พาชมโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่น(แล้วจะไม่แปลกใจว่าทำไมญี่ปุ่นพัฒนาอันดับต้นๆในโลก)

เนื่องจากปีที่ผ่านมา ลูกชายคนโตของจขกท.เข้าโรงเรียนชั้นอนุบาลหนึ่งที่ญี่ปุ่น
เลยมีโอกาสได้เห็นชีวิตเด็กอนุบาลในโรงเรียนอนุบาล
หลายๆอย่างทำให้เข้าใจเลยว่า การปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆนั้นมีความสำคัญมากๆ
ไม่แปลกใจที่เด็กญี่ปุ่นจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ(ส่วนใหญ่ ที่แย่ๆก็มีบ้างตามธรรมดาของโลก)

-โรงเรียนอนุบาลจะมีสองแบบ แบบอนุบาลคือแม่จะต้องไม่ทำงาน มีเวลารับ ให้เวลากิจกรรมโรงเรียนเต็มที่
กับแบบเนสเซอรี่ ที่จะเข้าได้แม่ต้องทำงาน สองแบบจะต่างกันที่เวลา อนุบาลเลิกเร็ว เนสเซอรี่ฝากได้ถึงเย็นบางที่ถึงมืด
-ค่าเล่าเรียนจ่ายเป็นเดือน คือเอาค่าเทอมทั้งหมดหารสิบสองเดือน โรงเรียนลูกชายจ่ายเดือนละ28000เยน แต่ละโรงเรียนต่างกันไป
แต่คิดว่าน่าจะประมาณเดียวกัน
-มีอาหารกลางวัน แต่จะมีวันที่ผู้ปกครองต้องทำข้าวกล่องให้นำไปทานเอง ความบ่อยมากน้อยแล้วโรงเรียน
เป็นโชคดีที่โรงเรียนลูกชายให้ทำแค่ปีละครั้ง ไม่งั้นต้องเป็นลมครีเอทข้าวกล่องกันตั้งแต่ตีสี่เพื่อให้ได้ข้าวกล่องหน้าตาน่ารักอวดเพื่อนได้
-มีกิจกรรมให้ผู้ปกครองเข้าร่วมตลอด แทบทุกเดือน มากน้อยต่างกันไปตามนโยบายโรงเรียน เช่น ชมผลงานเด็กๆ ร่วมงานกีฬาสี งานวันเกิดประจำเดือน
-มีรถโรงเรียนรับส่ง ถ้าบ้านใกล้มากๆจะมีคุณครูเดินไปรับไปส่ง
-มีระบบโทรแจ้งข่าวด่วนจากโรงเรียน เช่น ไต้ฝุ่นเข้าหยุดเรียน โดยส่งทางอีเมลล์ และให้ผู้ปกครองโทรแจ้งกันเป็นทอดๆตามตารางที่แจกให้
-มีถ่ายรูปให้หลายๆกิจกรรม และให้ผู้ปกครองเลือกซื้อรูปตามใจชอบ
-ไม่ค่อยเน้นการเรียนอ่านเขียน เน้นเรื่องดนตรี การพัฒนาด้านร่างกายและจิตใจ
-ในห้องเรียนต้องมีเปียโนห้องละตัว คุณครูอนุบาลเล่นเปียโนเป็นกันแทบทุกคน

“วันนี้เรียนอะไรมาครับ” แต่ก่อนบีเคยถามลูกเวลากลับจากโรงเรียน สิ่งที่ลูกตอบประจำคือ “เล่นรถไฟ เล่นดินทราย เล่นตัวต่อ เล่นน้ำ เล่น…”

อนุบาลที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นว่าจะต้องอ่านออกเขียนได้ คิดเลขอะไรได้ เพราะสิ่งที่เค้าพยายามปลูกฝังเด็กนั้นมันสำคัญยิ่งกว่า คือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม การรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ระเบียบวินัยต่างๆ รวมถึงการพัฒนาทางด้านอารมณ์และร่างกาย

ลองมาดูจุดมุ่งหมายประจำเดือนมิถุนายน(หน้าฝนของญี่ปุ่น)ของโรงเรียนที่ลูกชายบีเรียนอยู่ จะเข้าใจการเรียนรู้ที่สมวัยอนุบาล
-อนุบาล3 รู้และเข้าใจในธรรมชาติหน้าฝน รู้จักปรับการละเล่นกับเพื่อนให้สนุกสนานในห้องเรียน(ฝนตกบ่อยคงไม่ได้ออกไปเล่นในสนาม)
-อนุบาล2 รู้จักอดทนอดกลั้นในสิ่งที่ไม่เป็นตามที่คิด รู้จักการรักษาสุขอนามัยอย่างง่ายๆ
-อนุบาล1 มีความคิดที่อยากจะแปรงฟัน อยากจะล้างมือด้วยตัวเอง มีความสนใจมีสมาธิในการฟังนิทานมากขึ้น

การให้เด็กมีอิสระในการเล่น การคิด การพูด โดยที่คุณครูคอยชี้นำทางที่ถูกต้อง ทำให้เด็กกล้าและมีความมั่นใจจะทำอะไรต่างๆด้วยตัวเอง ดูจากพัฒนาการของลูกชาย เค้ากระตื้อรือร้นที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองและทำได้ดี มีความอ่อนน้อมโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เวลาพาไปเล่นที่ห้างที่มีเด็กเยอะๆเค้ารู้จักขอและให้ จากแต่ก่อนที่เป็นเด็กเอาแต่ใจพูดไม่ฟัง ชอบงอแง ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

เรื่องวิชาการก็แล้วแต่โรงเรียนจะสอนอะไรมากน้อยแค่ไหน แต่ตั้งแต่ไปเรียนมาไม่เคยเห็นการบ้าน ไม่มีเคยได้ยินว่ามีสอบ ลูกไปโรงเรียนอย่างสนุกสนาน ตื่นเช้ามาก็จะบอกลูกว่า วันนี้ไปเล่นกับเพื่อนๆให้สนุกนะ

ปล.รูปประกอบต้องปิดหน้าเด็กคนอื่น เพราะที่ญี่ปุ่นถือเรื่องสิทธิส่วนบุคคลมาก จะเอารูปเด็กมาเผยแพร่สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้

https://pantip.com/topic/33092741

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *