ความเป็นครูของครูไทยที่สังคมคาดหวัง

การเป็นครูนั้นไม่ใช่ว่าใครที่พอมีความรู้หรือท่าทางน่าเชื่อถือก็จะมาเป็นครูได้ ครูเป็นคุณลักษณะที่ผู้ประสงค์จำดำเนินอาชีพนี้ต้องฝึกฝนศึกษาจนเชี่ยวชาญ จนเป็นที่ยอมรับขององค์กรวิชาชีพในระดับหนึ่งเป้นอย่างน้อย ทั้งนี้เพราะครูเป็นทั้งฐานะของบุคคลและวิชาชีพที่สังคมตาดหวังว่าจะต้องมีบทบาท ความสำคัญ หน้าที่ ความรับผิดชอบ คุณลักษณะ บุคลิกภาพ ค่านิยม จรรยาบรรณ และคุณธรรมที่เป็นแบบอ่างได้นั่นเอง หากจะคิดต่อไปว่าความเป็นครูของครูไทยควรเป็นอย่างไรในประเด็นนี้ ศาสตราจารย์สุมัน อมรวิวัฒน์ (2535 : 468-474) อธิบายได้อย่างชัดเจนอย่างยิ่งว่า ดังนี้

                1. ครูคือมนุษย์

                ในโลกนี้มีพลโลกอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรกคือคน และประเภทที่ 2 คือมนุษย์ พวกที่เป็นคนนั้น เป็นเพียงสิ่งที่มีชีวิตชนิดหนึ่งที่พัฒนาแต่ร่างกายและความเป้นอยู่แต่จิตใจและความรู้สึกนึกคิดหาได้พัฒนาขึ้นไม่ แต่ละวันจะดำเนินไปตามแรงกระตุ้นของสัญชาตญาณ หิวก็กิน ง่วงก็นอน ใครทำให้ขัดใจก็โกรธและทำร้า เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งดีเอาแต่ใจ ให้ไม่เป็น ชัยชนะเกิดจากการทำลายผู้อื่น หลงติดอยู่ในกามและเกียรติยศ หัวใจจึงร้อนเร่าและทุรนทรายอยู่ตลอกเวลา คนพวกนี้ถ้ามาเป้นครู ก็จะคิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรถึงจะได้รับ ไดเลื่อนและได้รวย คิดถึงแต่ตัวเอง ซึ่งก็คือผู้รับจ้างสอนหนังสือเท่านั้นเอง

                ต่อมาคนใดก็ตามที่เริ่มรู้จักวิเคราะห์และปรับปรุงตนเองได้ ฝึกฝนอบรม กาย วาจาและใจ ให้ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักของความพอดีและไม่ประมาท รู้จักเป็นผู้ให้และเป็นผู้ที่รักคนอื่นมากกว่าตนเอง ฝึกการใช้สติปัญญาความรู้ที่มีอยู่ เพื่อสร้างสรรค์มากกว่าการทำลาย เห็นคุณค่าของเพื่อน มนุษย์ คุณค่าของธรรมชาติแวดล้อม และคุณค่าของพัฒนาตนตามทำนองคลองธรรม ชีวิตและจิตใจอยู่เหนือสัญชาตญาณ สามารถระงับอารมณ์อันป่าเถื่อนลงได้ เป็นผู้ที่มีจิตใจสูง และมีจิตใจอิสระ เป็นมนุษย์ที่แท้จริงนั่นเอง ครุที่เป็นมนุษย์เท่านั้นจึงจะเป้นครูได้

                2. ครูคือกัลยาณมิตร

                ความหมายของกัลยาณมิตรนั้น กว้างไกลและลึกซึ้งยิ่งกว่ามิตรแท้ เพราะนอกจากจะเป็นเพื่อนที่มีความจริงใจต่อกันและกันแล้ว กัลยาณมิตรยังเป็นผู้ชี้แนะและช่วยเหลือให้เกิดความเจริญอย่างชอบธรรม ครูที่ยืนสอนอยู่คนเดียวทุกวันๆ นั้นเป็นเพียงผู้บอกวิชา แต่ครูที่มองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง ของสังคม และเห็นว่านักเรียนคือมนุษย์ที่มีหัวใจ มีความรู้สึกนึกคิด มีพ่อแม่ที่ส่งลูกมาหาครู มาอยู่กับครูที่โรงเรียน ด้วยความคาดหวังที่จะทำงานหนักและมีความรับผิดชอบที่จะจัดกระบวนการและกิจกรรมทุกอย่างให้ลูกศิษย์ของตนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีความรู้ ความสามารถ ความคิดและความดี

                เมื่อนักเรียนเดินเข้ามาหาครูนั้นย่อมหวังว่าจะได้พบมนุษย์คนหนึ่งที่จะให้ความรักละความรู้ความคิดที่สูงและกว้างไกล ที่จะพึ่งพาได้ ที่จะช่วยให้เข้าใจเมื่อสงสัย ช่วยให้เย็นเมื่อเดือดร้อน ช่วยให้เห็นทางสว่างเมื่อมืดมนช่วยให้เลือกตัดสินใจได้ด้วยตนเองเมื่อสับสนวุ่นวาย นักเรียนจะต้องมั่นใจว่า เมื่อมาหาครู จะพบกับรอยยิ้มิใช่ด้วยหยาดน้ำตา หัวใจของครู จึงเป็นหัวใจของมิตร มิตรที่เป็นกัลยา คืองดงาม เที่ยงตรงเปี่ยมด้วยวิชชาและกรุณาต่อศิษย์ ครูที่มีหัวใจเป็นกัลยาณมิตรของศิษย์เท่านั้น จึงจะเป็นครูที่ดีเด่นที่แท้

                3. ครูคือผู้นำทางปัญญาและวิญญาณ

                วิญญาณ คือความรู้แจ้งหยั่งรู้ว่าอะไรคือสิ่งผิดชอบชั่วดี อะไรคือบุญและบาปอะไรคือความจริงและเท็จและอะไรคือความวิวัฒน์และความวิบัติผู้ที่จะมีวิญญาณเช่นนี้ จะต้องได้รับการฝึกหัดขัดเกลาได้รับการสั่งสอนฝึกฝนให้รู้จักภาวะที่แท้จริงของธรรมชาติ หน้าที่และกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติและประจักษ์ผลที่เกิดจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

                นักเรียนจะมีปัญญาและวิญญาณที่ดีได้ก็ต่อเมื่อครูเป็นผู้รู้แจ้งรู้จริงและคิดชอบและสามารถเป็นผู้นำทาง ที่ถูก ที่ควร ให้เจริญรอยตามโดยนัยนี้ครูจึงเป็นแบบอย่างและแม่พิมพ์ แต่ครูจะไม่ครอบงำและบังคับให้ศิษย์เป็นทาสความคิดของครู นักเรียนเป็นมนุษย์ เป็นตัวของตัวเอง ที่อาจจะเดินตมครูได้ แต่ต้องเดินวิธีและท่าทางของตนเอง ถ้าครูนำทางให้ถึงหมายอันพึงประสงค์ของหลักสูตรได้ ครูก็ได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว ครูที่เป็นผู้นำทางปัญญาและทางวิญญาณนั่นเอง จึงเป้นครูที่ดีเด่นจริง

4. ครูคือผู้มีศาสตร์และศิลปะ

                ผู้ที่เป็นครู ต้องสามารถประกาศได้ว่า วิชาครูนั้นเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง เป็นศาสตร์ที่มีพื้นฐานมาหนักแน่น มีหลักการและทฤษฎี มีวิธีการและแนวปฏิบัติ สามารถวิจัยและพัฒนาให้เกิดความรู้ใหม่ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพและคุณธรรม เป็นศาสตร์ที่สร้างสรรค์ให้ชีวิตและจิตใจของมนุษย์ให้มีคุณภาพและคุณค่าต่อตนเองและส่วนรวม ครุศาสตร์จึงมิใช่ สามัญสำนึก (Common Sense) ไม่ใช่การเอาชีวิตของเด็กมาลองผิดลองถูกและไม่ใช่การลงทุนธุรกิจ ผู้ที่เป็นครูจึงต้องได้รับการฝึกฝนอบรมทั้งในวิธีที่เป็นระบบและในครรลองของประสบการณ์

                การเป็นครู คือการพัฒนาคุณภาพของชีวิต อะไรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตต้องมี คุณ (คือประโยชน์) มี งาม (คือความประณีตละเอียดอ่อน เป็นระเบียบ) และมีความดี (คือคุณธรรม) ศิลปะของการสอน ศิลปะของการสร้างความสัมพันธ์ ศิลปะของการกล่อมเกลาจิตใจ และความประพฤติเป็นคุณงามความดีที่ครูต้องสร้างและสั่งสมเอาไว้ตลอดชีวิตของครู ครูดีเด่นจึงต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสอน

                5. ครูคือผู้ที่ดำรงและค้ำจุนความเป็นไทย

                ประเทศชาติจะมั่นคงได้อย่างไร อิสรภาพที่ไหน ถ้าบ้านเมืองมีรั้วรอบขอบชิดแข็งแรง แต่ภายในบ้านเมืองนั้น มีแต่ความยับเยินทางเศรษฐกิจ มีแต่ความเป็นทาสทางวัฒนธรรม มีแต่ทาสทางความคิดที่ปล่อยไปไม่ได้

                ครูจึงเป็นกลุ่มบุคคล ที่ต้องตรากตรำต่อสู้กับความโง่เขลา ความไม่รู้และความจนตรอกทางความคิด

                การรู้จักมองคนอื่น และศึกษาแนวคิดของผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ครูไทยต้องเป็นคนที่มีหลักและมีความเป็นไทย ครูไทยต้องรู้ว่า ประวัติความเป็นมาและการสอนแบบไทแท้ๆ นั่นเป็นอย่างไร คุณค่าอันสูงส่งของการศึกษาไทยนั้นอยู่ที่ไหนจะจัดการสอนโดยนำปรัชญาของไทยเองมาใช้ไดอย่างไร จึงจะเกิดวิธีอันกลมกลืนเหมาะสมกับสภาพของเด็กไทย และชุมชน

                จากคำบรรยายของศาสตราจารย์ สุมน อมรวิวัฒน์ ที่ได้แสดง ในการประชุมวิชาการ ของครูประถมศึกษาดีเด่นที่ไปรับรางวัลเมื่อ พ.ศ. 2539 นั้น อาจจะกล่าวได้ว่าการเป็นครูนั้นไม่ใช่ใครจะเป็นก็เป็นได้ การเป็นครูคือจะต้องเป็นมนุษย์ เป็นผู้นำทางปัญญาละวิญญาณ เป็นกัลป์ยานมิตร เป็นผู้มีศาสตร์และศิลป์ และเป็นผู้ค้ำจุนความเป็นไทย ฉะนั้นผู้ที่เข้าสู่วงการครูมีความประสงค์จะประกอบวิชาชีพครู จึงต้องมีความศรัทธาในวิชาชีพและกำหนดรูปแบบของครูที่ตนจะเป็น แล้วหมั่นฝึกฝนจิตใจ ความคิด สติปัญญาและความประพฤติปฏิบัติตนไปตามรูปแบบที่ตนกำหนดไว้ก็ย่อมสามารถเป็นครูที่ดีได้

https://sites.google.com/site/krutubtib/khru/khwam-hmay-khxng-kha-wa-khru

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *