เด็ก ม.1 ปลูกผักปลอดสาร ขี่จยย.เร่ขายส่งตามตลาด จ่ายค่าเทอม เผยยึดหลักพอเพียงเดินตามพ่อหลวง

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับ “รู้งี้” เป็นประจำทุกวัน กับสาระความรู้ที่นำมาเสิร์ฟให้ถึงหน้าจอ และในวันนี้เรามีเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นกับเด็กอายุ 13 ปี ที่มีหัวจิตหัวใจรักการเกษตรตั้งแต่ยังเด็ก และสามารถนำสิ่งที่รักนั้นมาทำเป็นอาชีพสร้างรายได้เพื่อนำมาจ่ายค่าเทอมส่งตัวเองเรียนได้ ด้วยการปลูกผักปลอดสาร ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปติดตามกันเลยครับ

วันที่ 8 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังขับขี่รถจักยานยนต์ ตระเวรขายพักชนิดต่างๆ ในหมู่บ้าน ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จึงติดตามสอบถามทราบชื่อ”น้องโต” ดช.ณัฐพงศ์ บุษบรรณ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพิปูนสังฆรักษ์ประชาอุทิศ ต.เขาพระ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ทราบว่า ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม จะมาช่วยพ่อแม่ปลูกผัก เลี้ยงปลา และนำผักออกจำหน่ายภายในหมู่บ้าน โดยมีคุณย่า ช่วยล้างผัก ใส่ถุงไว้ให้

ต่อมาผู้สื่อข่าว เดินทางไปที่บ้านน้องโต และพบกับ นายกร บุษบรรณ บิดาของน้องโต เล่าว่า เมื่อปี  2558 น้องโต ในวัย 10 ขวบ อยากได้โทรศัพท์มือถือ ในฐานะพ่อเห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นกับเด็กในวัยนี้ พร้อมกับสอนลูกให้ใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่หากอยากจะได้จริง ต้องเก็บเงินซื้อเอง จึงเป็นที่มาการปลูกผักขายออกเร่ขายในหมู่บ้าน เพราะเห็นว่าการปลูกผักเป็นการลงทุนน้อยอาศัยวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ เด็กสามารถปลูกได้ เพราะผักปลูกง่ายกว่าพืชชนิดอื่น อายุเก็บเกี่ยวเร็ว นอกจากนี้ครอบครัวของตนก็ปลูกผักทานเองที่บ้านเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามน้องโต ก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือ น้องโต จะหาข้อมูลว่าผักชนิดไหน ปลูกง่าย โตเร็ว เก็บขายได้เร็ว แต่เน้นปลูกผักปลอดสารพิษ เช่น ผักบุ้ง ต้นคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดแก้ว ผักกาดขาว สารแน่ เป็นต้น หลังจากผักถึงอายุเก็บเกี่ยว น้องโต กับย่า จะช่วยกันเก็บผัก ล้าง และใส่ถุง ออกตระเวรขายในหมู่บ้านส่วนรายได้จากการขายผัก น้องโต จะเก็บออมไว้ใช้เกี่ยวกับการเรียน เช่น ซื้ออุปกรณ์การเรียน จ่ายค่าเทอม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายกร พ่อของน้องโต ยังกล่าวเล่าอีกว่า หลังจากน้องโต ปลูกผักออกตระเวรขายมาเป็นเวลาปีกว่า น้องโต ก็สามารถเก็บออมที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือเองได้แล้ว แต่ทว่า น้องโต ลูกชาย กลับไม่ต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือแล้ว โดยบอกว่าเห็นคุณค่าของเงิน เพราะกว่าจะทำงานหามาได้นั้นยากลำบาก ไม่ซื้อโทรศัพท์มือถือแล้ว แต่เก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาแทน และจะยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ร.9 ในการดำเนินชีวิต

ขอขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก

  • ชชาดล เจริญพงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

https://roongee.com

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *