ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเป็นครู! เช็กตัวเองอีกครั้งกับ 7 ข้อนี้ ก่อนตัดสินใจเรียน ‘ครู

1. สามารถอยู่ในกรอบ/กฎระเบียบได้หรือเปล่า?

    ถ้าคิดอยากเป็นครู แน่นอนว่าหนีไม่พ้นการอยู่ในกฎระเบียบที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลาการทำงาน คำพูด การกระทำต่างๆ และรวมไปถึงเรื่องการแต่งกายที่ควรแต่งตัวให้เรียบร้อยและดูสุภาพอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่แค่ในโรงเรียนเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นนอกเวลาทำงานก็ตาม เราก็มีโอกาสที่จะเจอลูกศิษย์หรือผู้ปกครองนักเรียน คำว่า “ครู” มันติดอยู่ตัวเราเสมอไม่ว่าเราจะทำอะไร น้องๆ ต้องอย่าลืมว่าเราเรียนเพื่อไปเป็น “แม่พิมพ์ของชาติ” ถ้าเราไม่สามารถประพฤติตนเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนได้ แล้วเด็กที่ไหนจะมาศรัทธาเรา ถ้าน้องๆ ได้มาเรียนครูจริงๆ ที่คณะครุศาสตร์หรือคณะศึกษาศาสตร์ ก็มักจะทำปลูกฝังเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่น้องๆ เข้ามาเรียนเลยครับ

2. ตัวเองเป็นคนขี้รำคาญง่ายหรือเปล่า? ถ้าน้องๆ เป็นคนที่เบื่อง่าย ชอบรำคาญเวลามีคนมาถาม หรือหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่อธิบายซ้ำๆ แล้วคนอื่นไม่เข้าใจ และถ้าเป็นคนที่เกรงกลัวต่อการพูดหน้าห้องเรียน มันก็จะลำบากมากๆ เวลามาเรียนครู ต้องอย่าลืมว่า ‘ครูเป็นผู้ประทานความรู้ให้กับนักเรียน’ ไม่ใช่แค่พูดสอนแล้วก็จบ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เวลามานักเรียนมาถาม เราต้องอย่าลืมว่านักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เท่ากัน คนที่เป็นคนขี้รำคาญง่าย ก็อาจจะยากมากๆ เลย
นิสิต/นักศึกษาครูหลายๆ คน ก็ฝืนเรียนจนจบ แล้วก็เพิ่งมารู้ตัวเองอีกทีก็ตอนไปฝึกสอนว่าเป็นคนไม่ชอบอธิบาย ไม่ชอบพูด บางคนก็รู้สึกอึดอัด และส่งผลให้ตัวเองทำงานอย่างไม่มีความสุข ดังนั้นสิ่งที่น้องๆ ควรมีเมื่อคิดจะเรียนวิชาชีพนี้ก็คือ ‘ความเสียสละ ความมีจิตอาสา ควบคู่ไปกับความรู้ที่พร้อมจะถ่ายทอดเสมอ’  

3. เป็นคนที่พร้อมเปิดรับความรู้และข่าวสารใหม่ๆ อยู่เสมอ

    น้องๆ จะเห็นว่าคุณครูหลายๆ ท่านมักจะตื่นเช้ามากๆ บางคนตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมาดูข่าว และเราก็มักจะเห็นคุณครูมักพกหนังสือพิมพ์ไว้อ่านเสมอ ก็เพราะว่าคุณครูก็ต้องอัพเดตข่าวสารเพื่อมาคอยบอกเล่าให้กับนักเรียนได้ทราบ และถ้านักเรียนถาม ก็จะได้ตอบนักเรียนได้ ดังนั้นการเรียนครู ไม่ใช่แค่รู้เฉพาะเนื้อหาที่จะสอน แต่ต้องรอบรู้ในหลายๆ เรื่องด้วย และอย่าลืมว่านักเรียนแต่ละคนมีความสนใจที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานอดิเรก ความชอบส่วนตัว หรือรวมไปถึงการวางแผนอนาคตในการเรียนต่อหรือทำงาน คุณครูก็จำเป็นจะต้องมีความรู้ที่หลากหลายศาสตร์ หลากหลายแขนง ดังนั้น ถ้าคิดอยากจะเป็นครู ก็ต้องฝึกให้ตัวเองเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
4. เป็นครูไม่ใช่แค่สอน ต้องทำงานอื่นได้ด้วย

    ถ้าคิดว่าการเป็นครูมีหน้าที่แค่สอนๆ พูดๆ แล้วก็จบ น้องๆ คิดผิดแล้วล่ะครับ อย่างที่เราจะเห็นคุณครูหลายท่านในโรงเรียน หลายคนก็ต้องทำหน้าที่ธุรการ บ้างก็ฝ่ายทะเบียน บางคนก็ต้องเป็นเป็นฝ่ายพยาบาลได้ด้วย ซึ่งนั่นก็ล้วนเป็นงานที่สำคัญเหมือนกัน และนอกจากงานพวกนี้แล้ว ด้านกิจกรรมเสริมทักษะต่างๆ ก็ต้องทำได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจับผ้า จัดดอกไม้ หรือแม้แต่งานเต้นงานรำ คุณครูก็ต้องทำได้ (อะไรๆ ก็ครูจริงๆ) และในบางครั้ง เราก็อาจจะไม่ได้สอนในโรงเรียนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง บางโรงเรียนก็อาจขาดแคลนบุคลากร ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะจ้างคนที่เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ คนเป็นครูก็ต้องลงมือทำเองในหลายๆ เรื่องเอง ดังนั้นเวลาที่น้องๆ มาเรียนครูจริงๆ ก็ควรที่จะทำกิจกรรมด้วย ไม่ใช่เอาแต่เรียนอย่างเดียว เพราะการทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นของคณะหรือมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นการฝึกเราไปในตัว ดังประโยคที่น้องๆ หลายคนเคยได้ยิน “การเรียนทำให้คนมีงานทำ กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น”    

5. ต้องแม่นยำในวิชาเอกด้วย
    แน่นอนว่าพอมาเป็นครูแล้ว ความคาดหวังจากคนรอบข้างก็สูง โดยเฉพาะในเรื่องของวิชาเอกที่เราจะต้องสอน “ถ้าเราไม่รู้วิชาเอกดีพอ แล้วเราจะสอนนักเรียนได้อย่างไร” น้องๆ จะเห็นว่าในปัจจุบัน หลายคนเลือกที่จะไปเรียนพิเศษกับอาจารย์ที่เก่งๆ หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ และหลายคนก็มักให้เหตุผลว่า ‘ครูที่โรงเรียนสอนไม่รู้เรื่อง ครูที่โรงเรียนไม่เก่งพอที่จะถ่ายทอดความรู้’ เชื่อว่าคนที่เป็นครูหลายๆ คนก็อาจจะเสียใจเมื่อได้ยินประโยคเหล่านี้ ดังนั้น ถ้าคิดจะมาเรียนครู และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง น้องๆ ก็ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เยอะๆ ถ้ารู้ตัวว่าเราไม่เก่ง ก็ต้องขยันเพิ่มขึ้นหลายเท่า

6. อย่าคาดหวังในเรื่องของเงินเดือนเยอะๆ

    ต้องบอกไว้ก่อนว่า “ครูไม่ใช่อาชีพ แต่ครูเป็นวิชาชีพ” ถ้าคาดหวังในเรื่องของเงินเดือนเยอะๆ คิดจะรวยทางลัดโดยการเป็นครู ให้เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นดีกว่า ไม่ใช่ว่าเงินเดือนของครูไม่เยอะนะครับ แต่ถ้าถามครูหลายๆ ท่านว่าเงินที่ได้มันคุ้มค่ากับความเหนื่อยหรือเปล่า ก็อาจจะไม่คุ้มสักเท่าไหร่ แต่หลายคนก็พอใจในเงินเดือนของตัวเอง ‘อาจจะไม่มาก แต่ก็มั่นคง และก็มีความสุขกับการได้สอนนักเรียนมากกว่า’

7. ต้องมีความรักในวิชาชีพครู (สูง)   และข้อสุดท้ายนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุด และก็อาจจะครอบคลุมในทุกๆ ข้อที่กล่าวมาข้างต้นด้วย ‘คิดอยากจะเป็นครู ต้องมีใจรักในวิชาชีพนี้จริงๆ’ แค่ความชอบ หรือความอยากเรียนมันคงไม่พอ เราต้องพร้อมในทุกๆ เรื่อง ต้องเข้มแข็งในทุกๆ สถานการณ์ เพราะว่าเราจะเป็น ‘แม่พิมพ์แห่งชาติ’ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือใจของเรา แค่เรามีใจรักจริงๆ ไม่ว่างานจะหนัก ปัญหาจะเยอะแค่ไหน น้องๆ ก็เป็นครูได้อย่างมีความสุขแน่นอน หลายๆ คนจึงบอกว่า “ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเป็นครู”ภาพและบทความจาก https://www.dek-d.com