อยากเป็นครู ต้องทำอย่างไร? อ่านเลย!!!

1. เรียนหลักสูตรทางการศึกษา (หลักสูตรที่ผลิตบัณฑิตให้เป็นครู) 5 ปี ที่คุรุสภารับรอง เป็นทางที่ดีที่สุด ตรงตามมาตรฐานวิชาชีพครูที่สุด http://news.ksp.or.th/ksplibr…/index.php/2015-06-08-04-28-33

หมายเหตุ วิชาเอกที่เลือก มีผลต่อการสอบบรรจุ วิชาเอกที่ไม่ใช่สายการสอน น้องๆ หนูๆ ควรพิจารณารายละเอียดให้ชัดเจนว่า จะเป็นครูผู้สอนหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเลือกวิชาเอก ทั้งนี้ สายงานการบริหารงานในโรงเรียนไต่เต้าจากการเป็นครู

สำหรับผู้เลือกวิชาชีพอื่นไปแล้วจนได้รับคุณวุฒิ เรียกว่า ป.ตรีอื่น หาก
1. วิชาเอกที่มี ไม่ใช่วิชาหลักในโรงเรียน ไปเลือกเรียน หลักสูตรทางการศึกษา 5 ปี ใหม่จะดีที่สุด

2. มีวิชาเอกหลัก
เช่น เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ลองดูโครงการ สควค. หรือโครงการพิเศษต่างๆ ของหน่วยผู้ใช้ครู (โปรดเข้าเว็บไซต์ของหน่วยผู้ใช้ครู แล้วค้นหาเอง)

3. หากมีวิชาเอกหลัก ลองเลือกเรียน ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง (ดูการรับรองที่ลิงค์ที่ให้)

4. สำหรับ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู
ไม่แนะนำให้รอเรียน เนื่องจากเป็นหลักสูตรเฉพาะของโครงการของหน่วยผู้ใช้ครู ที่มีความจำเป็นในการใช้ครู ร้องขอมาก่อน จึงจะเกิดขึ้น ไม่ได้มีต่อเนื่อง ไม่ได้มีเป็นประจำ หน่วยผู้ใช้ครูควรทำในโครงการเฉพาะจริงๆ เพราะขณะนี้ ผู้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีเกินความต้องการอยู่แล้ว

หากหน่วยผู้ใช้ครูเลือกรับผู้มีใบอนุญาตอยู่แล้ว ก็จะลดความยุ่งยากในการทำเอกสารต่างๆ และผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะทำการสอนได้อย่างเต็มที่

หากหน่วยผู้ใช้ครูเลือกผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาทำการสอน สิ่งที่ต้องตามมา คือ หน่วยผู้ใช้ครูต้องทำเรื่องขออนุญาตต่อคุรุสภา หลังจากนั้น บุคคลที่ทำการขออนุญาตจะเรียกร้องให้หน่วยผู้ใช้ครูส่งไปเรียน ป.บัณฑิต ทางคุรุสภาก็จะต้องมาพิจารณาสิ่งที่หน่วยผู้ใช้ครูขอมา มหาวิทยาลัยก็จะต้องไปจัดหลักสูตรดังกล่าวต่อไป ซึ่งในอนาคต ผู้เรียนในหลักสูตรดังกล่าวจะลดลง จนไม่คุ้มทุนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดทำการสอน

เพราะ หลักสูตรทางการศึกษาโดยตรง จะดำเนินการผลิตบัณฑิตให้ตรงและเพียงพอต่อสาขาที่ต้องการ

ยกเว้น สาขาเฉพาะที่ไม่มีเปิดสอนในหลักสูตรทางการศึกษา ซึ่งมีจำนวนน้อย

ดังนั้น อยากเป็นครู จงเลือกเรียนครูตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อการพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษาที่ตรงเป้าหมาย นำไปสู่การพัฒนาการศึกษาของชาติอย่างแท้จริง

 

ขอบคุณเจ้าของบทความนี้ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ให้ความรู้ในเว็บครูบ้านนอกดอทคอม ครับ

ที่มา https://www.facebook.com/khurusapha

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *