สิงคโปร์นำร่องปรับหลักสูตรมัธยมศึกษา ให้นักเรียนเลือกเรียนแต่ละวิชาตามความสามารถ หวังผลทั่วประเทศปี 2024

จากนี้ไปอีกห้าปี สิงคโปร์กำลังเริ่มกระบวนการยกเลิกการแยกสายของนักเรียนชั้นมัธยมที่เคยแยกเป็น Normal/Technical , Normal/Academic และสาย Express จากคะแนนที่วัดได้ในชั้นประถมและมัธยมต้น … เหตุผลที่ต้องยกเลิกก็คือระบบนี้มันเป็นการจำกัดอนาคตของคนรุ่นต่อไปด้วยกระบวนการชี้วัดที่ไม่ทันสมัยสำหรับโลกปัจจุบัน (ใช้มา 40 ปีแล้ว – ซึ่งโจทย์เปลี่ยนไปหมดแล้ว) ส่งผลให้เด็ก ๆ ได้รับการดูแลด้านการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกันและไม่มีโอกาสที่สองในการเปลี่ยนการศึกษาของตัวเอง

พวกเขาเชื่อว่าการ “เขี่ย” เด็กให้ไปอยู่คนละสายเร็วเกินไปนั้นอาจจะเคยตอบโจทย์โลกยุคอุตสาหกรรมที่ต้องผลิตคนเข้าระบบ … แต่นั่นก็สร้างปัญหาขึ้นมามากมายเช่น เด็กที่ถูกประเมินว่าไม่เก่ง จะถูกส่งไปเรียนสายที่ไม่เก่งเพื่อสร้างทักษะแบบนึงขึ้นมาตามมุมมองและความต้องการของอุตสาหกรรม แต่นั่นก็ทำให้เขาสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวขึ้นมาแบบนึงเพราะคิดเสมอว่า “ฉันเรียนไม่เก่ง” ทั้งที่เขาอาจจะแค่พยายามไม่เต็มที่หรือแค่ทำข้อสอบได้ไม่ดีในตอนเด็ก

สิงคโปร์ไม่ต้องการทิ้งคนให้หลงอยู่ในสายการศึกษาที่แยกระดับสติปัญญาด้วยการสอบไม่กี่ครั้งแบบนั้นได้อีกต่อไป พวกเขาต้องการเปิดโอกาสให้คนเลือกเรียนได้เอง สามารถข้ามสายหรือเปลี่ยนสายความรู้ที่สนใจได้ตลอดเวลา … มันจึงเป็นที่มาของโครงการนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฎิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของสิงคโปร์ที่ผมเคยเขียนถึง

ถึงแม้จะอยู่อันดับต้น ๆ ของโลกมาตลอด แต่สิงคโปร์ก็ยังพยายามพัฒนาระบบการศึกษาให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์ตลอดเวลาเช่นกัน , พวกเขาพยายามเปิดกว้างให้คนได้เลือกสิ่งที่อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง , พยายามทำลายโครงสร้างเดิมเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่คล่องตัวมากขึ้นเสมอ , พยายามทำให้คนไม่ยึดติดกับสถานะหรือดีกรี และสุดท้ายคือการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตขึ้นมา

แผนนี้เริ่มต้นก้าวแรกด้วยการยุบโรงเรียนส่วนหนึ่งเพื่อมารวมกันและสร้าง Infrastructure ใหม่ จากนั้นในปี 2020 จะมี 25 โรงเรียนเริ่มทดสอบการเรียนแบบ Subject Based เช่น เด็กทุกคนจะได้เรียนคณิตศาสตร์เหมือนกันหมด (เรียกว่าวิชา Generic-1) โดยไม่แยกเป็นคณิตศาสตร์สาย Normal-Technic , Normal-Academic และสาย Express อีกต่อไป … ถ้าเด็กทำได้ดีแล้วจะเลือกเรียน G-2 ซึ่งเป็นขั้นสูงขึ้นก็จะเป็นการเลือกของเขาเอง และถ้าเก่งจริงก็เลือกเรียนต่อไปให้ถึง G-3 ได้เลย … แต่ถ้าใครหมดรักคณิตศาสตร์ตั้งแต่จบ G-1 ก็ไม่ว่ากัน ให้เลือกเรียนวิชาอื่นที่สนใจต่อไป

วิชาที่เรียนก็จะมีให้เลือกเรียนมากขึ้นทุกปีในชั้นมัธยมเพื่อให้นักเรียนได้เลือกลองเพื่อหาความชอบที่แท้จริงของตัวเอง เช่นภูมิศาสตร์ , ประวัติศาสตร์ , วรรณกรรม , วรรณคดี , ดนตรี เป็นต้น (ซึ่งการเปิดให้เลือกเรียนข้ามสายได้เองก็อาจจะทำให้เด็กที่เรียนคณิตศาสตร์ระดับ G-3 เลือกเรียนดนตรีหรือวรรณกรรมไปพร้อมกันได้ด้วย)

Ong Ye Kung รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของสิงคโปร์อายุ 49 ปี เป็นผู้นำเสนอแผนนี้ในสภา ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจากการปรับการศึกษาใหม่ของสิงคโปร์ในปี 2000 และ 2008

ในลิงค์นี้คือถ้อยแถลงของเขาในสภาครับ
https://www.straitstimes.com
https://www.bbc.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *