ความดีความชอบครู กระบวนพิจารณาแบบ ‘ลิงหลอกเจ้า’

เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าข้าราชการส่วนใหญ่อาศัยเงินเดือนที่ได้รับจากภาษีประชาชนเป็นรายได้หลัก ความคาดหวังของข้าราชการทุกคนคือการได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นทุกปี และหวังว่าจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษสูงกว่าปกติ (2 ขั้นเป็นค่าตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยทุ่มเทจากการทำงาน

ตามกฎ ก..ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.. 2550 ข้อ 7  ซึ่งวางแนวทางการพิจารณาไว้ ดังนี้ 

1)  ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันก่อให้เกิดประโยชน์และผลดีอย่างยิ่งต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้   

2)  ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์โดยได้ค้นคว้าหรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาเป็นพิเศษ และทางราชการได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือสิ่งประดิษฐ์นั้น   

3)  ปฏิบัติงานหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมากหรือมีการต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ

4) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าหน้าที่ความรับผิดชอบจนเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาเป็นพิเศษ  และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย 

5)  ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำ  เหน็ดเหนื่อย  ยากลำบากเป็นพิเศษ  และงานนั้นได้ผลดียิ่ง เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษา   

6)  ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งทางการศึกษาจนสำเร็จเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ

แต่โดยข้อเท็จจริงที่รับรู้กันจนเป็นเรื่องปกติแล้วก็คือ ใครจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษ มักจะไม่ได้ใช้แนวทางการพิจารณาทั้ง ข้อ ดังกล่าว

ทำให้มีหลายกรณีได้กลายเป็นเหตุให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในหน่วยงานขึ้นเกิดการร้องเรียนและฟ้องร้องต่อศาลระหว่างผู้มีอำนาจพิจารณาและผู้ใต้บังคับบัญชาอันเนื่องจากกระบวนการพิจารณาฯไม่เกิดความชอบธรรมไม่เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่กำหนดในกฎหมายมีการบิดเบือนอำนาจให้เข้าประโยชน์ตน

เป็นต้นว่ามอบให้แก่คนใกล้ชิดหรือคนที่เป็นพรรคพวกของตนและเลวร้ายที่สุดคือให้แก่คนที่ตอบแทนผู้มีอำนาจพิจารณาด้วยอามิสสินจ้างเป็นตัวเงิน

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ไม่มีใครกล้าแสวงหาหลักฐานมาร้องทุกข์กล่าวโทษ คงปล่อยให้ผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ขวัญกำลังใจของข้าราชการครูเป็นพลังอันสำคัญที่ส่งผลให้ครูมุ่งหน้าสู่คุณภาพการศึกษาแม้จะไม่ได้รับรางวัลความดีความชอบประจำปีแต่ครูส่วนใหญ่ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานตามหน้าที่ต่อไป

แม้ว่าพอนึกถึงเรื่องการพิจารณาความดีความชอบทีไร กลายเป็นสิ่งที่ขุดเอาความห่อเหี่ยว ท้อแท้ มาหลอกหลอนความรู้สึกทุกครั้ง

หากเป็นไปตามธรรมชาติของรอบระยะเวลาโควตาปกติก็คงพอทำใจได้แต่จะให้เอาเงินซื้อเอาเหมือนผักปลาในตลาดคงเป็นเรื่องที่ครูปกติจะทำได้

ไหนๆ ก็จะปฏิรูปการปราบทุจริตคอร์รัปชั่นกันแล้ว ก็อย่าปล่อยให้มะเร็งร้ายนี้อยู่ในวงการอุบาทว์ต่อไปเถิดสาธุ

http://bangkok-today.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *