ชมรม ผอ.สพท.ต้านโครงสร้าง ศธจ.ล่า 5 หมื่นชื่อจี้ รมว.ศธ.คืนอำนาจเขตพื้นที่ฯ

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายพีรพงศ์ สุรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (ผอ.สพป.) นครราชสีมา เขต 7 ในฐานะสมาชิกชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นับแต่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 ก็ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย แต่เป็นที่รับรู้ตรงกันว่ามีความขัดแย้งทั่วประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากการเพิ่มโครงสร้าง ศธจ.ทำให้เพิ่มขั้นตอนการทำงาน สร้างความยุ่งยาก เสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ ยกตัวอย่างการแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน แต่งตั้งรักษาการรองผู้อำนวยการโรงเรียน หรือการลาออกของข้าราชการครู เดิมเรื่องต่างๆ สามารถจบที่สพท. แต่เมื่อมี ศธจ.ตามโครงสร้างใหม่ เรื่องส่งมาที่ สพท.แล้ว จะต้องเดินทางไปที่ ศธจ.เพื่อให้ ศธจ.ลงนาม แล้วใช่ว่าไปถึงแล้ว ศธจ.จะลงนามได้ทันที บางครั้งแฟ้มยังตั้งอยู่ที่โต๊ะ ศธจ. หลายวันกว่าจะลงนาม ขณะที่ สพท.และ ศธจ.ไม่ได้อยู่ใกล้ อย่าง สพป.นครราชสีมา เขต 7 กับศธจ. ไปกลับใช้เวลาหลายร้อยกิโลเมตร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเบิกได้ เพราะงบประมาณเขตพื้นที่ฯจำกัด

“ความขัดแย้งระหว่าง สพท.และ ศธจ.ไม่ใช่เกิดแค่กับ สพป.นครราชสีมา เขต 7 กับ ศธจ.นครราชสีมา แต่เป็นที่รู้กันว่าเกิดขึ้นทั่วประเทศ มีศธจ.แล้ว งานของเขตพื้นที่ฯไม่ได้ลดน้อยลง ทุกอย่างเราก็ยังทำงานกันเหมือนเดิม เพียงแต่เพิ่มขั้นตอนการทำงานให้ยุ่งยากและเสียเวลามากขึ้น โดยต้องนำเอกสารไปให้ ศธจ.เซ็นด้วย เป็นการเพิ่มขั้นตอนโดยใช่เหตุ สุดท้ายบางเรื่องก็ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนและครู เนื่องจากการเพิ่มขั้นตอนทำให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนต่างๆ” ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 7 กล่าว

นายพีรพงศ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ พยายามเคลื่อนไหวต่อต้านมาโดยตลอด โดยมีการรวบรวมรายชื่อเพื่อคัดค้านโครงสร้าง ศธจ.ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 มีการส่งตัวแทนชมรมยื่นหนังสือให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) รวมถึงส่งหนังสือให้กับคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ภายใต้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตามเวทีต่างๆ แต่ทุกอย่างก็เงียบ ล่าสุดตอนนี้ล่ารายชื่อผู้อำนวยการและบุคลาการในสังกัด สพป.และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้กว่า 50,000 รายชื่อเพื่อนำเสนอ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต่อไป ทั้งนี้โดยเราจะขอเรียกร้องให้มีการยกเลิกข้อที่ 13 ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 ที่ระบุว่า “การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ให้ ศธจ. โดยความเห็นชอบของ กศจ.เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง” เพราะข้อที่ 13 ดังกล่าว เป็นการมอบอำนาจในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญไม่ต่ำกว่า 30 เรื่องให้กับศธจ. ซึ่งทำให้เกิดปัญหายุ่งยากต่างๆ มากมายตามมา

ขอบพระคุณที่มา

www.matichon.co.th/news/744931

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *