แชร์ประสบการณ์ 1 ปีโค้งสุดท้ายสู่สาธิตปทุมวัน

 

ข้อมูลผู้ใช้จาก พันทิป https://pantip.com/topic/36064146
ประสบการณ์การเตรียมตัวของลูกสาวแค่ปีเดียว เพื่อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตปทุมวันค่ะ เนื่องจากเดิมทีไม่ได้ตั้งเป้าไว้ที่นี่ เธอบอกเธออยากเข้าสตรีล้วนและบ้านอยู่ฝั่งธนฯ เลยมองไว้ที่ สตรีวิทยา และ ศึกษานารี กะว่าสอนเองหมดค่ะ น่าจะเป็นไปได้ จนมาปิดเทอม จะขึ้น ป. 6 เธอเดินมาบอกว่าอยากเข้าเตรียมอุดม เนื่องจากเธอชอบวาดรูป จึงมีเพื่อนที่วาดรูปด้วยกันทางเฟซเป็นเด็กเตรียมเยอะ เลยอยากเข้าเตรียม ชอบการเรียน ชอบกิจกรรมที่เพื่อนเล่าให้ฟัง


ทีนี้คุณแม่หัวร้อนเลยค่ะ เข้าเน็ตหาข้อมูลว่าโรงเรียนไหนเข้าเตรียมได้เยอะสุด ก็มาตกที่สาธิตปทุมวัน เลยเบนเข็มมาทางนี้ กุมขมับอยู่แป๊บ เพราะไม่เคยเรียนพิเศษวิชาการเลย เรียนแต่กีฬา ศิลปะ และ เปียโน จะสู้เค้าไหวเร้อ โรงเรียนเราก็ชานเมืองสุดๆ ไม่ใช่โรงเรียนที่เน้นวิชาการจ๋า แต่ลองดูค่ะ ข้อดีที่วันสอบไม่ตรงกัน ถ้าไม่ติดสาธิตปทุมวัน เราก็มาสอบสตรีวิท สอบศึกษานารีเหมือนเดิม ไม่มีไรเสียหาย

ปิดเทอมขึ้น ป.6 นี่แหละค่ะ คิดเลยว่าสอนเองไม่น่าจะทันเพราะจากการดูข้อสอบ สสวท. สพฐ.ทั้งหลายแล้ว ที่เคยพาลูกสาวไปสอบตอน ป.5 นั้นยากเหลือเกิน ถ้าแม่จะสอนเองก็ได้ แต่แม่ต้องมีเวลาด้วย ซึ่งแม่ไม่มี 5555

ตัดสินใจเดินทางมาสยามดูที่เรียนพิเศษให้ลูก ตื่นตะลึงมากเพราะมีคุณพ่อคุณแม่ที่มาปูเสื่อ มารอลูกเยอะมาก มาจากต่างจังหวัดก็มี คุณแม่ไม่รุ้มาก่อนเลยว่ามีที่ติวทั้งตึก แถมคนเยอะๆแบบนี้ด้วย


จากนั้นก็เดินดูแต่ละสถาบันไปทั่วค่ะ ทั้งๆที่เค้าลงกันจนเต็มคอร์สไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็มีหลายที่ เจอยัดเยียดคอร์ส คุณแม่ก็ไม่ชอบ เพราะคุณแม่ถามคำถามอะไรไป ก็จะให้ลงเยอะเข้าไว้ ลงหลายๆตัวอย่างเดียว ลงนั่นควบนี่ เวียนเฮดมาก หรือคุณแม่อินดี้ก็ไม่ทราบ

จนมาเข้าสถาบัน positive เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลแบบ มีอย่างงี้ๆค่ะ ถ้าจะลงก็อย่างงี้ๆนะคะ เออ ดีอ่ะ ดูไม่แยแส ไม่ยัดเยียด ดูหยิ่งดี บางคนอาจไม่ชอบ แต่แม่คิดแบบ เค้าคงมีดีมั้ง เลยไม่ต้องขายตัวเองมาก เลยลองลงดู วิทย์ครูพงษ์กะคณิตครูอ้วนค่ะ ตอนปิดเทอมลงแค่นี้ค่ะ

ทีนี้ก็สอนนั่งรถเมล์ค่ะ เพราะแม่มีลูก 3 คน อาจไม่สะดวกรับส่งทุกวัน สอนให้ขึ้นรถไปและกลับสยามเองให้เป็นค่ะ จากประชาอุทิศทุ่งครุ ตอนนั้นคิดว่าถ้าสอบติด เธอก็ต้องไปกลับเองนะ เพราะแม่ต้องรับส่งน้องอีก 2 คน งั้นสอนตอนนี้แหละ ช่วงปิดเทอมว่างอยู่ สอนการเดินทางทุกวิธีค่ะ รถไฟฟ้า รถเมล์ รถตู้ ข้ามเรือ ข้ามถนน รวมทั้งการหาของกิน ซึ่ง 2-3 วันแรก แม่สอนและไปด้วย หลังจากนั้นให้ไปเองแล้วเราคอยดู 1 อาทิตย์ผ่านไป เธอก็ทำเองเป็น และได้เวลาเริ่มเรียนพิเศษพอดี

เธอก็ไปเรียนพิเศษ จบไปคอร์สแรก เดินมาบอก หนูชอบเรียนวิทย์นะ แต่หนูไม่ชอบคิดเลข หนูไม่เรียนเลขได้มั้ย ก็ตามใจเธอ ไม่ลงเลขใน step ต่อมา แต่ตกลงกันว่าถ้าไม่เรียน งั้นต้องทำโจทย์เองนะ วันละ 20 ข้อ แล้วเปลี่ยนไปลงอังกฤษแทน เพราะตอนนั้นเผื่อว่าจะสอบแบบอีพีด้วย

ส่วนไทยและสังคม ตอนนั้นยังไม่คิดติว คิดเองว่าอ่านเองก็ได้มั้ง อ่านเก็บได้ ตั้งหนึ่งปีคงอ่านทัน และเริ่มไปกดไลค์ เพจที่เป็นความรู้ทางวิชาการต่างๆ เก็บความรู้ไปเรื่อยให้ทั้งเฟซเราและเฟซลูก ให้อะไรผ่านตาเค้าบ้าง กดเพจข่าวด้วยเค้าจะได้อ่านข่าวไว้สอบสังคม และ โชคดีที่ได้เข้ามาร่วมกลุ่มนี้ ได้ความรู้ ได้มุมมองใหม่ๆ เหมือนกบออกจากกะลาเลยค่ะ ขอบคุณทุกความรู้จริงๆ


จบคอร์สที่ไม่ลงเลขให้ เธอเดินกลับมาบอกอีกแม่ หนูเรียนเลขเองไม่ไหว ไม่รู้เรื่อง ไปลงเรียนกันเถอะ หนูยอมแล้ว ทีนี้ก็ลงวิทย์ ลงเลข ลงอังกฤษ และลง lab วิทย์ด้วย เพราะลูกสาวไปได้ยินมาว่าสนุกดี และแม่มองว่า ได้ลงมือทำ จำได้แม่นกว่าเรียนกว่าอ่านแน่นอน ทีนี้ก็เต็มวันละค่ะ เรียนทั้งวัน 8.30-16.00 น. แต่เธอยังไหว ก็โอเค สนุกสนานดี

ช่วงนั้นแม่ไปงานหนังสือ ก็ซื้อหนังสือที่สมาชิกท่านอื่นแนะนำว่าดีมาไว้ พวกโจทย์ สสวท. สพฐ. โจทย์แข่งขันต่างๆ แต่ถามว่าได้อ่านมั้ย? ตอบเลยว่าไม่ เพราะวันธรรมดา การบ้านลูกเยอะ แค่เก็บการบ้านก็มืดละ ไม่ได้ทำไรเลย วันเสาร์โรงเรียน ลูกบังคับเรียนพิเศษ ไว้สอบโอเน็ต วันอาทิตย์ลูกมาสยามทั้งวัน กลับถึงบ้านก็เริ่มมืด จึงอยากให้พักบ้าง เลยไม่ได้อ่านหนังสือ


ต่อมาเข้าสู่ช่วงฤดูแข่งขัน ช่วงปลายปี เราก็พยายามลงสอบไว้ทุกที่ที่มีโอกาส เพราะอยากได้ข้อมูลมาประเมินลูก ทั้ง สสวท. สพฐ. เพชรยอดมงกุฎ และพรีเทสตามโรงเรียนต่างๆ และถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้ลูกเริ่มอ่านหนังสือ นอกเหนือจากการไปเรียนพิเศษ เพราะพอจะไปสอบเค้าก็ถือว่าเป็นหน้าทีที่เค้าต้องทำ แม่ดีใจลูกอ่านหนังสือแล้ว แต่เธออ่านเฉพาะวิชาที่เธอต้องไปสอบ ไทยกะสังคมไม่มีแตะเลยค่ะ แม่เริ่มเครียดอีกครั้ง เพราะครึ่งปีผ่านไป ลูกไม่เอาไทยกะสังคมเลยค่ะ เลยคุยกะลูกว่าไหวมั้ยถ้าแม่จะลงไทยกะสังคมด้วย เพราะหนูไม่อ่านเลยไม่ได้นะ ที่นี่ตัดคะแนนแบบทีสกอร์ หมายความว่า คะแนนหนูต้องดีกว่ามีนทุกวิชา จะเอาวิชานั้นมาช่วยวิชานี้ไม่ได้นะ เธอก็โอเค ลงไทยกะสังคมที่ครูพลเพิ่ม แต่ต้องแลกมาด้วยการเรียนถึง 1 ทุ่ม แม่เลยพยายามมารับเองค่ะ กลับมืดๆก็ห่วงลูกเหมือนกัน


สำหรับผลสอบที่ไปลงไว้ออกมา ก็เอามาประเมินลูกค่ะ ได้วิทย์ดี ได้สังคมดี อังกฤษถ้าเป็นโรงเรียนทั่วไปสู้ได้ค่ะ คะแนนดีเลย แต่ถ้าเทียบกะคะแนนของเด็กโรงเรียนอินเตอร์ สู้ไม่ไหวค่ะ ส่วนเลขกะภาษาไทยได้แค่มีน

ดังนั้นจึงเข้ารอบ สสวท. และ สพฐ. เฉพาะวิทยาศาสตร์ แต่พรีเทสออกมาแล้วได้อันดับเลข2หลักทุกโรงเรียน คุณแม่ก็เริ่มโอเค ว่าน่าจะไหว ถ้าไม่ติดสาธิตปทุมวัน แม่คิดว่ารอบกิฟหรือรอบทั่วไป ลูกน่าจะมีที่เรียนแน่ ก็เลยไม่กดดันมาก

ต่อไปมาปิดจุดอ่อนกันค่ะ สำหรับเลขกะไทย อย่างที่บอกว่าแค่มีนไม่น่าพอ ต้องอ่าน 2ตัวนี้เพิ่มค่ะ ช่วงนี้เรียนพิเศษโค้งสุดท้ายไม่ค่อยได้เรียนเลยค่ะ เพราะชนวันสอบเยอะ แอบเสียดายตังค์อย่างแรง และไม่ลงอังกฤษเพิ่มแล้วเพราะเราวางแผนไม่สอบอีพีแล้ว ลูกชอบวิทย์ คงมาทางกิฟมากกว่า โดยสอบ 3 รอบค่ะ 1.สาธิตปทุมวัน 2.กิฟเตด สอวน สตรีวิท 3.รอบทั่วไปสตรีวิท ตามลำดับ

เหลือ 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนเข้าสู่วันแห่งความรัก ลูกบอกหนูอ่าน ทั้ง 2 ตัวไม่ไหว หนูไหวตัวเดียว เพราะเวลาเหลือน้อย แม่กางคะแนนแล้วดูเลยค่ะ เลขเนี่ยได้มีนทุกรอบ เพราะเธอไม่ได้ฝึกทำโจทย์เลย เพิ่งเรียนเนื้อหาครบ ขาดประสบการณ์อย่างมาก ส่วนไทยได้มีนบ้าง เกินมีนบ้าง งั้นเน้นเลขละกัน ช่วงท้ายนี้ ให้พี่เทคโนพระจอมเกล้าใกล้บ้านมาสอนส่วนตัวเลยค่ะ วันละ 2 ชั่วโมง เพิ่มพูนประสบการณ์ทำโจทย์ 10 วันค่ะ จันทร์ถึงศุกร์ เป็นเวลา 2 อาทิตย์
เริ่มมีแอบช่วยทำการบ้านลูกที่เป็นชิ้นงานค่ะเช่นศิลปะ หรือพวกประดิษฐ์ ปกติไม่ช่วยนะคะ ให้ทำเอง แต่ช่วงนี้สงสารลูกจริง เรียนถึงมืดทุกวัน เพราะเราใช้เวลาเตรียมตัวน้อย มันไม่ทันจริงๆ หนังสือ 30 กว่าเล่ม ที่ซื้อมา บางเล่มไม่เคยได้เปิดเลยค่ะ คุณแม่คัดแต่เล่มที่เป็นโจทย์ยากๆให้ทำ รวมๆกันทุกวิชา ใช้แค่ 5-6 เล่มเองค่ะ เริ่มปาดเหงื่อ แต่ไม่ตกใจ พยายามดูว่าทำได้เรื่องไหน ไม่ได้เรื่องไหน แล้วเน้นเรื่องที่ไม่ได้ค่ะ


จนวันประกาศผลแล้วรู้ว่าผ่าน ดีใจมากเลยค่ะ คิดเลยว่าโชคดีมาก เพราะโปรไฟล์เราก็ไม่ได้สวย เป็นเด็กชานเมือง ไม่เคยเรียนพิเศษมาก่อน ไม่เคยได้ถ้วยได้เหรียญอะไรกะเค้า เวลาเตรียมตัวก็น้อย สำหรับการเรียนปีเดียว มันได้แค่เนื้อหาค่ะ ไม่ได้ฝึกทำโจทย์เลย ยังอุส่าผ่านอีก ถือเป็นโอกาสดีในชีวิตครั้งนึงจริงๆ เลยเลือกที่นี่แล้วค่ะ ไม่ได้ไปสอบกิฟที่สตรีวิทต่อ เพราะลูกขี้เกียจอ่านหนังสือแล้ว ยาวเลย แหะๆ
ขอให้น้องๆรุ่นต่อไป เตรียมตัวดีๆนะคะ อย่าเอาแบบพี่ณัชช์ ปีเดียวเรียนทุกวิชามันเหนื่อยค่ะ ขอให้โชคดีทุกคนค่ะ

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *