ความรู้เบื้องต้นกับผู้ที่สนใจทำ ​Homeschool!

มีคนสอบถามเข้ามาที่ผมหลายคนนะครับ กรณี หลักสูตร HomeSchool ต่างประเทศ ขอรวมมาตอบทีเดียวเลย

1.มีอยู่ครับ ที่ผ่านมาส่วนมากแต่ละบ้านสมัครตรงเองกับทางต่างประเทศ หรือแชร์ข้อมูลมาจากครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว จะเป็นการลงทะเบียนผ่านเว็บต่างประเทศ แล้วเขาส่งหลักสูตรและสื่อการเรียนมาให้ อาจมีการติดตาม หรือสื่อสารกับทางเจ้าของหลักสูตร ราคามีตั้งแต่ปีละไม่กี่พันบาท จนถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งการรับรองในประเทศต้องตรวจสอบกับทางกระทรวงศึกษาเองครับ หรือถ้ามีประกาศนียบัตร GED certificate จะสามารถใช้ได้เทียบเท่าม.6 ไทย หรือ IGCSE เทียบเท่าม.4 ส่วนผู้เรียน ในกรณีที่เป็นเด็กที่อยู่ในประเทศไทยแล้วไม่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงศึกษาในทางใดทางหนึ่ง ปกติถือว่าผิดกฎหมายครับ

2.กรณีศูนย์ HomeSchool ในประเทศที่ใช้หลักสูตรต่างประเทศ ในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานศึกษาตามกฎหมายไทย ต้องตรวจสอบกับศูนย์เองครับ หรือตรวจสอบไปให้ถึงต้นทางหรือสำนักงานในต่างประเทLเองในเรื่องการออกวุฒิ การสมัครเรียน ขึ้นกับดุลยพินิจของผู้สมัครครับ ค่าใช้จ่ายจะขึ้นกับแต่ละศูนย์กำหนดเอง การจัดตั้งองค์กรขึ้นกับแต่ละศูนย์ครับว่าจัดตั้งตามกฎหมายข้อใด หรือเสียภาษีเงินได้ในหมวดใด (หนังสือ สื่อการเรียนทั้งหลาย สั่งซื้อได้ทั่วไปครับ ใครๆ ก็ซื้อเข้ามาได้) ส่วนผู้เรียน ในกรณีที่เป็นเด็กที่อยู่ในประเทศแล้วไม่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงศึกษาในทางใดทางหนึ่ง ปกติถือว่าผิดกฎหมายครับ

3.การจดทะเบียนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือ HomeSchool ด้วยตนเอง กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษา ขั้นตอนไม่ยุ่งยากครับ ผู้จัด(พ่อแม่หรือครู)ใช้วุฒิขั้นต่ำม.6 และเอกสารประจำตัวทั่วๆ ไป มีปัญหาจุกจิกทั่วๆ ไปเหมือนการติดต่อราชการไทยตามปกติพอให้รำคาญ ไม่เสียค่าใช้จ่าย หลังจากจดทะเบียนแล้วจะได้รับเงินอุดหนุนรายปี แปดพันถึงหมื่นกว่าบาทต่อปี ขึ้นกับระดับชั้น ประเมินหรือไปเจอหน้าเจ้าหน้าที่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถ้าซื้อหลักสูตรต่างประเทศเข้ามาใช้เองแล้วลอกตามนั้น หรือใช้หลักสูตรแกนกลางของกระทรวง จะจดไม่ยาก ที่ว่ามีปัญหากันเรื่อยๆ คือกรณีอยากแต่งหลักสูตรเองที่ไม่เหมือนกับที่กระทรวงเขียนไว้ (ซึ่งเป็นสิทธิที่บ้านเรียนทำได้ตามกฎหมายครับ) จดทะเบียนเสร็จกลับบ้านได้เลย จะจ้างครูมาสอนก็ได้ จะสอนเองก็ได้ เอาไปฝากรร.สอนพิเศษก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ

4. การจดทะเบียนกับศูนย์การเรียนที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงศึกษา อันนี้ตามแต่นโยบายของศูนย์การเรียนนั้นๆ ครับ ทั้งเรื่องวิธีการเรียนและค่าใช้จ่าย ตรวจสอบรายชื่อศูนย์การเรียนได้กับกระทรวงศึกษาโดยตรง

5. การจดทะเบียนกับ umbrella school เช่นรร.หมู่บ้านเด็ก รร.รุ่งอรุณ หรือโรงเรียนอื่นๆ ที่มีโครงการ HomeSchool นโยบาย ค่าใช้จ่าย ขึ้นกับรร.นั้นๆ ครับ มีรหัสนักเรียนเทียบเท่านักเรียนในรร.นั้นๆ เลย
6. กศน. ปกติจะรับสมัครอายุขั้นต่ำ 14 ปี แต่กรณีอายุน้อยกว่านั้นและไม่ได้เข้าโรงเรียน สามารถขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาออกใบส่งตัวให้ได้ครับ เข้าเรียนได้ตั้งแต่อายุ 7 ปีเลย ทั่วๆ ไปคือไปเรียนอาทิตย์ละวัน เรียนฟรี นอกจากวิชาที่เปิดสอนเป็นพิเศษนอกหลักสูตร

7. ศูนย์ศึกษาทางไกล ในสังกัดกศน. รับสมัครเฉพาะระดับมัธยม ไปสมัครแล้ว รอสอบอย่างเดียวครับ เรียนฟรี นอกจากวิชาที่เปิดสอนเป็นพิเศษนอกหลักสูตร
8. ข้อ 3-7 ผู้เรียนจะมีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับนักเรียนในรร.ทุกประการครับ เรียนรด.ได้ ไปแข่งกีฬาในนามหน่วยงานได้ เข้าร่วมหรือสอบรับทุนได้ สอบ onet nt (ถ้าต้องการ) ได้ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายในการสมัครเรียนต่อ หรือสมัครงานต่างๆ ที่อ้างอิงวุฒิการศึกษาตามกฎหมายครับ

9. ดำดิน ไม่จดทะเบียนเลย ผิดกฎหมายครับ บางคนก็หลบกฎหมายไปเรื่อยๆ แล้วไปสมัครกศน.ตอนโต หรือไปเข้ารร.ติว แล้วสอบ GED หรือ IGCSE ทีเดียวเลยก็มี เทียบเท่ากับในข้อ 1 และ 2

…เขียนชี้แจงเพื่อให้ข้อมูลแก่สมาชิกกลุ่มตามความเป็นจริงนะครับ ไม่ได้กล่าวโทษผู้ใดหรือองค์กรใด และต้องขออภัยหลายๆท่านล่วงหน้าด้วยครับ คิดอยู่นานมากว่าจะเขียนดีหรือเปล่า

เพิ่มเติมความเห็นส่วนตัวครับ

กรณีศูนย์ homeschool แนะนำให้ไปจดทะเบียนเป็นสถานศึกษาตามกฎหมายข้อใดข้อหนึ่ง ที่เหมาะสมน่าจะเป็น ศูนย์การเรียน ซึ่งจดทะเบียนได้โดยบุคคล หรือชุมชน หรือนิติบุคคลเช่นบริษัทห้างร้านหรือมูลนิธิก็ได้ครับ หรือถ้าไม่สะดวกจดจริงๆก็ควรแนะนำให้สมาชิกแต่ละท่านไปจดทะเบียนให้ถูกต้องเป็นรายบ้านไปเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลังครับ เช่นในกรณีศูนย์มีความจำเป็นต้องยุติการดำเนินการ ผู้เรียนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและเข้ารับการศึกษาในระบบอื่นต่อไปโดยได้รับวุฒิการศึกษาต่อเนื่อง

http://powerfulkids.info

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *