ชีวิตของคนเป็นครู(อัตราจ้าง) “ชนชั้นสองแห่งใบเสมา” ใครเคยเป็นครูอัตราจ้างจะเข้าใจ…

ทั้งๆที่ ครู(อัตราจ้าง) รักในอาชีพครู  รักนักเรียน  อยากมีส่วนร่วมกับการพัฒนาการศึกษาของชาติ

ครู(อัตราจ้าง)  มีหน้าที่หลักและสำคัญยิ่งคือการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามชั่วโมงสอน ไม่น้อยกว่า 25-32ชั่วโมงต่อสัปดาห์     ตรวจงานนักเรียน  เตรียมการสอน  จัดหาสื่อการสอน สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ  งานวิจัยในชั้นเรียน  พัฒนาแผนการสอน  ดูแลความประพฤตินักเรียน   เป็นครูเวร   ทำงานพิเศษอีกมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นงานด้านหลักสูตร  วัดผลประเมินผล   งานฝ่ายปกครอง ฝ่ายแผนงานสถานศึกษา  งานศูนย์ข้อมูล งานโสตทัศนศึกษา งานสหกรณ์ งานแนะแนว/นิเทศ   งานช่างพัฒนา(ทั้งในและนอกสถานที่) ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมีหน้าที่กรรมการฝ่ายปฏิบัติงาน ตามคำสั่งที่เกิดจากนโยบายของภาครัฐ    กิจกรรมภายในสถานศึกษา  กิจกรรมร่วมชุมชน   โครงการรณรงค์มากมาย   การประเมินคุณภาพศึกษา
ทุกอย่างที่กล่าวมา ครู(อัตราจ้าง)คือกำลังสำคัญยิ่ง ที่นำพากิจกรรมต่างๆไปสู่เป้าหมาย  ความมั่งคง   ความก้าวหน้าในอาชีพ   เกียรติศักดิ์ศรีของครูไทย ไม่มีในครู(อัตราจ้าง)

 

ชีวิตการทำงานของครู(อัตราจ้าง)  เริ่มปฏิบัติงาน 07.30 น. เลิกปฏิบัติงาน 17.00 น. คือเวลาปกติวันไหนมีกิจกรรมพิเศษเนื่องด้วยนโยบายภาครัฐ   ต้องอยู่ประชุม   จัดเตรียมงาน   เอกสารกันวุ่นวาย  จนถึงค่ำ  กลับบ้านไปต้องนำงานที่รับผิดชอบไปสานต่อให้เสร็จตามคำสั่ง  ซึ่งครู(อัตราจ้าง) ช่วยกันปฏิบัติงานอย่างดี  หวังให้สถานศึกษาเป็นสถานศึกษาที่มีความพร้อมตามนโยบายของรัฐ

อัตราการเข้าออกของครู(อัตราจ้าง)สูง   เนื่องจากความไม่มั่นคง  ไม่มีความก้าวหน้าในอาชีพ   สวัสดิการไม่มี(บางท่านทำงานเป็นครูอัตราจ้างมา   6  ปี  แม้แต่ประกันสังคมก็ไม่มีให้)    อัตราเงินเดือนตามวุฒิปริญญาตรี  7,630 บาท  ไม่มีเพิ่ม  ถึงครู(อัตราจ้าง)จะทำงานดีมีผลงาน   มีความคิดเชิงพัฒนา   มีความเป็นครู  ประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดี แค่ไหน  อัตราเงินเดือนเท่าเดิม  ไม่มีซี   ไม่มีขั้น หลายท่านทำงาน   6ปี   ด้วยความตั้งใจ  มานะอดทน เพื่อเยาวชน เพื่อสถานศึกษา  เพื่อสังคมประเทศชาติ    ผลสุดท้ายไม่มีอะไรตอบแทนครู(อัตราจ้าง)  ให้เงินเดือนไปเดือนๆ  ส่วนใหญ่สถานศึกษาจ้างครู(อัตราจ้าง)  10  เดือน   อีก  2 เดือนช่วงปิดเทอม  ไม่มีเงินเดือนให้     บางสถานศึกษาแก้ไขโดยให้ครู(อัตราจ้าง)ออกสอนระยะสั้นตามสถานที่ต่างๆ   เพื่อจะได้มีเงินเข้าสถานศึกษาและมีเงินเดือนให้ครู(อัตราจ้าง)ในช่วงปิดเทอม

มุมหนึ่งมองว่าอาชีพครู(อัตราจ้าง)นี้คือ  ทางผ่าน ที่พักริมทาง ทางเลือกสุดท้ายในการประกอบอาชีพ
บางท่านเรียกว่า “ครูปลอม”

บางท่านเรียกว่า “ครูหลับตาจ้าง”
บางท่านเข้ามาเป็นครู(อัตราจ้าง) ได้ไม่ถึงเทอมมีอันต้องลาออกไปเพราะได้งานใหม่ที่สบายกว่าบ้าง  สอบบรรจุราชการสายงานอื่นติดบ้าง
บางท่านสอนมาหลายปีสวัสดิการไม่มี  ดูแล้วไม่ก้าวหน้า   จำต้องลาออก  ทั้งที่ครู(อัตราจ้าง)เหล่านั้นเขารักเด็ก   รักการสอน  รักที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติ
ไม่ว่าครู(อัตราจ้าง)จะเก่งจะมีประสบการณ์สอนมากี่ปี   อัตราเงินเดือนก็เท่าเดิม   หน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามา  มาเป็นครู(อัตราจ้าง)ใครมีความอดทน   ทนได้ก็อยู่ไป  ทนไม่ไหวหรือได้งานอื่นก็ลาออก

ผลกระทบตกอยู่ที่นักเรียน(ที่ภาครัฐพูดอยู่เสมอ มุ่งให้เด็กเยาวชนมีความรู้ความสามารถ มีการศึกษา จบออกมาไม่เป็นภาระของสังคม)  นักเรียนต้องเรียนกับครูใหม่มีประสบการณ์มาแล้วบ้าง   พึ่งจบมาใหม่บ้าง  กว่าจะเข้าที่เข้าทางใช้เวลานานพอควร   พอครูใหม่เริ่มทำงานเข้าที่   มีประสบการณ์   ไม่นานมีอันต้องลาออกไปหมุนเวียนกันไปไม่รู้จักจบสิ้น   นักเรียนที่เรียนหนังสือบ่อยครั้งสับสน  ครูสอนไม่เหมือนกัน  แนวทางจัดการเรียนการสอนต่างกัน   กว่าจะเข้าที่จวนปิดภาคเรียนแล้ว  นักเรียนจะได้อะไร……………………….เกิดสูญกาศทางการศึกษา

ความจริงครู(อัตราจ้าง)ทั้งหลายเหล่านั้นไม่ต้องการละทิ้งนักเรียนโดยการลาออกจากอาชีพ  ไม่ต้องการดิ้นรนหางานใหม่   ไม่ต้องการอ่านข่าวรับสมัครงาน  ข่าวเปิดสอบบรรจุสายงานอื่น   ไม่ต้องการที่จะเริ่มกับอาชีพใหม่

เพียงเพราะครู(อัตราจ้าง)ต้องการความมั่งคง………ความก้าวหน้า

ครูดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *