รวมเคล็ดลับคำสอนในการเลี้ยงดูบุตรในแบบฉบับชาวจีน!!! ที่พ่อแม่ควรศึกษา!

4 คำสอนในการเลี้ยงดูบุตรของคนจีน

1 เด็กทารก (ขวบปีแรก)
เลี้ยงให้มั่น อย่าปล่อยให้ห่างตัว เป็นช่วงที่ควรโอบกอดให้มากๆ เพื่อให้เด็กรู้สึกอบอุ่นสบายใจที่ได้รับการทนุถนอมและความคุ้มครอง

2 เด็กอ่อน (1-5 ปี)
ปล่อยให้ห่างตัวแต่อย่าปล่อยให้ห่างมือ เป็นช่วงที่เด็กอยากรู้อยากเห็น จึงควรปล่อยให้ห่างตัว แต่ก็ยังต้องคอยให้การปกป้องคุ้มครอง

3 เด็กชาย – หญิง (6- 16 ปี)
ปล่อยให้ห่างมือ แต่อย่าปล่อยให้ห่างสายตาเป็นช่วงที่เด็กเรียนรู้สังคมจากการคบหาเพื่อนฝูง จึงควรปล่อยให้ทำกิจกรรมอย่างมีอิสระ แต่ก็ยังต้องคอยช่วยเฝ้าดู เพื่อไม่ให้พลั้งเผลอเดินผิดเส้นทาง

4 วัยรุ่น (16 ปี – 20 ปีขึ้นไป)
ปล่อยให้ห่างสายตา แต่อย่าปล่อยให้ห่างใจเป็นช่วงที่เด็กมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง และกำหนดเส้นทางชีวิตแล้ว พ่อแม่จึงควรปล่อยให้เด็กใช้ชีวิตตามเส้นทางของตน แต่ยังคงเป็นที่พึ่งและที่ยึดเหนี่ยวทางใจ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/motherandcare

 

5 คำสอนที่คนจีนสอนลูกหลานสืบต่อกันมา จากเสื่อผืนหมอน

” ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน กตัญญู ” จึงทำให้สร้างธุรกิจจากเสื่อผืนหมอนใบได้ และมีการสอนข้อห้ามที่ไม่ควรพูดคำ 5 คำนี้ ฯลฯ
คำสอนคนจีน คนจีนสอนลูกหลานสืบต่อกันมาว่าให้

” ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน กตัญญู ” จึงทำให้สร้างธุรกิจจากเสื่อผืนหมอนใบได้ และมีการสอนข้อห้ามที่ไม่ควรพูดคำ 5 คำนี้

1. “ยาก” พอพูดคำว่ายาก จะเป็น การบล็อคความสามารถทันที

2. “ทำไม่ได้” จะเป็นการขับไล่ตัว จากสิ่งที่ทำ หรือปิดกั้นการเรียนรู้

3. “ท้อ” เพราะเพียงคำนี้ผุดขึ้น พลังทั้งมวลทั้งร่างกายและจิตใจ จะถดถอยสูญสิ้น

4. “ขี้เกียจ” ไม่ควรแม้แต่ พูดเล่น เพราะจะทำให้สร้างความไม่รับผิดชอบ

5. “เหนื่อย” พอพูดคำนี้ออกมา ร่างกาย ก็จะตอบสนองด้วยการอ่อนแอลงทันที

นี่เป็นหลักจิตวิทยา ( Psychology ) ที่ถูกต้องมากที่สุด สำหรับคนเรา ทุกคน และตรงกับหลักพุทธศาสนาที่กล่าวไว้ว่า  ” จิตเป็นนาย..กายเป็นบ่าว ”

หาดูยาก! ภาพสอนการเลี้ยงลูกของคนจีนสมัยก่อน แต่ยังสามารถใช้ได้ดียุคนี้

ในปัจจุบัน พ่อแม่หลาย ๆ คน มีความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกมากขึ้น อาจเป็นเพราะมีสื่อที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกหลากหลายช่องทางให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงเป็นตัวช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หมดกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกไปหลายอย่าง

แต่หากย้อนกลับไปในสมัยก่อนราว ๆ 65 ปีที่ผ่านมา คนในยุคสมัยนั้นจะเข้าถึงข้อมูลการเลี้ยงลูกได้อย่างไรบ้างนะ?

ชุดภาพโปสเตอร์ที่เห็นนี้ เป็นภาพการอบรมเลี้ยงดูลูกที่ผลิตขึ้นใน เซี่ยงไฮ้ ปี ค.ศ. 1952 หรือ พ.ศ.2495 เป็นภาพที่มอบให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองใช้ดูเป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกในช่วงเวลานั้น และบางอย่างที่แสดงในภาพก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าเทคโนโลยี ที่มากขึ้น เวลาที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ทำให้การเลี้ยงลูกเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

เรามาดูภาพแนวทางการเลี้ยงลูกของคนในสมัยก่อนกันค่ะ ว่าแต่ละภาพมีความหมายอย่างไรบ้าง?

พัฒนาการทางอารมณ์ของลูก มาจากการแสดงความรักของพ่อแม่

 

ถ้าคุณมอบความรักความเอาใจใส่ให้เค้าน้อยเกินไป เค้าก็จะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด

การลงโทษและดุด่าเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้ช่วยให้ลูกเรียนรู้

การเลี้ยงลูกด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่อย่างเพียงพอ จะทำให้เด็กมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง เช่นเดียวกับสายฝนและดวงอาทิตย์ ที่มีความสำคัญต่อพืช ช่วยให้เติบโตและเบ่งบาน

การให้ความรักและความเมตตา

การได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด เมื่อพ่อแม่แสดงความรักอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ทารกสามารถรับรู้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัย

การส่งเสริมให้เด็กรักสัตว์ จะช่วยปลูกฝังอารมณ์ของพวกเขาให้รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ควรส่งเสริมจินตนาการให้กับลูก

เด็ก ๆ มักมีจินตนาการไม่มีที่สิ้นสุด เด็กบางคนอาจพูดว่า หนูมีเครื่องบินลำใหญ่เท่าบ้าน เด็กคนนั้นไม่ได้พูดเท็จ การพูดไปนั้นเป็นเพียงจินตนาการที่เด็กสมมุติขึ้น

การวาดภาพจะช่วยให้เด็กได้แสดงจินตนาการของเขาออกมา

การเล่นตัวต่อ หรือ ของเล่นบล๊อกไม้ จะช่วยทำให้จินตนาการของเด็กโลดแล่น ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ค่ะ

สอนให้รู้จักความกล้าหาญและความหวาดกลัว

สนับสนุนให้ลูกมีความกล้าหาญ ในสิ่งที่ถูกต้อง และช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อมีความหวาดกลัวเข้ามาในจิตใจของลูก

การเลี้ยงลูก รักลูกแบบเท่าเทียมกัน

เมื่อมีลูกมากกว่า 1 คนขึ้นไป ควรให้ความรักลูกเท่า ๆ กัน พ่อควรรักลูกชายให้เท่ากับลูกสาว ของเล่น ของกิน ควรแบ่งให้เท่ากันทุกครั้ง อาจมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นในการเลี้ยงลูกหลายคน แต่การแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ให้เท่าเทียมกันเด็กจะเป็นคนดี เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ค่ะ

เด็กทุกคนมีความอยากรู้ อยากเห็น

การอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ไม่ใช่สิ่งที่ชี้ว่าเด็กต้องการทำลายข้าวของ บางครั้งที่เด็กทำลายของเล่น เพราะเขาอยากรู้ส่วนประกอบ หรืออยากรู้อย่างอื่นมากกว่านั้น กระดาษที่ขาดหรือของเล่นที่พัง เด็กอาจไม่ได้ต้องการทำให้ของเสีย แต่เป็นเพราะความอยากรู้ และต้องการศึกษาอะไรเพิ่มเติมเท่านั้นเองค่ะ

คำถามที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เด็กบางคนจะถามสิ่งต่าง ๆ รอบตัวตลอดเวลา เช่น ฉันและน้องเกิดมาได้อย่างไร คำถามเหล่านี้ก็ดี เพราะเป็นการเปิดโอกาสสอนลูกเรื่องเพศศึกษา อาจยกตัวอย่างของสิ่งรอบข้างเช่นสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ หมา แมว ที่ลูกเลี้ยงอยู่ก็ได้ค่ะ

เด็กจะรู้จักความตาย

ในช่วงอายุหนึ่ง เด็กจะรู้จักเรื่องการตายของผู้คน และอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความตายมาถามคุณ

คุณสามารถยกตัวอย่างจากสิ่งใกล้ตัว เช่น ต้นไม้วันนึงก็สามารถเหี่ยวแห้งไป นกก็สามารถตายได้เช่นกัน ความตายเป็นสิ่งสิ้นสุดในการดำรงชีวิต คุณควรใช้โอกาสนี้สอนลูกเรื่องความไม่แน่นอนของชีวิต เพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

ในเวลา 65 ปีที่ผ่านมา นับจากมีการผลิตชุดภาพโปสเตอร์นี้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน จะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ก้าวเข้ามามากมายเพียงใด แต่เราจะเห็นได้ว่าการสอนลูก และการเลี้ยงลูกไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก คำสอนต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนนำมาใช้ได้ในยุคปัจจุบันได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

ขอบพระคุณที่มา

https://pantip.com/topic/35984089

http://campus.sanook.com/1371314/

amarinbabyandkids.com

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *