ตัวอย่างโปรไฟล์นักเรียน ที่ป๊าดดดด!!! “ครูเห็นแล้ว..ต้องหัวร้อน..!”

เชื่อว่าคุณครูทุกคนต้องเคยเจอ…บ่อยๆมักมีเฟซบุ๊คชื่อแปลกๆ รูปโปรไฟล์แปลกๆ ส่งคำร้องมาขอเป็นเพื่อน..หรือบังเอิญที่อาจโผล่เข้ามาให้เจอ พอกดเข้าไปดู โอ่ยๆๆๆๆ นี่มัน ด.ช……! ด.ญ…..!  โอ่ววว..! ชื่อเฟซบุ๊คเธอ  อุ่ววว…! ภาพหน้าปก อี๊…..!เนื้อหาโปรไฟล์

จริงๆประโยชน์ของการใช้โซเชียลมีเดียจะเป็นประโยชน์กับชีวิตเราในหลายๆ ด้าน แต่ก็อย่าลืมว่ามันเป็นเหมือนดาบสองคมที่อาจจะทำให้คนที่รู้ไม่เท่าทัน เกิดความเสียหาย หรืออาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่ายๆ

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ได้รับมอบหมายให้ปฎิบัติหน้าที่ครูที่ปรึกษาของนักเรียนชั้น ม.1
(ปัจจุบัน สอบตก กลายเป็นครูที่ปรึกษา ป.6 คะ อิๆ) 
เด็กมัธยมวัยกำลังห้าว หลายอย่างที่มีการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ “FACKBOOK”

ตริ๊ง..! เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ข้อความแจ้งเตือนเด้งออกมา ….แอ๊ะ..! ใคร..?
ชื่อเฟซบุ๊คชวนให้หยุดชะงัก  “ตัวเล็กน่าซั่ม” ห๊าาาาา (18 +) ต้องเข้าไปบล็อคซะแล้ว ก่อนบล็อคก็ดูซะหน่อย แอ๊ะๆๆๆๆ!
นี่มันเด็ก นร.ประจำชั้นเรา ด.ญ….โอ้โห.! รูปหน้าปกของเธอ เป็นรูปที่เธอกำลังยกขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีเขียวๆ โลโก้สัตว์ใหญ่ยี่ห้อหนึ่ง..ด้วยหน้าตาดื่มด่ำ ไม่แคร์โลกเลย..แม้แต่น้อย.!

เลื่อนเข้าไปดูเนื้อหา อู๊หู..! ปรี๊ดดด ภาพการตั้งวงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่ และกลุ่มเพื่อนห้องเดียวกัน วัยเดียวกัน ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงล้วน..ย้ำ..! ผู้หญิงล้วน เตลิดเข้าไปดูโปรไฟล์เพื่อนของเธอ นี่มาเป็นแก๊ง..! ที่ชื่อแต่ละชื่อของเธอ.. ทำเอาครู 0..!
(“สูน”ภาษาอีสาน หมายถึง โกรธ..!)..! 
อืม..พรุ่งนี้เจอกัน

ชั่วโมง โฮมรูม.. ม.1/2 ทุกคนเข้าห้องเพื่อพบครูที่ปรึกษา วันนี้ดูอากาศอึมครึมๆ ครูดูนิ่งๆ..

” วันนี้ครูมีเรื่องคุยด้วยขอคุยเกี่ยวกับเรื่อง เครือข่ายสังคมออนไลน์ “FACKBOOK”
สังเกตุได้ว่า นร.กลุ่มดังกล่าว เริ่มตั้งใจฟัง ตั้งคำถามเรื่องการตั้งชื่อเฟซบุ๊ค “เรื่องการอัพภาพหน้าปก การแสดงสถานะโปรไฟล์ 
การโพสเรื่องราว และยกตัวอย่างสิ่งที่ครูได้เห็น แต่ไม่ระบุว่าเป็นของโคร 

(จากอาการ กลุ่มนักเรียนดังกล่าว..เธอรู้ตัว) ครูแนะนำข้อดี ข้อเสีย และวิธีการตั้งค่าโดยพื้นฐาน การกดถูกใจ การแชร์ฯลฯ ให้นักเรียนทุกคนได้รับทราบ

หลังอบรมเสร็จ ทุกคนแยกย้าย จึงเดินเข้าไปกระซิบนักเรียนกลุ่มดังกล่าว
“ไปตั้งชื่อใหม่ และเปลี่ยนรูปหน้าปกซะ ไม่งั้น ครูจะไปหาเธอที่บ้าน และแจ้งผู้ปกครองเธอให้ทราบ..!
เฮื๊อะ..! ฮะๆๆๆๆ ฮา (หัวเราะแบบตัวโกงในหนังจีน 5555) “

 

หวังว่าเธอจะเข้าใจความหวังดีของครู นักเรียน 4.0  ครูก็ต้อง 4.0 เช่นกัน

 “10 โพสต้องห้าม ดูซะนะคะ นักเรียน

1.เรื่องความสัมพันธ์

หากคุณและแฟนสวมคอนเวิร์สแยกไปกันคนละทางคุณอาจจะอยากระบายความเจ็บช้ำ หรือความเกลียดชังที่มีต่ออดีตแฟนเก่าให้ครอบครัวเรื่อยไปจนถึงเพื่อนสนิทได้รับรู้ แต่ขอให้รู้ไว้เถิดว่า การโพสต์สถานภาพหัวใจ จะสมหวังหรือรักร้าว ต่างก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ใครๆ อยากรู้หรอกนะ

2.ภาพวาบหวิว

ไม่ว่าคุณจะภูมิใจในเรือนร่างมากแค่ไหน โลกก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าสัดส่วนของคุณมีอะไรบ้าง เว้นแต่ว่าคุณต้องการจะเป็นดาราหนังโป๊หรือนางแบบเซ็กซี่

3.ภาพของคุณขณะดื่มเหล้าหรือเสพยา

เคยได้ยินเรื่องลือที่ว่าบริษัทซึ่งคุณสมัครงานมักจะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นประวัติของคุณผ่านบัญชีโซเชี่ยลมีเดียเพื่อดูว่าคุณเหมาะสมหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ทำเป็นขั้นตอนแรกๆ หลังได้รับใบสมัครของคุณ ดังนั้นไม่ว่าจะอารมณ์ครึ้มมาจากไหน อย่าได้ถ่ายรูปตัวเองตอนเมา โดยเฉพาะเมื่อมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะนอกจากจะดูไม่ดีแล้ว ยังเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และแน่นอนว่าแทนที่จะได้ทำงาน อาจต้องไปนั่งๆ นอนๆ อยู่ในคุกแทน

4.ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับงานของคุณ

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนส่วนใหญ่จะเบื่อหน่ายหรือเกลียดงานที่กำลังทำอยู่แต่จำไว้ว่าอย่าได้แชร์ข้อความที่แสดงถึงความไม่พอใจบนบัญชีโลกออนไลน์ของคุณ เพราะเจ้านายและบริษัทคงไม่ชอบใจนักกับทัศนคติด้านลบ จนอาจบานปลายกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องตกงาน

 5.เงิน

โพสต์ไปเถอะรูปกองเงินเป็นฟ่อน หรือจำนวนเงินหลายหลักบนสมุดบัญชีธนาคาร หากคุณอยากถูกปล้น! แม้จะเป็นแค่การโพสต์ผ่านโลกออนไลน์ และคุณไม่ได้บอกรายละเอียดส่วนตัวให้ใครรู้ แต่เชื่อเถอะว่าในยุคดิจิตอลอย่างปัจจุบัน ไม่ว่าเรื่องยากแค่ไหนก็กลายเป็นเรื่องง่ายได้เสมอ แค่เจาะระบบเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทั้งประวัติ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของคุณก็อยู่ในมือคนร้ายแล้ว

 6.ภาพน่าอายของเพื่อน

ถึงจะเป็นเรื่องขำๆ แต่โพสต์ภาพน่าอายของเพื่อนๆ โดยเฉพาะเพื่อนสนิท ถือเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป ถ้าไม่อยากเสียเพื่อนรู้ใจจำไว้ห้ามโพสต์เด็ดขาด

 7.ผลงานที่ได้จดลิขสิทธิ์

หากคุณเป็นนักคิดนักสร้างสรรค์ไม่ว่าจะด้านไหน เมื่อทำสิ่งที่เราชอบได้สำเร็จก็อยากจะโพสต์โชว์เพื่อเพิ่มแรงใจจากคนรอบข้าง แต่การขโมยลิขสิทธิ์เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาบนโลกออนไลน์ ผลงานที่คุณทุ่มเททำมานานอาจสร้างความภูมิใจเล็กๆ ผ่านการคอมเมนต์จากผู้อื่น แต่วันรุ่งขึ้นมันอาจกลายเป็นผลงานสร้างชื่อ สร้างอนาคตให้คนอื่นได้

 8.ข้อความสนทนาส่วนตัว

อย่าได้โพสต์ข้อความที่คุณพูดคุยกับใครเป็นการส่วนตัวลงบนเพจที่ตั้งเป็นหน้าสาธารณะนอกจากจะไม่เหมะสมแล้ว ยังสร้างกระแสให้เกิดความขัดแย้งได้ง่าย ไม่ว่าฝ่ายที่สนทนาด้วยจะโพสต์ข้อความหยาบคายหรือจงใจเล่นงานคุณอย่างจัง สิ่งที่ควรทำคือ ใช้กลยุทธ์สงบสยบความเคลื่อนไหว

 9.ข้อมูลเยอะไป

มีหลายสิ่งที่คนอื่นไม่อยากรู้เกี่ยวกับตัวคุณการบอกเล่าแบบระเอียดถี่ยิบ อย่างวันนี้คุณเข้าห้องน้ำกี่ครั้ง ช่วงไหนมีรอบเดือน หรือผ่านหนุ่มผ่านสาวมาแล้วกี่คนเนี่ย มันมากเกินไปจริงๆ

 10.ข้อมูลส่วนตัว

ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และอีกสารพัดข้อมูลจำเพาะส่วนบุคคล ต่างเป็นสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยบนโลกออนไลน์ เพราะการขโมยอัตลักษณ์บุคคลไม่ได้มีให้เห็นแค่ในซีรีส์สืบสวนหรอก หากคุณเปิดใจจนหมดเปลือก วันหนึ่งอาจได้เห็นชื่อของตัวเองอยู่ในหน้าข่าวก็เป็นได้!

 

ขอบคุณบทความจาก :

https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReU1UQTRNVEV4T1E9PQ%3D%3D

 

 

 

 

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *