ใครควรจะเป็นเจ้าหน้าที่อาหารกลางวันโรงเรียน ?

ครูโกงอาหารกลางวัน..อาหารอันโอชะของสื่อมวลชน
ต้องยอมรับว่าบ้านนี้เมืองนี้ ข่าวใหญ่ที่จะสามารถ “กลบ” เรื่องร้ายๆ ในบ้านเมืองมีไม่กี่ข่าว 1. คือข่าวฉาวดารา 1. คือข่าวฉาวพระ 1. คือข่าวฉาวเรื่องครูเรื่องนักเรียน โดยเฉพาะข่าวเรื่องอาหารกลางวันนักเรียน ไล่เลียงมาตั้งแต่ข่าวขนมจีนคลุกน้ำปลา จนมาถึงแกงฟักวิญญาณไก่ และข่าวโรงเรียนในโคราชในปัจจุบัน ในฐานะที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษามานานกว่า 20 ปี คุ้นเคย คุ้นชินกับโครงการอาหารกลางวันนี้มาตั้งแต่หัวละ 5 บาท 7 บาท 13 บาท จน 20 บาทในปัจจุบัน ขอเล่าถึงความจริงส่วนใหญ่ที่ผู้คนในสังคมไม่มีโอกาสได้รู้ ไม่รับรู้ หรือเจตนาจะไม่รู้ ได้มีโอกาสรู้เพิ่มเติม ถึงไม่มีใครอยากฟังแต่เราอยากระบาย

เชื่อหรือไม่ว่าเวลาจะออกคำสั่งมอบหมายงานรับผิดชอบ ให้คุณครูในโรงเรียนมีงานที่คุณครูทุกคนพร้อมจะปฏิเสธมี 2 งาน คืองานเจ้าหน้าที่การเงิน พัสดุ และอีกงานคือ เจ้าหน้าที่อาหารกลางวัน ผู้บริหารใหม่ๆ ที่บารมีไม่ถึงแทบจะต้องกราบให้คุณครูมารับให้ ผู้บริหารเก่าๆ ต้องใช้มาตรการขอร้องแกมบังคับ เหตุผลที่คุณครูปฏิเสธ คืองานยาก จุกจิก ใช้เวลามาก และถ้าทำผิดนิดนึงคือ ผิดวินัย ผิดกฎหมาย และสุดท้ายคือติดคุก
ใครควรจะเป็นเจ้าหน้าที่อาหารกลางวันโรงเรียน ?
คนที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเจ้าหน้าที่อาหารกลางวันโรงเรียน ควรมีคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังนี้

  1. มีรถยนต์ส่วนตัว และขับรถเป็น ถ้าขับไม่เป็นต้องสามารถบังคับผัว (ถ้ามี) ให้ขับรถพาไปซื้ออาหารได้ (อย่าพึ่งสงสัยว่าทำไมไม่จ้างเหมาเขาทำ / หรือซื้อจากผู้ขายเร่)
  2. มีความรู้ทางโภชนาการ คิดรายการอาหารได้ ทำอาหารเป็น ไม่ต้องถึงกับมีเสน่ห์ปลายจวัก เอาแค่ฝีมือพอ แหลกล่าย ก็พอ
  3. มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ สามารถลงโปรแกรมสคูลลั๊นซ์ ได้ คำนวณราคาอาหารได้ ปริ๊นท์เอกสารได้
  4. มีความรู้ด้านงานสารบรรณ โต้ตอบหนังสือได้ ทำโครงการเป็น เก็บเอกสารเป็นระบบ รอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สตง. ตรวจสอบภายใน. หรือเทศบาล อบต และเจ้ากรรมนายเวรอื่นๆ
  5. ชีวิตตัวเอง ชีวิตคู่ ครอบครัว ต้องไม่สำคัญ เวลาทั้งหมดที่มีนี้ต้องทุ่มเทให้กับโครงการอาหารกลางวัน เริ่มตั้งแต่คิดว่าวันพรุ่งนี้เด็กๆ จะได้กินอะไร น้ำตาลจะเกินมั๊ย ไขมันจะเกินมั๊ย โปรตีนจะเกินหรือขาด คาร์โบไฮเดรตจะขาดหรือเกิน ผลไม้จะเป็นอะไร หรือจะเป็นขนมหวาน อันนั้นก็พึ่งทำไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เปลี่ยนเป็นอันนี้ดีมั๊ย ผู้ปกครองจะว่ายังไง เด็กจะชอบมั๊ย จากนั้นต้องตื่นแหกขี้ตาไปตลาดตั้งแต่ตีสาม ตีสี่ ไปสายกว่านี้ตลาดวาย ของสดหมด อดแ..ก ซื้อของทุกอย่างต้องขอใบเสร็จ (แม่ค้าชาวบ้านก็ต้องพกใบเสร็จหรือใบสำคัญรับเงินไปด้วย ถ้าขอไม่ได้ให้ออกใบแทน คนมาตรวจก็ตำหนิอีก หาว่าไม่ได้ซื้อจริง) มือนึงหิ้วของ มือนึงขยุ้มใบเสร็จ ยี่หร่า 5 บาท แมงลัก 10 บาท พริกแกง 29 บาท (ครึ่งโล) พริกแดง 210 บาท คะไคร้ขอแถมมากะใบมะกรูด แม่ค้าก็บอกอีครูมาอีกแล้ว เตรียมใบเสร็จไว้ด้วย บางรายก็บอกรำคาญครูนี่จริงๆ บางทีซื้อของเสร็จกลับถึงครึ่งทางก็ต้องตีรถกลับลืมหมู ซื้อของเสร็จเจ็ดโมงจะครึ่ง ถึงบ้านจวนแปดโมง ลูกเต้าแล้วแต่ผัวจะดู แปรงฟันอีกรอบ อาบน้ำ กินข้าวที่ผัวทำไว้รอ นุ่งกระโปรง ไปทาแป้งบนรถ ลิปสติก คิ้วตา แล้วแต่มันจะเป็นไป ถึงโรงเรียน ให้เด็กขนของเข้าตู้เย็น นัดหมายเวรมาช่วยกันทำ บอกตอน 10 โมงครึ่งให้ลงมาครัว เด็กบอกวันนี้พวกหนูมีสอบ เอ้ากรรม ไปบอกเวรพรุ่งนี้มาช่วยครู เข้าสอนได้ชั่วโมงครึ่ง ลงมาเข้าครัว ล้างข้าว ซาวข้าว หุงข้าว เอ้าเฮ้ยไฟดับ ระยำ หุงเตาแก๊สซิเธอ อะไรนะแก๊สหมดอีก เอ้าภารโรงไปซื้อ กลับมาหั่นหมู หั่นผัก ข้าวสุก ผัดกับข้าว อนุบาลมาแล้ว เสียงแจ้วๆมาแต่ไกล ผลไม้ยังไม่ได้ปอก ขนมหวานยังไม่ได้ตัก … ตักอาหารแจก ทำความสะอาดโรงครัว บลาๆๆ เป็นอย่างนี้ทุกวัน จวนบ่ายโมง พาเวรล้างถาดหลุม ผึ่งแดด บ่ายโมงเข้าสอน บ่ายสามครึ่งลงมาเก็บถาดหลุมกับภารโรง ห้าโมงเย็นกลับไปนอนตายที่บ้าน ฟื้นอีกที ทุ่มครึ่งลงโปรแกรมสคูลลั๊นซ์ สามทุ่มนอน แผนการสอนไม่ได้ทำ ตื่นอีกทีตีสามไปตลาด สนุกมั๊ย
  6. มีฐานะทางการเงินค่อนข้างจะมั่นคง เสียสละ เพราะค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอรถต้องจ่ายเอง เบิกไม่ได้ ค่าเครื่องปรุงเล็กๆน้อยๆ ต้องจ่ายเองเพราะเงินงบประมาณไม่พอ
    นั่นคือสาเหตุของการหาคนมารับผิดชอบงานอาหารกลางวันไม่ได้ หลายโรงเรียนที่มีนักเรียนมากหน่อยอาจใช้วิธีการจ้างแม่ครัว ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง แต่ความรับผิดชอบหลักๆ ยังคงเป็นของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ดี ที่สำคัญคือเมื่อมีการจ้างแม่ครัวเงินงบประมาณที่มีอยู่น้อยนิดก็จะถูกแบ่งออกไปเป็นค่าจ้างอีก การจ้างแม่ครัวก็ต้องทำบันทึกการจ้างและหักภาษีด้วยนะจ๊ะ เจ้าหน้าที่ต้องทำค่ะ บางโรงที่มีเงินเยอะมากๆ ก็ใช้วิธีจ้างเหมาประกอบอาหาร คือจ่ายเงินทั้งหมดที่มีให้ผู้รับเหมานำอาหารมาส่งเลย ซึ่งนับว่าสะดวก แต่ปัญหาก็มีมากมาย รายสุดท้ายที่เจอแกงฟักวิญญาณไก่ ก็ผู้รับเหมานี่แหล่ะทำพิษ เพราะผู้รับเหมาเขาทำเป็นอาชีพ หารายได้ มิใช่มูลนิธิการกุศลหรือองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำให้ฟรีๆ เขาทำเอากำไร เพราะฉะนั้นปริมาณและคุณภาพอาหารย่อมถูกลดทอนลง และที่โรงเรียนต้องทำเองในปัจจุบันเพราะโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีครู 4-5 คน นักเรียน 60-90 คน งบประมาณวันละ 1,000 กว่าบาท จึงต้องระกำลำบากกันต่อไป
  7. โรงเรียนที่มีเด็กขยายโอกาส มีมัธยม เดิมครูให้เด็กกลุ่มนี้รับประทานด้วย แต่ สตง.ก็ชี้มูลว่าใช้เงินผิดประเภท สุจริตผิดระเบียบผิดวินัย ครูต้องกลายเป็นคนใจดำ ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนเป็นพ่อ เป็นแม่เจ็บปวดแค่ไหนที่ลูกเหมือนกัน คนนึงอิ่มแต่อีกคนต้องอด เพราะกฎหมายเฮงกะบวย
    เดิมข้าวสุกนักเรียนห่อมา บางโรงข้าวสารผู้ปกครองบริจาคมา เดี๋ยวนี้ต้องซื้อนะครับ เพราะเงินยี่สิบบาทนี่ รวมค่าข้าวด้วยแล้ว
    …หลายคน ที่ไม่ได้เป็นครู ก็บอกว่า ทำไมไม่ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ..ก็ดูสภาพพื้นที่บ้านกูบ้าง …ที่บ้านมึงก็ซื้อกิน เพราะมันปลูกไม่ขึ้น เลี้ยงไม่ไหว
    …คนที่สอบบรรจุเป็นครูไม่ได้ก็ด่าว่าถ้าลำบากทำไมไม่ลาออก …ก็ได้แต่ตอบว่าต่อให้กูลาออกปัญหามันก็ไม่หมดไป (และที่อยากตอบมากๆคือต่อให้กูลาออกถ้าคิดได้แค่นี้อย่างมึงก็สอบไม่ได้) ปัญหามันอยู่ที่ระบบ ไม่ได้อยู่ที่ผู้ปฏิบัติงาน
    …แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตอาหารกลางวัน…
  8. จัดสรรบุคลากรที่รับผิดชอบโดยตรงมาทำ ให้งบประมาณ อำนาจบริหารจัดการ การจัดทำเอกสารทั้งหมด รวมทั้งการตรวจสอบ ด้วย โรงเรียนมีหน้าที่ปล่อยนักเรียนไปรับประทานเมื่อถึงเวลา
  9. ยกงบประมาณ 20 บาท ไปให้ผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองทำอาหารห่อให้มารับประทานที่โรงเรียน
  10. …คิดได้แค่นี้
  11. สวัสดี

ข้าวทุกจานอาหารทุกอย่างอย่ากินทิ้งขว้างเป็นของมีค่า

ครูทนทุกข์ยากลำบากทำมาอาบเหงื่อสรรหาเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง

ขอบพระคุณบทความจาก https://www.facebook.com/profile.php?id=100001295150274

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *