ได้ผล! ร.ร.ทุ่งยาวคำโปรย ทดลองลดเรียน เพิ่มกิจกรรม ครู-เด็ก แฮปปี้

ผอ.โรงเรียนทุ่งยาวคำโปรย เผย ปรับลดเวลาเรียนได้ผล เด็กเรียนรู้-พัฒนาทักษะหลายด้าน ผู้ปกครองยินดี ยัน ผลโอเน็ตคะแนนเพิ่ม 6 รายวิชา คาด นร.ไม่กดดัน เหมือนแนวทางเดิมที่เคยใช้ ระบุ บูรณาการกิจกรรมต้องปรับไปตามสภาพแวดล้อม นร.

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 58 จากกรณีที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายปรับลดเวลาเรียน โดยเพิ่มเวลาทำกิจกรรม ทางกระทรวงศึกษาธิการ จึงสนองนโยบายดังกล่าว โดยจะนำร่องโรงเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 3,500 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ขณะเดียวกันนโยบายดังกล่าวถูกดำเนินการมา แล้วในหลายๆ โรงเรียน เช่น โรงเรียนทุ่งยาวคำโปรย หมู่ที่ 5 ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในสังกัด สพฐ. เขต 4 ใช้นโยบายนี้มาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ทั้งนี้ นายกัมพล เจริญรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งยาวคำโปรย และ อ.ณัฐวุฒิ นาชัยภูมิ อาจารย์ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนทุ่งยาวคำโปรย ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ เกี่ยวกับ แนวทางการดำเนินนโยบายปรับลดเวลาเรียน ว่า เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นักเรียนส่วนใหญ่จะพูดภาษาพื้นเมือง กับ ภาษาเขมร เมื่อมาโรงเรียนจึงไม่กล้าพูดหรือสื่อสารกับคนแปลกหน้า ทางโรงเรียนจึงคิดหาวิธี ที่จะปรับพฤติกรรมตรงนี้ จนเมื่อได้ไปศึกษาดูงาน จึงนำแนวทางดังกล่าว มาปรับให้เข้ากับหลักสูตรและพื้นฐานของนักเรียนในโรงเรียน

ผอ.โรงเรียนทุ่งยาวคำโปรย กล่าวต่ออีกว่า ตอนเริ่มการเรียนการสอน ผู้ปกครองไม่ค่อยเข้าใจ ย้ายลูกออกจากโรงเรียนบ้าง บางท่านก็กังวลว่า ลูกจะสอบโอเน็ตได้มั้ย ทางโรงเรียนจึงหาแก้ปัญหาด้วยการให้ผู้ปกครองมาเข้าห้องเรียนเหมือนนักเรียน และมีครูมาสอน จากนั้นก็สอบถามความคิดเห็น ได้ผลตอบรับที่ดี หลังจากดำเนินการมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปีเศษ ผลตอบรับจากครูและนักเรียนดีมาก ส่วนคนที่เคยย้ายออก ก็ส่งลูกกลับมาเข้าเรียนใหม่

ด้าน อ.ณัฐวุฒิ กล่าวถึง การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนทุ่งยาวคำโปรย ว่า “ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนโดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ในช่วงเช้านักเรียนจะเรียนในรายวิชาหลัก คือ วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พลศึกษา ทั้งนี้ทางโรงเรียนยึดตามโครงสร้างหลักสูตร ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นการบูรณาการซึ่งจะมีวิชา สังคมศึกษา การงานพื้นฐานอาชีพ ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งครูและนักเรียนจะคิดโปรเจกต์ขึ้นมา โดยสอดคล้องกับเรื่องที่เด็กต้องการเรียน การเรียนการสอนดังกล่าว ทำให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนจริงๆ”

อ.ฝ่ายวิชาการ กล่าวอีกด้วยว่า “การประเมินทางวิชาการจากผลคะแนนโอเน็ตเปรียบเทียบปี 2556 และ 2557 พบว่า นักเรียนทำคะแนนเพิ่มสูงขึ้นใน 6 รายวิชา ซึ่งนับเป็นผลดี ก่อนหน้านั้นครูเองก็ปรับการเรียนการสอนเยอะพอสมควร ทั้งในเรื่องของการสั่งงาน การบ้าน และตัวหลักสูตร ที่สำคัญคือต้องเตรียมการสอนล่วงหน้าด้วย ทั้งนี้ เล็งเห็นว่า เด็กได้ประโยชน์จากแนวทางนี้มากกว่า เพราะ เมื่อก่อน เรามีแต่ยัดเยียดวิชาการหนักๆ ให้เด็ก ซึ่งไม่ทราบว่า เด็กจะรับได้มากน้อยเพียงใด พอทางโรงเรียนลดเวลาเรียนและเพิ่มเวลากิจกรรม เด็กเขาได้เรียนตามที่เขาสนใจ ทำให้เขาเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง”

 

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/527670

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *