รางวัลของครูไม่ได้อยู่ที่โล่หรือเกียรติบัตร(แด่ครูที่กำลังจะเกษียณอายุ)

เมื่อตอนเราเป็นครู เราทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อโรงเรียนของเรา เพื่อนักเรียนของเรา ยอมทิ้งครอบครัว ทิ้งลูก ทิ้งบ้านเรือน ทิ้งข้าวของที่มีค่าในบ้านให้สุนัขเฝ้าบ้าน. ตอบแทนสุนัขด้วยอาหารเหลือๆ วันละ 1 -2 มื้อ เราใช้เวลาเอาใจใส่โรงเรียน นักเรียน มากกว่า ครอบครัว

และสมบัติของตัวเอง ต้องใช้สมอง ใช้กำลัง ใช้ความรู้ ใช้ความไม่อาย ไปเที่ยวขอร้องใครๆที่ใจบุญ มาช่วยอนุเคราะห์ สงเคราะห์ ในการพัฒนาโรงเรียน นักเรียน หาข้าวให้นักเรียนกิน หาเงินทุนให้ใช้ หาอุปกรณ์ให้นักเรียนได้เรียนอย่างทันยุค ทันสมัย หาชุดนักเรียนให้ใส่ คอยตามนักเรียนถึงบ้าน ถ้าวันไหนรู้ว่านักเรียนไม่มาโรงเรียน หาทางช่วยเหลือเผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวนักเรียน ป่วยพาไปส่งหาหมอ บาดเจ็บพาไปร.พ. ติดตามดูแลทั้งเรื่องเรียน

และเรื่องความเป็นอยู่อย่างจดจ่อ เอาใจใส่ ปีแล้ว ปีเล่า ทำอย่างนี้ โดยไม่ได้หวังว่า นักเรียนจะต้องนำอะไรมาตอบแทนครู เพราะนักเรียนเองก็ยังเอาตัวไม่รอด แค่เมื่อนักเรียนทำผิดครูลงโทษ แล้วไม่โกรธครู ไม่อาฆาตครู เชื่อฟังครู ครูก็ชื่นใจแล้ว

ยามที่ครูต้องอำลาจากการทำหน้าที่ครู เพราะเกษียณ ครูคงได้มีโอกาสกลับไปดูแลครอบครัว ดูแลตนเองที่มีวัยชราขึ้น ต้องไปพบแพทย์รักษาสุขภาพที่ทรุดโทรม เสื่อมถอย ข้างกายครูคงไม่มีนักเรียน ไม่มีลูกศิษย์มาดูแลครู เหมือนที่ครูเคยดูแลเขา มีก็แต่ ลูก หลาน คนในครอบครัว และอยู่ในบ้าน ที่ครูทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดีมานานตลอดอายุของความเป็นครู ในที่สุด นกชราก็บินกลับเข้ารังตนเอง
ขอให้กำลังใจ แก่ครูผู้เกษียณทุกท่านว่า เวลาที่ผ่านมา ท่านได้ทำดีที่สุดแล้ว ท่านเข้าสู่เส้นขัยแห่งความดีแล้ว ท่านสร้างคนทิ้งไว้ในสังคม ไว้บนโลกนี้มามากแล้ว ต่อไปนี้เป็นเวลาที่ท่านจะได้พักผ่อน ในบ้านหลังเก่า ที่เราเคยทอดทิ้งเพื่อไปทำหน้าที่ของตนในขณะเป็นครูแล้ว ขอให้มีความสุข ดูแลสุขภาพ และ หาความสุขเพื่อตนเองตามอัตภาพของท่าน ขอให้อายุยืนๆ ใช้เงินบำนาญดำรงชีพ อาจน้อยลงกว่าเดิม แต่เราคงกินไม่มากแล้ว

สมเดช จันทาวุฒิ

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *