เตรียมลูกรักมุ่งสู่ ป.1 โรงเรียนสาธิต

เมื่อลูกน้อยของคุณกำลังจะผ่านพ้นวัยอนุบาลและเตรียมตัวก้าวเข้าสู่วัยประถมศึกษา แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่มีบทบาทสำคัญในการดูแลเตรียมความพร้อมให้กับลูกในทุก ๆ ด้านทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และด้านวิชาการ มาเตรียมความพร้อมให้ลูกกันเถอะค่ะ

มารู้จักโรงเรียนสาธิต

เมื่อถึงเวลาที่ลูกรักต้องหาโรงเรียนในระดับประถมศึกษา  โรงเรียนสาธิตเป็นโรงเรียนอันดับต้น ๆ  โรงเรียนที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านปรารถนาที่อยากจะให้บุตรหลานของตนได้เข้าไปเรียนเพราะเป็นที่ยอมรับกันในสังคมถึงมาตรฐานทางด้านวิชาการ

โรงเรียนสาธิต  คือ  โรงเรียนที่เป็นตัวอย่างหรือเป็นแปลงทดลอง สำหรับนิสิต-นักศึกษา ที่เรียนวิชาชีพครู โดยที่มีคณะครุศาสตร์หรือคณะศึกษาศาสตร์เป็นผู้ดูแลด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ปกครองให้ความเชื่อถือและยอมรับ ซึ่งในแต่ละปีโรงเรียนในเครือสาธิตจึงมียอดผู้เข้าสอบนับพันคน  แม้ว่าโรงเรียนจะสามารถรองรับเด็กได้เพียงหลักร้อยเท่านั้น

เตรียมความพร้อมลูกรักเข้า.1 โรงเรียนสาธิต

การเตรียมตัวลูกน้อยลงสู่สนามสอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเด็กก็คือเด็กอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้เสมอ เดี๋ยวหัวเราะหากพอใจ  เดี๋ยวร้องไห้หากเกิดอารมณ์ไม่สู้ดี   ด้วยเหตุนี้เราจะเตรียมตัวลูกและรับมือกับการเตรียมตัวลงสู่สนามสอบอย่างไร   มีวิธีดี ๆ มาแนะนำค่ะ

1.รู้จักสนามสอบ
หากมีโอกาสคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปเที่ยวชมโรงเรียนที่จะไปสอบสัก 1 ครั้ง  หากเป็นวันที่มีการเรียนการสอนจะยิ่งดีมาก  โดยขออนุญาตคุณครูพาลูกเดินชมโรงเรียนและอธิบายเป็นเหตุการณ์จำลองเกี่ยวกับวันสอบ  คือ  ลูกจะต้องมาเข้าแถวกับเพื่อนใหม่หลายคน  คุณครูจะพาลูกและเพื่อนๆเดินขึ้นไปบนตึกเพื่อไปสอบ   แล้วพ่อกับแม่จะนั่งรอลูกอยู่ตรงนี้  พอลูกสอบเสร็จคุณครูจะพาลูกมาส่งให้กับคุณพ่อคุณแม่ซึ่งจะนั่งรอลูกอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน  จะทำให้ลูกของคุณทราบถึงเหตุการณ์คร่าวๆว่าจะมีลักษณะเช่นไร  ทำให้ลูกคลายกังวลไปได้บ้าง  การได้เดินชมโรงเรียนและบอกกับลูกว่าที่นี่ก็เป็นโรงเรียนของลูกอีกแห่งหนึ่งเช่นกันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีเพราะเด็กจะไม่รู้สึกกังวลหรือตื่นเต้นเพราะคิดว่าที่นี่ก็เป็นโรงเรียนของเขาอีกแห่งเหมือนกัน

2.ก่อนสอบ 1 สัปดาห์
ช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ก่อนสอบคุณพ่อคุณแม่ควรทบทวนทักษะเชาวน์ปัญญาต่าง ๆ ให้กับลูก สิ่งสำคัญคือ การทบทวนนั้นมิใช่การยัดเยียด แม้ว่าลูกอาจจะทำผิดไปบ้างก็ไม่ควรจะดุว่า แต่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงสาเหตุที่ลูกทำผิดเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ลูก คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจว่า การสอบนั้นมิใช่ทักษะทั้งหมดที่เรียนมา ก่อนสอบ 1-2 วัน ควรให้ลูกได้พักหรือได้เล่นตามสบาย จะได้ไม่รู้สึกกังวลจนเกินไป และไม่ทำให้รู้สึกล้าเกินไปด้วย

3.ดูแลสุขภาพ
ในช่วงเวลาใกล้สอบเช่นนี้ ควรดูแลสุขภาพให้ดีและที่สำคัญไม่ควรพาลูกไปเที่ยวหรือเดินทางไกลๆเพราะหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะหายไม่ทันวันสอบ หากลูกอยากไปเที่ยวอาจเป็นการพูดในลักษณะจูงใจว่า เมื่อสอบเสร็จแล้วค่อยพาไปดีกว่า จะได้เป็นการพักผ่อนกันทั้งครอบครัวด้วย เพราะต้องตรากตรำกับการสอบกันมาเป็นเวลานาน

4.เทคนิคสำคัญ
คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกถึงบรรยากาศในห้องสอบว่า ให้ตั้งใจฟังคำสั่งของคุณครู ฟังคุณครูอ่านโจทย์ให้จบก่อนแล้วจึงกาคำตอบลงในกระดาษคำตอบที่ได้รับ ถ้าไม่ได้ยินโจทย์หรือได้ยินไม่ชัดเจนให้ ยกมือขึ้นถามคุณครูอีกครั้ง ถ้าเกิดดินสอหักหรือเกิดปัญหาใด ๆ ก็ตาม เช่น ปวดท้องหรือต้องการเข้าห้องน้ำก็ให้ยกมือบอกคุณครูทันที อย่ารอจนสอบเสร็จ ถ้าลูกเลือกคำตอบที่ดีที่สุดแล้วให้กาลงในกระดาษคำตอบ แต่ถ้าเลือกไม่ได้จริงๆว่าควรตอบเป็นข้อไหนก็ให้หลับตาจิ้มเลยลูก อย่าเว้นช่องว่างไว้เด็ดขาด ถึงอย่างไรก็ตามลูกทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นนะไม่ต้องกังวล เพราะลูกทำดีที่สุดแล้วและคุณพ่อกับคุณแม่ก็รักลูกเสมอ การพูดให้ลูกเห็นบรรยากาศหรือพูดให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทำให้ลูกเกิดความมั่นใจมากขึ้นและคลายความกังวลไปได้ โดยเฉพาะการให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกอยากได้ยินจากคุณมากที่สุด

5.วันสอบ
คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้รับประทานอาหารเช้าอย่างน้อย 30 นาทีก่อนสอบ ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม นม หรือขนมปัง เป็นต้นและพาเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ก่อนรายงานตัวเข้าสอบ คุณพ่อคุณแม่ควรพูดให้กำลังใจลูกว่า พ่อและแม่นั้นภูมิใจในตัวลูกและรักลูกมากพร้อมทั้งกอดให้กำลังใจ ขอให้ลูกทำให้ดีที่สุด ลูกทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นไม่ต้องกังวลหรือเครียดใดๆทั้งสิ้นเพราะลูกทำดีที่สุดแล้ว พ่อกับแม่จะคอยไปกำลังใจให้ลูก

6.อารมณ์แปรปรวน
ในวันสอบเด็กอาจมีความกังวล อารมณ์จะแปรปรวนได้ง่าย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใจเย็น ค่อยๆพูดกับลูก ให้กำลังใจ กอดลูก ทำให้ลูกอารมณ์ดี คลายความกังวลและรู้สึกสบายใจเมื่อมาสอบ   การให้กำลังใจเด็กในวันสอบเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรให้อย่างพอดีไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ที่สำคัญควรพาลูกมาตั้งแต่เนิ่นๆและเพื่อไม่ให้เร่งรีบจนเกินไปควรมาถึงก่อนอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพราะในวันนั้นจะมีคนจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ปกครองและที่สำคัญจอดรถหายากมาก   วันสอบคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมา สอบเอง ส่วนญาติไม่ว่าจะเป็นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือพี่ ป้า น้า อา ควรให้กำลังใจและส่งที่บ้านก็เพียงพอแล้ว เพราะหากมาส่งกันมาก ๆ เด็กอาจรู้สึกกดดันเพราะคิดว่าตนเองกำลังถูกคาดหวังมากเกินไป เพราะการมาให้กำลังใจมากเด็กอาจเกิดความกดดัน ความกังวล และเครียดได้

ข้อคิดสะกิดใจ
การสอบเข้าโรงเรียนสาธิตนับว่าเป็นสนามสอบที่ใหญ่มากสำหรับเด็กในระดับอนุบาล การสอบได้หรือไม่ได้นั้นไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าลูกของคุณเก่งหรือไม่เก่ง เพราะการสอบเป็นเพียงด่านแรกของลูกที่จะก้าวสู่โลกภายนอกและเป็นประสบการณ์หนึ่งของลูกเท่านั้น แม้ว่าลูกของคุณจะพลาดโอกาสสอบไม่ได้ก็ตาม ลูกของคุณก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน อย่าลืมว่าโรงเรียนสาธิตเป็นเพียงหนึ่งทางเลือกเท่านั้นสำหรับลูกของคุณ ยังมีโรงเรียนที่ดีและเหมาะสมกับลูกของคุณอีกมาก

กำหนดการสอบเข้าโรงเรียนในเครือสาธิต ปี 2559

สาธิตประสานมิตร

อายุมีอายุระหว่าง 4 ปี ถึง 5 ปี 6 เดือน โดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ในแต่ละปีที่สอบจำนวนที่รับ210 คน

โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม : บุคคลทั่วไป 100 คน ในกรณีสละสิทธิ์จะมีการเรียกตัวสำรอง และ บุตรบุคลากรของมหาวิทยาลัย บุตรอุปการะคุณสงเคราะห์ จำนวน 110 คนเกณฑ์การคัดเลือกคัดเลือกจากกลุ่มบุคคลทั่วไป 100 คนแรกที่ทำคะแนนสูงสุดแนวข้อสอบเข้าเชาวน์ คณิตศาสตร์ การฟังโจทย์จากครู ดังนั้นเด็กนักเรียนที่เข้าสอบต้องมีทักษะการฟังภาษาไทย และมีสมาธิการตัดสินใจที่ดีในการทำเครื่องหมายในกระดาษคำตอบ โดยไม่ต้องอ่านโจทย์เองจำนวนข้อ (โดยประมาณ)40 ข้อเวลาที่ใช้การสอบ2 ชั่วโมง (เวลาในการสอบ 1 ชั่วโมงนักเรียนตั้งแถวขึ้นลงอีก 1 ชั่วโมง รวมเป็น 2 ชั่วโมง)

เว็บไซต์โรงเรียนhttp://prathom.swu.ac.th/สาธิตจุฬาอายุมีอายุระหว่าง 5 ปี 6 เดิอน ถึง 6 ปี 6 เดือนโดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ในแต่ละปีที่สอบจำนวนที่รับ250 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม : บุคคลทั่วไป 100 คน ในกรณีสละสิทธิ์จะไม่การเรียกตัวสำรอง และบุตรบุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุตรผู้มีอุปการะคุณ 150 คนเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลทั่วไป 100 คนแรก ที่ทำคะแนนสูงสุด (ในกรณีคะแนนเท่ากัน จะมีการจับฉลากโดยคณะกรรมการภายใน และสามารถขอดูคะแนนสอบได้เป็นรายบุคคล)แนวข้อสอบเข้าเชาวน์ คณิตศาสตร์ การฟังโจทย์จากครู ดังนั้นเด็กนักเรียนที่เข้าสอบต้องมีทักษะการฟังภาษาไทย และมีสมาธิการตัดสินใจที่ดีในการทำเครื่องหมายในกระดาษคำตอบ

โดยไม่ต้องอ่านโจทย์เองจำนวนข้อ (โดยประมาณ)40 ข้อเวลาที่ใช้การสอบ2 ชั่วโมง (เวลาในการสอบ 1 ชั่วโมงนักเรียนตั้งแถวขึ้นลงอีก 1 ชั่วโมง รวมเป็น 2 ชั่วโมง)เว็บไซต์โรงเรียนhttp://www.satitchula.org/, Facebook : http://goo.gl/F5yUlI

สาธิตเกษตร

อายุมีอายุระหว่าง 5 ปี 6 เดือน ถึง 6 ปี 6 เดือน โดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ในแต่ละปีที่สอบจำนวนที่รับ280 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม : บุคคลทั่วไป 130 คน และบุตรบุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุตรผู้ทำคุณประโยชน์ 150 คนเกณฑ์การคัดเลือกกลุ่มบุคคลทั่วไป 130 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามช่วงอายุ คือกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5 ปี 6 เดือน ถึง 5 ปี 11 เดือน และกลุ่มเด็กโตอายุตั้งแต่ 6 ปี ถึง 6 ปี 6 เดือน โดยคำนวณจากอัตราส่วนผู้สมัครในแต่ละกลุ่มอายุ และเรียงลำดับคะแนนสูงสุดลงมาจนถึงจำนวนที่ต้องการรับในแต่ละกลุ่ม

รวมถึงการพิจารณาให้มีสัดส่วนของเด็กชายและเด็กหญิงที่ใกล้เคียงกันแนวข้อสอบเข้าเชาวน์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ความรู้ทั่วไปจำนวนข้อ (โดยประมาณ)60 ข้อ โดยตอบในกระดาษคำตอบซึ่งมีหลายชุดหลายสี โดยนักเรียนต้องตั้งใจฟังคำสั่งว่า ต้องนำชุดใดมาทำก่อนหลัง มีกระดาษทดให้คิดเลขเวลาที่ใช้การสอบ2 ชั่วโมงครึ่ง (เวลาในการสอบประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีพัก นักเรียนตั้งแถวขึ้นลงอีก 1 ชั่วโมง รวมเป็น 2 ชั่วโมงครึ่ง)เว็บไซต์โรงเรียนhttp://www.kus.ku.ac.th/

อ้างอิงข้อมูลจาก

หนังสือเตรียมสอบเข้า ป.1 โรงเรียนสาธิต  ผู้แต่ง มิ่งขวัญ  ลิรุจประภากร

หนังสือเข้าป.1 เลือกโรงเรียน  เลือกอนาคตของลูก  อภิญญา  พันธ์สุวรรณ

http://www.tataya.com/ab006.php

ขอขอบพระคุณบทความจาก : https://th.theasianparent.com/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88-%E0%B8%9B-1-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%95/

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *