในการพัฒนางานสอนของตนเอง หากการสอนออกมาไม่ดีเราอาจขอคำปรึกษาจากครูรุ่นพี่ ใช้อินเตอร์เน็ตค้นคว้า หรือพูดคุยกับนักเรียนเพื่อหาทางออกร่วมกัน เมื่อการสอนดีเราก็จะลดปัญหาความคาดหวังของผู้ปกครองลงได้มาก สุดท้ายกับความคาดหวังจากหัวหน้างานนั้น เราควรถือคติว่าความสุขอยู่ที่การสอน ส่วนงานนโยบายคือหน้าที่เพื่อรักษางาน ถ้าเราทำงานส่วนนี้ได้ดีตามหน้าที่ สถานะงานของเราก็จะมั่นคงและมีปัญหาจากผู้บริหารน้อยลง

อิทธิพล จึงวัฒนาวงค์

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *