เคยเจอไหม์?เพื่อนร่วมงานงี่เง่า! วิธีจัดการกับเพื่อนร่วมงานงี่เง่า!

น้อยคนนักที่จะเกิดมาบนโลกนี้แล้ว ไม่เคยถูกใครอิจฉาเลย การถูกอิจฉาริษยาจากคนในที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย มักเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งถ้าหากคุณโชคดีพอ คนที่อิจฉาคุณก็จะไม่สามารถทำอะไรคุณได้ ทำได้เพียงแค่แอบมองคุณจากมุมมืด พร้อมส่งสายตาอิจฉามายังคุณเท่านั้น แต่ถ้าคุณโชคร้าย คุณก็อาจโดนคนประเภทนี้ออกมาเล่นงานคุณจังๆ จนเจ็บหนัก เสื่อมเสียชื่อเสียงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี ไม่แน่ว่าความร้ายกาจของคนที่อิจฉาคุณอยู่นั้นอาจถูกสยบลงได้ หากคุณมีวิธีจัดการที่ดีกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งวิธีจัดการจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ

1.หยิบยื่นความเป็นมิตร

แม้ว่าคุณอาจได้ยิน หรือพอจะรู้สึกได้ว่า มีคนบางคนแอบอิจฉาคุณอยู่ แต่การเดินหน้าเข้าไปลุย หรือเข้าไปจัดการกับคู่กรณีอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก หากทำได้ ลองมีน้ำใจ ทำสิ่งดี ๆ กับเธอคนนั้นก่อนจะดีกว่า เช่น พูดกับเธอดี ๆ หรือมีขนมก็แบ่งกัน การลองทำสิ่งดีๆ แก่กันอาจช่วยเปิดโอกาสให้คุณและเธอคนนั้นได้รู้จักกันดียิ่งขึ้น และทำให้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีได้

แต่ถ้าหากลองทำแล้วยังไม่เป็นผล ก็อย่านำเรื่องนี้มาเก็บเป็นอารมณ์ให้กังวลใจไปเลย เพราะคนเราก็มีได้หลายมุม หลายความรู้สึก เราไม่อาจทำให้ทุกคนรู้สึกดีกับเราได้ทั้งหมด หรือถ้าสบโอกาส ลองสังเกตดูก็ได้ว่า เธอคนนั้นทำนิสัยเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ หรือไม่ ถ้าทำ ก็เป็นไปได้ว่า นั่นคือ ตัวตนของเธอ และไม่ได้มีแต่คุณที่เจอเธออิจฉาใส่

2.กระตุ้นให้มีการทำงานเป็นทีม

เพราะการทำงานเป็นทีมจะสำเร็จได้ ทุกคนต้องหันมาร่วมมือกัน ซึ่งการทำเช่นนั้นก็อาจทำให้คุณและคนที่อิจฉาคุณได้มีโอกาสศึกษานิสัยใจคอกันมากขึ้นกว่าเดิม เข้าใจกันมากกว่าเดิม นำไปสู่การเลิกอคติ หรือมองกันในแง่ร้ายได้

3.มุ่งมั่นในหน้าที่ของตัวเอง

การเปลี่ยนจุดหมายในการทำงาน แทนที่จะพัฒนางานของตนเองให้ดีขึ้น ไปหาคนที่อิจฉา หรือจ้องจะทำไม่ดีกับคุณอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ คุณควรเอาเวลาในออฟฟิศไปมุ่งมั่นพัฒนางานของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ศึกษาความต้องการขององค์กร เป้าหมายของหัวหน้างาน ฯลฯ แล้วปรับปรุงการทำงานของตนเองให้เป็นไปในทิศทางนั้นๆ เพื่อที่ว่าอย่างน้อย เพื่อนร่วมงานคนนั้นก็จะได้ไม่สามารถทำลาย หรือพูดถึงคุณในแง่ไม่ดีได้นั่นเอง

4.เข้มแข็งเข้าไว้

บางคนกว่าจะทราบว่ามีคนอิจฉา หรือลอบใส่ความ ก็มาสังเกตได้เมื่อสายไปเสียแล้ว เช่น เพื่อนร่วมงานทั้งออฟฟิศต่างได้รับข้อมูลเท็จเกี่ยวกับตัวคุณจากคนๆ นั้น และไม่มีใครอยากคบหาสมาคมกับคุณอีก ถ้าเป็นเช่นนี้ ขอให้เข้มแข็งเข้าไว้ ยืดอกเชิดหน้าให้มั่น (จะแอบร้องไห้ก็ได้ ถ้าร้องเสร็จแล้วตาไม่แดง) เพราะถ้าคุณไปแอบร้องไห้ หรือทำตาแดงๆ ก็เท่ากับเข้าล็อกตามที่เขาต้องการ แล้วเขาก็จะจัด “ปฏิบัติการลอบเมาท์” ตามมาอีกชุดใหญ่

5.สร้างความน่าเชื่อถือในหมู่เพื่อนร่วมงาน

ไม่มีอะไรสามารถสร้างแรงหนุนให้กับคุณ และผลักคำกล่าวหาร้ายๆ ออกไปได้เร็วเท่ากับการทำดีกับคนรอบข้าง หากคุณได้รับการยอมรับจากทีม หรือคนอื่นๆ ที่มีความเชื่อมั่นในตัวของคุณ พวกเขาจะไม่สนใจคำว่าร้ายนินทาจากคนที่อิจฉาคุณแต่ประการใด และจะทำให้คนที่อิจฉาคุณอยู่นั้นต้องยอมจากไปแต่โดยดี

6.กันไว้ดีกว่าแก้

การป้องกันการเกิดความอิจฉาในหมู่เพื่อนร่วมงาน อาจทำได้หลายแบบ เช่น การกล่าวชื่นชมทุกๆ คนที่มีส่วนต่อความสำเร็จในงาน (เพื่อนร่วมงานบางคนอาจหาความมีส่วนร่วมไม่เจอ แต่ก็ขอให้พยายามนึกให้ออก) แม้จะเล็กน้อย แต่การกล่าวชมออกไป เผื่อแผ่ความดีความชอบออกไป จะทำให้คุณไม่ตกเป็นเป้าจากคนขี้อิจฉาเหล่านั้น อีกทั้งยังทำให้คนที่ได้รับคำชม หรือการพูดถึงจากคุณไม่รู้สึกอิจฉาคุณด้วย

7.หากปัญหารุนแรง เข้าพบหัวหน้าย่อมดีที่สุด

ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องเข้าไปร้องไห้ฟูมฟายขณะเล่าให้ผู้จัดการ หรือหัวหน้าของคุณฟัง เพราะมันจะดูเหมือนเด็กถูกเพื่อนแกล้งแล้วเข้าไปฟ้องครู ถ้าจะเข้าพบหัวหน้าเพื่อแจ้งถึงปัญหาดังกล่าวให้รับรู้ การวางตัวให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่น เอ่ยถึงปัญหา และความวิตกกังวลของคุณ ขอคำแนะนำในการปฏิบัติตัวกับปัญหาดังกล่าว เรียกว่า ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีกว่า

8.ไม่ว่าอย่างไร เป็นคนน่ารักไว้ก่อน

แม้ว่าจะมีคนทำไม่ดีกับคุณอย่างมาก แต่ถ้าคุณอดทนกับมัน และใจดีพอที่จะไม่ถือสาหาความกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้ ก็เป็นไปได้ว่า เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกอิจฉานั้นก็จะถูกแทนที่ด้วยความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นั่นเอง

แต่ถ้าวันใด ตัวคุณเองกลายเป็นฝ่ายอิจฉาคนอื่นบ้าง ก็จัดการกับความรู้สึกของตัวเองก่อนที่จะไปทำร้ายใครดีกว่านะคะ

http://www.manager.co.th

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *