มือลั่น!..เรียนถาม..หมอที..เพื่อนร่วมงานเป็นโรค “ความดีซ้ำซ้อน”

อย่างไม่เป็นทางการ
สงสัยมาตลอด ในระหว่างที่ก็เฝ้ามอง เมื่อไหร่ชิ้นเนื้อจะตกถึงท้องกับเค้า…ซะที ! 5555

อยากมีเชื้อ “ความดีซ้ำซ้อน” ฝังในตัว บ้างไหม..?

เป็นที่ทราบกันดี การเลื่อนขั้นเงินเดือนใน 1 ปีงบประมาณมี 2 ครั้ง คือ วันที่ 1 เมษายน และวันที่ 1 ตุลาคม
การเลื่อนขั้นเงินเดือนในแต่ละครั้ง ต้องมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาไม่น้อยกว่า 3 คน และเสนอขอความเห็นชอบ  โดยต้องมีเอกสารหลักฐาน ผลการประเมินการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นหลัก และการพิจารณาให้ยึดหลักคุณธรรม มีความเที่ยงธรรม เปิดเผย และโปร่งใส

นอกจากนี้จะต้องมีข้อตกลงเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างผู้ประเมินและผู้รับการประเมินก่อนการประเมิน โดยต้องแจ้งผลการประเมินให้ผู้ถูกประเมินทราบ แล้วจึงประกาศรายชื่อผู้ที่มีผลการประเมิน

เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรื่องความดีความชอบในระบบราชการ แต่ก็บ่อยมากไป ชวนให้อดระบายความสงสัยไม่ไหว

“ตอนทำงาน เรียกร้องหาน้ำใจ ขอความร่วมมือ
แต่พอเรื่องผลประโยชน์ความดี ตะมุตะมิ ดีเด่นอยู่คนเดียว”

เป็นแค่คนทำงานตัวน้อยๆ ตั้งแต่เข้ามาบรรจุ เรื่องระบบการเลื่อนขั้นเงินเดือน ผ่านไปปีแล้วปีเล่า..
รอบนี้คนนี้ได้ รอบนี้คนนู้นได้..ก็ธรรมดา เรามันน้องใหม่
แต่เวลาผ่านไป     แต่เอ๋..!
เพื่อนร่วมงานสองสามี ภรรยา รอบนู้นเคยได้เเล้วนี่ ….ทำไมวนมาอีก..?
เพื่อนร่วมงาน เจ้าแม่ รอบนู้นเคยได้เเล้วนี่ ….ทำไมวนมาอีก..?
คือสลับกัน เหมือนไม่ให้เป็นที่จับตา แต่มันไม่ช่ายยยย…นี่มันอะไรกัน

ทำสถิติ หรือเขียนแผนผัง ก็คงชัดเจนแจ่มแจ๋ว

1.เพื่อนร่วมงาน สองสามี ภรรยา ผู้เรืองอำนาจ
2.เพื่อนร่วมงาน กลุ่มเเก๊ง ผู้สูงอายุ กลุ่มเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ที่ฐานเสียงค่อนข้างสูง

3.เพื่อนร่วมงาน ที่ได้รับหมอบหมายงานพิเศษ ไล่อันดับตามความเสี่ยง
งานการเงิน/งานจัดซื้อจัดจ้าง/งานพัสดุ บลาๆๆ 
สั่งง่าย ได้ครับได้คะ ทำตามได้หมด อย่างไม่มีข้อสงสัย หรือขัดแย้ง

 

 

พอเข้าใจกฎเกณฑ์ แต่เเบบนี้คืออาการของโรค “ความดีซ้ำซ้อน” รึเปล่าคะ

ในเมื่อประเมินไม่มีความชัดเจน ก็ดูกันง่ายๆ ย้อนไปดู แล้วว่ากันมาเลย..

ความดีมีบ่อยไปไหม..? ตอบ..!

เหมือนมือจะลั่น…อยากเรียนปรึกษาท่านหมอ “ที”

 
หลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนขั้นเงินเดือนฯ

1. เลื่อนเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง
1.1 ครั้งที่หนึ่ง 1 เมษายน (พิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน  ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมของปีที่ผ่านมา ถึงวันที่ 31 มีนาคม)
1.2 ครั้งที่สอง 1 ตุลาคม (พิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน   ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 กันยายน)

2. แบ่งกลุ่มโควตาและวงเงิน เป็น 2 กลุ่ม
2.1 กลุ่มที่ 1 ข้าราชการที่รับเงินเดือน อันดับครูผู้ช่วยคศ.1 คศ.2 และ คศ.3
2.2 กลุ่มที่ 2 ข้าราชการที่รับเงินเดือน อันดับ คศ.4 และ คศ.5

3. การเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ 1 (1 เมษายน) ให้เลื่อนขั้น
เงินเดือน 1 ขั้น ได้ไม่เกินโควตาร้อยละ 15ของจำนวนข้าราชการที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 มีนาคม เฉพาะจำนวนเต็ม

4. การเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม) ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้ไม่เกินวงเงินร้อยละ 6 ของจำนวนข้าราชการที่มีตัวอยู่จริง ณ วันที่ 1 กันยายน

5. การแบ่งสัดส่วนการใช้โควตาและวงเงินเลื่อนขั้นในแต่ละกลุ่ม ให้แบ่งดังนี้
5.1 กลุ่มข้าราชการในสถานศึกษา
5.2 กลุ่มผู้อำนวยการสถานศึกษา
5.3 กลุ่มข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

6. ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการไม่น้อยกว่าสามคน
เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการที่จะประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ประกอบกับ
ข้อมูลการลา พฤติกรรมการมาทำงาน ความประพฤติในการรักษาวินัย
คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และข้อควรพิจารณาอื่น
ของผู้นั้น

7. สรุปคะแนนประเมินเป็นร้อยละ เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ดังนี้
7.1 ผลการประเมินดีเด่น ระดับคะแนนประเมินไม่ต่ำกว่า90-100% อยู่ในข่ายที่อาจได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น
7.2 ผลการประเมินเป็นที่ยอมรับได้ ระดับคะแนนประเมินไม่ต่ำกว่า 60-89% อยู่ในข่ายที่อาจได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น
7.3 ผลการประเมินต้องปรับปรุง ระดับคะแนนประเมินต่ำกว่า 60% ไม่ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน

8. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งจะได้รับการ
พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้นในแต่ละครั้งต้องอยู่ในหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
8.1 ในครึ่งปีที่แล้วมามีผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ
ในการรักษาวินัย คุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่ง
คณะกรรมการได้พิจารณาประเมินแล้วเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้
เลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น
8.2 ในครึ่งปีที่แล้วมาจนถึงวันออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนต้องไม่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือไม่ถูกศาลพิพากษาในคดีอาญาให้ลงโทษในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน ซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษในกรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ได้ถูกงดเลื่อนขั้นเงินเดือนเพราะถูกสั่งลงโทษทางวินัยหรือถูกศาลพิพากษาในคดีอาญา ให้ลงโทษในกรณีนั้นมาแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำครึ่งปีต่อไปให้ผู้นั้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนหรือวันที่ 1 ตุลาคมของครั้งที่จะได้เลื่อนเป็นต้นไป
8.3 ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักราชการเกินกว่าสองเดือน
8.4 ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
8.5 ในครึ่งปีที่แล้วมาได้รับการบรรจุเข้ารับราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่เดือน
8.6 ในครึ่งปีที่แล้วมาถ้าเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาในประเทศ หรือไปศึกษา ฝึกอบรมหรือดูงาน ณ ต่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรมและดูงาน ณ ต่างประเทศ ต้องได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในครึ่งปีที่แล้วมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่เดือน
8.7 ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องไม่ลาหรือมาทำงานสาย
เกินจำนวนครั้งที่หัวหน้าส่วนราชการกำหนด
8.8 ในครึ่งปีที่แล้วมาต้องมีเวลาปฏิบัติราชการหกเดือน
โดยมีวันลาไม่เกินยี่สิบสามวันแต่ไม่รวมถึงวันลา ดังต่อไปนี้
ก. ลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะประเทศซาอุดิอาระเบียเฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย ในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน
ข. ลาคลอดบุตรไม่เกินเก้าสิบวัน
ค. ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราว รวมกันไม่เกินหกสิบวันทำการ
ง. ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่
จ. ลาพักผ่อน
ฉ. ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

9. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้นในแต่ละครั้งต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น ตามข้อ 8 และต้องเป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่ง หรือหลายประการดังต่อไปนี้ด้วย
9.1 ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันก่อให้เกิดประโยชน์และผลดียิ่งต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้
9.2 ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือมีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ โดยได้ค้นคว้าหรือประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาเป็นพิเศษและทางราชการได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่มหรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือสิ่งประดิษฐ์นั้น
9.3 ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมากหรือมีการต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ
9.4 ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินกว่าหน้าที่ความรับผิดชอบจนเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษาเป็นพิเศษและปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย
9.5 ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อย ยากลำบากเป็นพิเศษและงานนั้นได้ผลดียิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและการจัดการศึกษา
9.6 ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งทางการศึกษาจนสำเร็จเป็นผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ

ขอบคุณข้อมูลความรู้ : ครู เส้นทางอาชีพครูให้ประสบผลสำเร็จ

http://techerit.blogspot.com/2013/11/blog-post_2.html

http://www.otepc.go.th/index.php/2012-07-11-08-30-24/2012-07-02-14-59-15/995-2014-05-15-08-45-38

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *