เลี้ยงลูกให้สมดุลระหว่างเรียนกับเล่น ดร.กุลเดช สินธวณรงค์

ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่สำคัญฉันใด การเลี้ยงลูกและส่งเสริมในสิ่งที่ลูกเป็นก็มีความสำคัญฉันนั้น

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น บริษัทชั้นนำด้านสถาปัตยกรรม มีวิธีเลี้ยงลูกชายทั้ง 3 คน ได้แก่ ได้แก่ ยูจิ-เด็กชายติณห์ มารุ-เด็กชายภาคิน โมริ-เด็กชายวิธวินท์ สินธวณรงค์ วัย 9 7 และ 5  ขวบได้น่าสนใจ โดย ดร.กุลเดช พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกโรงเรียนที่ตรงกับจริตของลูกชายแต่ละคน

“วิธีการเลือกโรงเรียนให้ลูก ผมเลือกจากระบบการสอน วิชาที่ลูกต้องเรียน และสิ่งแวดล้อม โรงเรียนที่ลูกเรียนมีคาแรกเตอร์ลั้นลามาก มีโรงละครเป็นของตัวเอง ผมชอบดูลูกเล่นละคร โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านศิลปะบทประพันธ์ การอ่านหนังสือ ที่สำคัญคือ โรงเรียนให้พ่อแม่ต้องคลุกคลีกับลูกๆ ในการทำกิจกรรม เช่น ช่วยกันสอนการบ้านลูกผมคิดว่าเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกคือด้านวิชาการ ถ้าลูกไม่เก่งเลข ผมคิดว่าไม่เป็นไรเพราะมันคือ ชีวิตของเขา แต่ผมให้ลูกเรียนเพิ่มคือ ภาษาจีน กับว่ายน้ำ วิชาการผมคิดว่าไม่ต้อง หรือเรียนภาษาไทยเพิ่มนิดหน่อย แต่ผมอยากให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง และเขาได้เลือกชีวิตของเขาเอง นั่นเป็นวิธีพัฒนาการเด็กที่ดี แต่แน่นอนคือ หลายคนต้องมาแนะแนว ครูต้องบอกให้ครบ ทุกอาชีพคือ อะไร อาชีพนักร้อง นักธุรกิจคือ อะไร บอกเขาแต่อย่าชี้ให้ลูกต้องเป็นอย่างนั้น สอนให้ลูกรู้ ให้คิดเอง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเราจะให้ลูกเรียนจนถึงเกรด 12 ไหมแต่ผมรอให้ลูกเข้าใจตัวเองตอนมัธยม 4 หรือ 5 จบจนเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเขาอยากเรียนเมืองไทยหรือเมืองนอก ผมจะให้เขาเลือกเองผมอยากให้ลูกตั้งคำถาม ผมคิดว่าคนจะเก่งขึ้นหรือไม่ ถ้าลูกอยากเก่งลูกต้องยิงคำถามให้พ่อ แล้วพ่อจะตอบ ผมอยากให้ลูกถามว่า มหาวิทยาลัยในเมืองไทยเรียนแล้วได้อะไร หรือชั้นปีมาซ้อมร่วมกัน ซึ่งเด็กๆ ได้ซ้อมดนตรีมากกว่าเรียนหนังสือในห้องเสียอีก ซึ่งถูกใจคุณพ่อมากๆ โดยคุณพ่อคนนี้ส่งเสริมให้ลูกๆ เรียนวิชาการตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์เพียงพอแล้ว เพราะเขาอยากทำกิจกรรมกับลูกๆ ในวันอาทิตย์

“ผมชอบพาลูกไปเที่ยวในวันอาทิตย์ เพื่อให้ลูกเห็นโลกกว้าง ลูกจะได้รู้สึกผ่อนคลาย และเรายังได้ใกล้ชิดกับลูก แต่ลูกผมอนามัยนะครับ ทุ่มครึ่งต้องเข้านอน ก่อนนอนผมก็อ่านนิทานผจญภัยของเด็กให้ลูกฟังลูกก็หลับเร็ว แต่เสาร์-อาทิตย์ผมอนุญาตให้ลูกนอนดึกได้ ”

ช่วงปิดภาคเรียนหากมีเวลาก็จะพาลูกไปท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตายังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมความรักภายในครอบครัวได้ดีมากๆ

https://40plus.posttoday.com

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *