เตือนครูและนักศึกษาให้ระวัง “แชร์ลูกโซ่” กับ 7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ ใช้ล่าเหยื่อ“คนอยากรวย”

สังเกตได้อย่างไร ว่านี่คือแชร์ลูกโซ่

 1. เปิดระดมทุนไม่อั้น
          ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาลงทุนกับธุรกิจเครือข่ายนี้ได้ รวมทั้งยังได้รับเงินส่วนต่างพิเศษเพิ่มอีก หากมีการชักชวนคนอื่นให้เข้ามาลงทุนด้วย

 2. การันตีผลตอบแทนสูงมาก
 มีการรองรับผลตอบแทนที่จะได้สูงมาก ๆ จากการลงทุนในระยะเวลาอันสั้น เพื่อเรียกความสนใจให้เราเข้าไปลงทุน และหว่านล้อมด้วยวิธีต่าง ๆ ให้เรารีบตัดสินใจเข้าลงทุน

 3. ตรวจสอบข้อมูลการเงินไม่ได้
 เป็นบริษัทที่ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงิน หรือข้อมูลการทำธุรกิจได้ ว่าได้กำไรมาจากไหน เอาเงินที่ได้ไปทำอะไรบ้าง รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินที่ได้รับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้ ทั้งนี้ เราสามารถตรวจสอบงบการเงินเบื้องต้นของแต่ละบริษัทได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 4. เชียร์ให้รีบตัดสินใจลงทุน
 ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มีจุดประสงค์หลักคือขยายเครือข่ายไปให้มากที่สุด ดังนั้นจึงต้องหาสมาชิกเข้ามาลงทุนด้วยมาก ๆ ซึ่งหากสังเกตได้ว่ามีการหว่านล้อมให้เรารีบเข้าลงทุนโดยเร็ว หรือสร้างบรรยากาศต่าง ๆ ให้คนอยากเข้าลงทุนมากจนเกินปกติ ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่

 5. จัดอบรมสัมมนาใหญ่โต
 มีการจัดงานอบรมสัมมนาใหญ่โต แล้วเชิญเราเข้าไปรับฟังแผนธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท แต่จริง ๆ แล้วมีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการให้คนเข้าร่วมสัมมนาคล้อยตามและรีบสมัครเป็นสมาชิก

 6. อ้างว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมลงทุนด้วย
 เป็นวิธีหลอกล่อให้คนสนใจร่วมลงทุนมากขึ้น โดยการอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักร้อง หรือนักธุรกิจชื่อดัง ว่าได้ร่วมลงทุนในธุรกิจนี้เช่นกัน
 แชร์ลูกโซ่มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง ?

 แชร์ลูกโซ่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ออกมาเป็นหลากหลายรูปแบบ และได้ระบาดไปทั่วทุกสายอาชีพ ประกอบกับยังมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เรามาดูกันว่าแชร์ลูกโซ่ที่เรามีโอกาสพบเห็น มีแบบไหนบ้าง

 1. ลงทุนในสินค้าเกษตร
 เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นมานาน แต่ก็ยังมีการนำมาหลอกลวงด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีอยู่เรื่อย ๆ โดยหลัก ๆ จะเป็นการหลอกให้เข้ามาลงทุนกองทุนสินค้าเกษตร และการันตีผลตอบแทนที่สูง ซึ่งจะมีการปั่นราคาสินค้าชนิดนั้นในตลาด เพื่อหลอกให้เหยื่อสนใจ ซึ่งที่ผ่านมามีสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือ เช่น พันธ์ุไม้กฤษณา ไม้สัก มะม่วง เป็นต้น

 2. ขายตรง
 ธุรกิจขายตรงบางแห่ง มักแฝงมากับขบวนการแชร์ลูกโซ่ โดยใช้สินค้าเป็นตัวบังหน้าเท่านั้น แต่ต้องการเพียงขยายฐานสมาชิก โดยจะมีการเก็บค่าสมัครสมาชิกและบังคับให้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ในราคาสูง

 3. ระดมทุนตั้งบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์
 เป็นการขายฝันเพื่อชักชวนให้เข้าร่วมถือหุ้นในบริษัท โดยหลอกว่าบริษัทมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ต้องการที่จะหาสมาชิกให้มากพอก่อน เพื่อจะได้ให้เราไปชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนด้วย

 4. ผลิตภัณฑ์อวดอ้างสรรพคุณรักษาได้สารพัดโรค
 หลอกลวงเงินของชาวบ้าน โดยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์รักษาโรค แล้วแอบอ้างว่ามีสรรพคุณพิเศษผ่านการใช้โฆษณาชวนเชื่อ จนมีคนหลงเชื่อซื้อมาใช้ จากนั้นจึงสร้างเครือข่ายสมาชิกหลอกให้คนนำเงินมาร่วมลงทุน ทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อเสียทั้งทรัพย์สิน และอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการทานยาที่ไม่มีคุณภาพอีกด้วย

 5. ลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ 
 เป็นการชักชวนให้เข้าลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนจำนวนมาก ทำให้หลายคนหลงเชื่อเข้าไปลงทุน โดยที่ไม่รู้ว่าธุรกิจดังกล่าวผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย

   6. ลงทุนทองคำ และน้ำมัน
 มีการจูงใจให้คนเข้ามาร่วมลงทุนเก็งกำไรในราคาทองคำและน้ำมันดิบ โดยหลอกว่าหากเข้ามาลงทุนด้วยจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าท้องตลาด รวมถึงยังการันตีผลตอบแทนทุกเดือน
 
 7. คนดังชวนลงทุนทำธุรกิจ
 ใช้ชื่อเสียงของคนดังต่าง ๆ ออกมาโฆษณาชักชวนให้คนร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วย โดยเอาชื่อเสียงตัวเองการันตีว่าไม่มีการหลอกลวง และให้ตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอน ทำให้หลายคนหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

  8. แชร์ลูกโซ่ออนไลน์
          แชร์ลูกโซ่ออนไลน์เป็นการหลอกลวงทาง Social Media ต่าง ๆ เช่น Line Facebook โดยชักชวนให้เล่นแชร์เป็นแพ็กเกจ มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินปันผลทุกสัปดาห์ และเมื่อวงแชร์มีขนาดใหญ่มากพอ ก็จะปิดวงแชร์แล้วหลบหนีเอาเงินไป

9. ฌาปนกิจสงเคราะห์ปลอม
 พบเห็นได้มากในต่างจังหวัด โดยเป็นการชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิกเพื่อจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์รายเดือน โดยมีการจ่ายค่าสมัครครั้งแรก และจ่ายเงินสมทบเข้าทุก ๆ เดือน ซึ่งเมื่อครบตามกำหนดจะได้เงินค่าฌาปนกิจศพ สุดท้ายก็นำเงินหลบหนีไป ไม่จ่ายตามสัญญา

    10. ขายทริปเที่ยวในฝัน 
 เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ จากการสร้างธุรกิจเครือข่ายที่นำแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาถูกมาเป็นตัวล่อ ให้มีการจ่ายค่าสมัครแรกเข้า และจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน เพื่อมีสิทธิ์ในการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว รวมทั้งยังมีการหลอกให้ซื้อแพ็กเกจราคาถูกกว่าปกติ เพื่อจูงใจคน แล้วเอาเงินที่ได้หลบหนีไป

ทั้งนี้ เป็นเพียงตัวอย่างลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่มีโอกาสพบเห็นได้บ่อย แต่ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อใช้หลอกลวงอยู่เรื่อย ๆ 

 แชร์ลูกโซ่ ผิดกฎหมายหรือไม่ 

 แชร์ถูกโซ่ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน เพราะเข้าข่ายการฉ้อโกง และหลอกลวงผู้บริโภคให้หลงเชื่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานฉ้อโกง และพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยมีโทษจำคุกกระทงละ 3-5 ปี และโทษปรับวันละ 1 หมื่นบาท

  รวมทั้งอาจยังเข้าข่าย ความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 อย่างไรก็ตาม การที่จะเอาผิดแชร์ลูกโซ่ในปัจจุบัน ยังทำได้ยากและไม่สามารถเข้าจับกุมได้ทันที ต้องรอให้มีผู้เสียหายร้องให้ดำเนินคดีก่อน ประกอบกับต้องมีการสอบสวนรวบรวมหลักฐานอย่างยาวนานกว่าคดีจะสิ้นสุด ดังนั้น จึงควรระวังตัวเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรกจะดีที่สุด

 ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่แล้ว ทำอะไรได้บ้าง

          หากใครที่รู้ตัวว่าหลงกลให้กับกลุ่มมิจฉาชีพไปแล้ว ให้รีบดำเนินการตามนี้ได้เลย

 1. เก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไว้ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือสัญญา หลักฐานการโอนเงิน เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่สำนักงาน หรือรูปถ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 2. รีบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมาย โดยสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแสที่น่าสงสัยได้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือโทร. 1202

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน บนมือถือของดีเอสไอที่ชื่อว่า “DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ)” ทั้งระบบ Android และ iOS เพื่อใช้ในการร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส ได้อีกทาง

 

ขบวนการต้มตุ๋น แชร์ลูกโซ่ ระบาดหนัก อาศัยจังหวะเศรษฐกิจตกต่ำ “คนอยากรวย”กลายเป็นเหยื่อในทุกอาชีพ ปัจจุบันพบ 7 รูปแบบที่กำลังเป็นที่นิยม ด้านหน่วยงานรัฐแนะไม่อยากเป็นเหยื่อ พึ่ง สคบ.ก่อนตัดสินใจลงทุน

ทุกครั้งที่เศรษฐกิจตกต่ำ สินค้าและบริการจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขบวนการแชร์ลูกโซ่ก็จะเริ่มลุกลามระบาดไปทั่วเช่นกัน เพราะด้วยรูปแบบแผนธุรกิจแฝงต่างๆ ที่ขบวนการนี้คิดค้นขึ้นมา เพื่อหลอกล่อต้มตุ๋นให้คนที่อยากรวยหลงเชื่อยอมควักเงินในกระเป๋าออกมาลงทุน และในที่สุดจึงกลายเป็นเหยื่อที่เข้ามาอยู่ในวงจรนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ ใช้ล่าเหยื่อ“คนอยากรวย”

เมื่อปรากฏการณ์แชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นนั้น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนประชาชน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ถึงกรณีการระบาดของแชร์ลูกโซ่ที่กำลังแพร่หลายและขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติ เป็นเรื่องที่บุคคลต้องมีความพินิจพิเคราะห์อย่างมาก ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท และไม่นำความเสี่ยงภัยของครอบครัวและสังคมของคนในชาติเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเป็นอันขาด โดยมีข้อความว่า

“ปัญหาธุรกิจแชร์ลูกโซ่เป็นความเสี่ยงต่อความอยู่รอดปลอดภัยของการดำรงชีวิตที่เป็นปกติสุขของเราคนไทยทุกคน จากที่รับทราบกันโดยทั่วว่าธุรกิจแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เน้นขายของขายบริการ แต่เน้นการหาสมาชิกจำนวนมากๆ คล้ายๆ สินค้าที่ทำให้ผู้คนติดพัน เป็นการระดมทุนจากประชาชนที่แพร่และขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจ่ายผลตอบแทนสูง

ในระยะแรกผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่จะต้องเสียเงินในอัตราสูง เป็นค่าสมาชิก หรือค่าสินค้าต่างๆ และสมาชิกใหม่ต้องหาสมาชิกเพิ่ม ซึ่งก็คือการหลอกคนอื่นๆ ต่อไปอีกเพื่อจะได้เงินคืน ยิ่งหาได้มากก็จะได้เงินคืนมามาก ได้ผลกำไรมากกว่าที่ลงทุนไป คนที่อยู่อันดับสูงๆ ก็จะสบาย รู้ถึงสถานการณ์ทุกอย่าง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ในกลุ่มไม่สามารถนำเงินมาหมุนได้อีกต่อไป ทั้งบริษัทและผู้จัดการก็จะหนี ทิ้งไว้แต่เพียงหนี้สินกับคนที่อยู่ในระดับล่างๆ เกิดความเดือดร้อนกันอย่างกว้างขวาง”

7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ ใช้ล่าเหยื่อ“คนอยากรวย”
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมขบวนการแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติรายใหญ่จากประเทศจีน ที่เตรียมจะเข้ามาก่อเหตุในไทย

อย่างไรก็ดี ปัญหาแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นที่มีการเสนอตามสื่อต่างๆ ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าแชร์ลูกโซ่กำลังจะกลับมาสร้างวิกฤตต่อสังคมไทย ด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า เพราะมีการพลิกแพลงรูปแบบ กลายพันธุ์ออกมาในลักษณะต่างๆ และลุกลามระบาดไปทั่วทุกสาขาอาชีพ ทุกระดับชั้น ตั้งแต่กลุ่มคนทำงานที่มีความรู้ นักศึกษา จนถึงประชาชนที่อาศัยในท้องถิ่นต่างจังหวัด

ชะตากรรมของคนที่หลงเข้ามาเป็นเหยื่อในวงจรแชร์ลูกโซ่นั้น บางรายใช้เงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน หรือบางรายใช้วิธีกู้เงินมาลงทุน ด้วยหวังว่าแผนการตลาดที่นำมาล่อใจ จะให้ดอกผล มีเงินเป็นกอบกำอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายก็ถูกพิษสงของเล่ห์เหลี่ยมและความโลภของตนทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว

นับว่ากลโกงของขบวนการแชร์ลูกโซ่ในวันนี้ มีการพลิกยุทธวิธีในการหาสมาชิกสารพัดรูปแบบที่จะนำมาใช้ล่อเหยื่อที่อยากรวย ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องในการปราบปราม ทั้งกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ (สศก.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และผู้เสียหาย สรุปให้เห็น 7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ยอดฮิตที่สามารถดึงคนอยากรวยเข้ามาเป็น“เหยื่อ” ในยุคนี้

7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ ใช้ล่าเหยื่อ“คนอยากรวย”
แชร์ลูกโซ่จีนระบาดที่พัทยา

แอบอ้างชื่อผู้มีอิทธิพล

รูปแบบที่ 1 ที่จะทำให้ได้ “เหยื่อ” แนบเนียนที่สุดคือการแอบอ้างชื่อผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล เพราะมีชื่อเสียง เชื่อว่าสามารถเอื้อประโยชน์กับคนใดคนหนึ่งได้ ทำให้คนตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อได้โดยง่าย เพราะคาดหวังในโอกาสของความร่ำรวยจากอำนาจของบุคคลเหล่านั้น ตัวอย่างที่พบล่าสุดคือ เช่นการแอบอ้างนายกฯ มีการตั้งแชร์ลูกโซ่ระดมทุนชาวบ้าน เพื่อตั้งบริษัทรับเหมา แอบอ้างลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ โน้มน้าวว่าลงทุนมากจะได้ส่วนแบ่งมาก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พบความผิดปกติของการยื่นตั้งบริษัทใหม่สูงที่สุดในรอบปี(17%) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ปัจจุบันอยู่ระหว่างลงพื้นที่ และประสานงานผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ใช้โซเชียลมีเดียล่อเหยื่อนักศึกษา

รูปแบบที่ 2จะเล็งกลุ่มนักศึกษาเป็นเป้าหมาย แม้จะไม่มีเงินเดือน แต่ก็เป็นกลุ่มที่หลงเชื่อง่าย ไม่มีประสบการณ์มากนัก อยากสบาย และเชื่อใจคน ทำให้เข้ามาเป็นเหยื่อได้โดยง่าย วิธีการจะชักชวนในลักษณะใช้คนในกลุ่มเพื่อนเฟซบุ๊ก รุ่นพี่ที่เป็นไอดอล แชร์ข้อมูลรายได้ และยืนยันว่าไม่หลอกลวง ได้ผลตอบแทนจริง โชว์ความเป็นอยู่ที่หรูหรารายได้ดี ท่องเที่ยวต่างประเทศ

ลักษณะธุรกิจจะมีผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องสำอาง วิตามิน อาหารเสริมเพื่อความงาม น้ำมันหอมระเหย และมีการเปลี่ยนแปลงสินค้าไปตามกระแสความนิยม แต่ไม่เน้นการขาย เน้นให้มีการจ่ายค่าสมาชิกซึ่งมีตั้งแต่ 3,000 – 20,000 บาท และให้หาสมาชิกเพิ่ม รับประกันได้เงินคืน 150%จากค่าสมาชิก เมื่อหาสมาชิกใหม่ได้ 2 คน เช่นเดียวกับการหาดาวน์ไลน์ของธุรกิจ ในรูปแบบMLM การโฆษณาผลตอบแทน โชว์ตัวเลขรายได้ในสมุดบัญชี การเขียนเชียร์ มีกระจายอยู่ทั่วไปตามโซเชียลมีเดีย และชุมชนออนไลน์ต่างๆ เพื่อความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดการขยายของธุรกิจอย่างง่ายดาย

ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งดึงดูด

สำหรับรูปแบบที่ 3 จะเน้นไปที่กลุ่มคนทำงานที่ใช้สื่อออนไลน์ในชีวิตประจำวัน มักจะหลงกลตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่นี้ โดยการเข้าถึงจะใช้วิธีการเชิญชวนผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียให้คนมาร่วมลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนต่อในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยการล่อเหยื่อนั้นจะมีการเสนอให้เห็นถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งจะมีทั้งการจ่ายเงินปันผลเข้าในบัญชีการลงทุนทุกเดือน อัตราขั้นต่ำ 2-10% ต่อเดือน

ขณะเดียวกัน หากผู้ลงทุนปรับสถานะตัวเองเป็น IB (Introduce Broker) หรือตัวแทน ที่ชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนก็จะได้รับผลประโยชน์กลับคืนอีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งใช้ระบบการจ่ายผลตอบแทนเช่นเดียวกับธุรกิจขายตรง ผู้ลงทุนบางคนไม่รู้ว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจผิดกฎหมาย จึงตกเป็นเหยื่อและดำเนินคดีได้ยาก สูญเงินไปมหาศาลจากการลงทุนลักษณะนี้

ส่วนการใช้อัตราแลกเปลี่ยนนั้นจะเลือกสกุลเงินที่แต่ละกลุ่มเป้าหมายสนใจ ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนรายหนึ่งที่ขยับฐานะเป็น IB มีหน้าที่การงานเป็นที่น่าเชื่อถือ เป็นแพทย์ แต่ไม่ได้ทำเอง ให้น้องสาวเป็นคนชักชวนหาสมาชิกเน้นลงทุนในสกุลหยวนและบอกว่าลงทุนเพียง 2-3 เดือนจะมีกำไรเป็นเท่าตัว โดยให้ลงทุนแลกเปลี่ยนครั้งแรกเป็นหลักแสนบาทซึ่งเขาจะใช้วิธีโน้มน้าวสารพัด แต่ที่สุดหากเราไม่สนใจเขาก็จะเงียบหายไปเอง

7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ ใช้ล่าเหยื่อ“คนอยากรวย”

ใช้สินค้าเกษตรเป็นตัวล่อ

รูปแบบที่ 4 จะล่อเหยื่อให้ลงทุนกองทุนสินค้าเกษตร ซึ่งเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ปัจจุบันเป็นการเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และใช้การคืนเงินบางส่วนในระยะแรกๆ เช่นคืนผลตอบแทนถึง 5% ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผู้ลงทุนวางใจว่าได้รับผลตอบแทนจริง โดยเข้าใจว่าเป็นดอกเบี้ย และชักชวนผู้อื่นมาลงทุนด้วย เพราะเห็นประโยชน์จากผลตอบแทน เมื่อมีการลงทุนมากขึ้น กองทุนนั้นก็ปิดตัวลง ไม่มีผู้รับผิดชอบ สร้างความเดือดร้อนในการติดตามและดำเนินคดี

สินค้าเกษตรที่จะนำมาเป็นจุดขายในการดึงคนเข้าร่วมเป็นสมาชิกจะมีการลงทุนในพืชการเกษตรที่มีการปั่นในตลาดจนกลายเป็นที่ต้องการของตลาดในเวลาต่อมา เช่นลงทุนในมะม่วง ไม้สัก พันธุ์ไม้กฤษณา เป็นต้น

“ซื้อกองทุนสินค้าเกษตร ไม่ต้องทำอะไร บางแห่งทำสวนเกษตรให้ดูใหญ่โต มีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เหมือนเข้าไปเป็นเจ้าของสวนเอง แต่อยู่เฉยๆ ได้ผลกำไรต่อปีงามๆ”

ขายฝันระดมทุนตั้งบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

ส่วนรูปแบบที่ 5 จะเข้ามาในลักษณะบริษัทข้ามชาติจากประเทศจีน และมาเลเซีย ด้วยการวางแผนธุรกิจระดมทุนขั้นต่ำ 6,000 บาท โดยให้สิทธิในการถือหุ้นในบริษัท และอาจมีสินค้าที่จำหน่าย ซึ่งสมาชิกสามารถซื้อได้ในราคาถูก แต่เป้าหมายที่นำมาชวนเชื่อคือการขายฝันว่าบริษัทมีแผนจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมากพอ เช่นจำนวนถึงแสน เป็นที่มาให้สมาชิกพากันชักชวนเพื่อนฝูงเข้ามาร่วมทุน โดยมีความคิดว่าจะมีส่วนในหุ้นของบริษัท
สุดท้ายก็เป็นลักษณะบริษัทปิดตัวลง ติดตามเงินลงทุนไม่ได้ หุ้นบริษัทไม่มีมูลค่าใดๆ ตามที่อ้างอิง

ผลิตภัณฑ์อวดอ้างสรรพคุณรักษาได้สารพัดโรค

ขบวนการแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบที่ 6 จะระบาดไม่รู้จบในพื้นที่ต่างจังหวัดของประเทศ โดยสามารถหลอกลวงเงินของชาวบ้านไปได้เป็นจำนวนมาก จากการใช้ความเจ็บป่วยมาเป็นเครื่องมือหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ วิธีการคือเริ่มจากผลิตภัณฑ์รักษาโรคและแอบอ้างว่ามีสรรพคุณรักษาโรคได้จริง ทำให้ผู้ป่วยหลงเชื่อซื้อมาทดลอง ในช่วงแรกที่มีคนหลงเชื่อก็จะสร้างแรงจูงใจในการซื้อ และสร้างกลุ่มสมาชิกลงทุนจำหน่าย เพราะโฆษณาว่าขายดี ได้รับผลตอบแทนมาก ซึ่งในตัวยาเองอาจมียาอันตรายอยู่ด้วย ทำให้ทั้งเสียทรัพย์สิน และอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ตัวอย่างที่ดำเนินคดีไปแล้วในปี 2555 แต่ฟื้นคืนชีพมาอีกในปี 2556 คือแชร์ลูกโซ่ “รถเร่ลิง-ตะเกียงหอม” ซึ่งระบาดหนักในพื้นที่ภาคอีสานโดยชาวบ้านบางรายที่ตกเป็นเหยื่อว่ารักษาโรคได้ก็นำที่ดินไปจำนองกับบริษัทที่หลอกขายตะเกียง และบางรายถึงกับยอมเสียเงินเป็นหลักล้านบาทเพื่อแลกกับการหายจากโรค หรือร่วมลงทุนเข้ามาเป็นสมาชิกเพราะสินค้ามีโอกาสขายได้ดี อยากร่ำรวยกลายเป็นเศรษฐีภายในพริบตา

ปัจจุบันขบวนการดังกล่าวก็ยังคงระบาดอยู่ในต่างจังหวัด แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นผลิตภัณฑ์หอมระเหยที่แก้สารพัดโรคได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่าแก๊งเหล่านี้เป็นที่จับตาของตำรวจและเภสัชกรในพื้นที่ เพียงแต่ยังไม่สามารถจับกุมได้เพราะยังไม่มีเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายมาแจ้งความ

ใช้การทำบุญบังหน้า ได้ทั้งบุญและเงินกลับมา

ขบวนการต้มตุ๋นแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบที่ 7 จะใช้วิธีการอ้างอิงศาสนาและการทำบุญ ที่มีผลตอบแทนสูงช่วยจูงใจ เช่นเมื่อเร็วๆ นี้มีประกาศเชิญชวนให้คนมาร่วมทำบุญสร้างพระองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และใช้เงินในการก่อสร้างสูงถึงหลักแสนล้านบาท เชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ3 หมื่นบาทและจะได้คืน 1 แสนบาท วิธีการเพื่อทำให้คนเชื่อถือ และให้คนมาร่วมทำบุญกันมากเพื่อให้ได้เงินตามที่คาดหวังนั้น ใช้การติดป้ายโฆษณาในจังหวัดแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน และคนมีชื่อเสียงในพื้นที่นั้นว่าได้ร่วมทำบุญบางส่วนมาแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท

สำหรับเรื่องการล่าเหยื่อในเรื่องการทำบุญนั้น จากการพูดคุยจะพบว่าคนในก๊วนจะเลือกหาเหยื่อที่มีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องการทำบุญอยู่แล้ว ประกอบกับการอธิบายถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากความโลภของเหยื่อโดยตรง

7 รูปแบบแชร์ลูกโซ่ ใช้ล่าเหยื่อ“คนอยากรวย”
หยื่อแชร์ลูกโซ่สินค้าเกษตร ยี่ห้อ Success Way จาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ให้ข้อมูลกับกระทรวงยุติธรรม ( 21ธันวาคม 2553)

ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ซับซ้อนยากดำเนินคดี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับSpecial Scoop ว่า ความผิดของแชร์ลูกโซ่เป็น 1ใน 25 คดีอาญาฟอกเงิน ที่รัฐกำลังเร่งกวาดล้างบริษัทที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีอยู่มากมายหลายร้อยแห่ง แต่ที่จับได้นั้นมีบริษัทใหญ่ไม่กี่แห่ง ส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้นบริษัทเหล่านี้ขยันเปลี่ยนรูปแบบ นำสินค้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ และใช้วิธีการนำเงินมาล่อในแบบต่างๆ ทำให้ป้องกันลำบาก ต่อให้เข้มงวดอย่างไร ตำรวจก็ยังทำงานยากอยู่ดี และที่สำคัญคือขั้นตอนการดำเนินการคดี ซึ่งการจับกุมไม่สามารถทำได้ในทันที ต้องมีผู้เสียหายร้องให้ดำเนินคดี และแม้จะมีผู้แจ้งความแล้วก็ตาม การที่จะเอาความผิดได้นั้น ตำรวจก็ต้องสืบสวน สอบสวนรวบรวมหลักฐาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลายาวนานกว่าคดีจะถึงที่สุดรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหลายหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องปรามธุรกิจเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ (สศก.) ก็อาจเกิดปัญหาความไม่ชัดเจนในการทำงานได้เช่นกัน

ตัวอย่างการดำเนินคดีแชร์ลูกโซ่ที่ใช้ระยะเวลายาวนานมากคือกรณี บริษัท บลิสเชอร์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ซึ่งทำธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อนหรือไทม์แชริ่ง ใช้เวลาในการฟ้องร้องและตัดสินคดีกว่า 20 ปี สุดท้ายศาลตัดสินให้เหยื่อผู้เสียหาย 20,000 รายเป็นผู้ชนะคดี เจ้าของบริษัทและพวก มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ถูกยึดทรัพย์และจำคุกไปในที่สุด

ไม่อยากเป็นเหยื่อ เช็ก “สคบ.”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ประชาชนสามารถหลีกเลี่ยงไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบต่างๆ ได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำว่าบริษัทนี้มีแผนธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ หากไม่ใช่บริษัททำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่ การจัดหาสมาชิกต้องไม่มีค่าตอบแทน และข้อมูลของสินค้าต้องมีความชัดเจน

รวมทั้งแสดงข้อมูลของช่องทางการจำหน่ายสินค้า ซึ่งหากจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง ก็จะมีคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำความผิด จะถูกยกเลิกการจดทะเบียนทันที

อย่างไรก็ดี การขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้บริโภคและผู้ลงทุนมีความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ก็อาจเป็นเหรียญสองด้านให้บริษัทแชร์ลูกโซ่นำมาเป็นเครื่องมือในการฟอกตัว สร้างภาพตบตาว่าผ่านกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐแล้ว เพื่อต่อลมหายใจ หากมีข้อสงสัยจากผู้ร้องเรียน ซึ่งบางครั้งทำให้มีบริษัทเหล่านี้เล็ดลอดออกมาทำในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ในปัจจุบันได้เพราะยังไม่ถูกดำเนินคดีในช่วงที่ผ่านมา

ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่ต้องใช้วิจารณญาณรู้เท่าทันกลโกง ก่อนที่จะพบหายนะดังที่เห็นเป็นข่าวมาโดยตลอด เพราะไม่มีธุรกิจใดในโลกที่ได้เงินมาโดยง่ายและรวดเร็วชั่วพริบตา

ขอบพระคุณเนื้อหาบทความ อ่านต่อได้ที่ manager.co.th

https://money.kapook.com/view176757.html

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *