10 วิธีลงโทษนักเรียนโดยที่ไม่ต้องง้อไม้เรียว!

1. เก็บขยะในโรงเรียน
มาแนวบำเพ็ญประโยชน์กันก่อนเลย และเป็นวิธียอดฮิตที่สุดที่เคยเจอมาเลยค่ะ เพราะโรงเรียนได้ประโยชน์เต็มๆ โรงเรียนไหนสะอาดสะอ้านผิดปกติ เดาไว้ก่อนเลยว่ามีน้องๆ ถูกทำโทษเยอะแน่ๆ //ล้อเล่นนะคะ อิอิ
หลายโรงเรียนมักใช้ทำโทษนักเรียนมาสาย กำหนดโทษไว้เป็นจำนวนชิ้น เช่น ไปเก็บขยะมา 20 ชิ้น ถ้าวันไหนโดนทำโทษกันยกห้อง ยกกลุ่มล่ะก็ มีสงครามแย่งขยะกันเกิดขึ้นเลยล่ะค่ะ และที่ตลกที่สุดคือ ใบไม้ก็เก็บ!! ขยะเหมือนกันแหละโนะ^^

 2. เคาะโต๊ะ
จำได้ว่าสมัยก่อน การทำโทษด้วยการเคาะโต๊ะเป็นอะไรที่เจ็บปวดระบมมือสุดๆ เดี๋ยวนี้ก็ยังมีเจอในบางโรงเรียนค่ะ ครูไม่ต้องลงมือกับนักเรียน นักเรียนก็เคาะแบบเซฟตัวเองได้ ก็ถือว่าเป็นการทำโทษที่ลดการสร้างความบาดหมางระหว่างครูกับนักเรียนได้ดีวิธีนึง แต่ถ้าใครจริงจังกับบทลงโทษ เคาะเต็มแรงแสดงสปิริตล่ะก็ ขอแสดงความเสียใจด้วย เจ็บมือแน่นอน

3. วิ่งรอบสนามโรงเรียน
เป็นบทลงโทษที่เหมือนกันทุกโรงเรียน แต่ความสาหัสไม่เท่ากันตามขนาดโรงเรียนค่ะ โรงเรียนที่เล็กหน่อยก็วิ่งไม่ทันเหงื่อออกก็หายเหนื่อยแล้ว (ยกเว้นโดนวิ่งหลายรอบ) แต่บางโรงเรียน มีสนามฟุตบอลจ้า วิ่ง 4×100 ด้วยตัวคนเดียวเลยงานนี้ ใครโดนให้วิ่ง 3 รอบ 10 รอบ ได้มีหอบกลับบ้านแน่นอน เรียกว่าเป็นบทลงโทษยอดฮิตส่งเสริมสุขภาพไปในตัว มักจะใช้ลงโทษนักเรียนมาสาย หรือ ทำผิดกฎระเบียบอื่นๆ ในโรงเรียน

4. เข้าแถวร้องเพลงชาติคนเดียว
สำหรับน้องๆ ที่มาสายประจำ ถ้าสายไม่มากก็ยังมีเพื่อนสวดมนต์เข้าแถวเป็นเพื่อน แต่ถ้ามาสายชนิดที่คนอื่นเข้าเรียนกันหมดแล้ว แต่ขาเราเพิ่งย่างเข้าประตูล่ะก็ ได้ดวงดีเจอครูฝ่ายปกครองดักหน้าโรงเรียน พร้อมออกคำสั่งให้ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ กล่าวคำปฏิญาณ แต่ทั้งหมดนี้ทำคนเดียวค่ะ! ทั้งเขิน ทั้งอาย แต่ก็ต้องทำ
งานนี้ ใครไม่เคยเข้าแถวเลยสักครั้งเดียว บอกเลยว่าไม่น่ารอด พี่มิ้นท์เคยได้ยินรุ่นพี่สวดมนต์ “อรหัง สัมมาสัมพุทโธ อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” มาแล้ว ฟังเพลินๆ ถึงกับหันไปมองหน้า ถามว่า “ใช่เหรอ”

5. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ถ้าเทียบกันทางสถิติแล้ว น้องๆ นักเรียนชายมีแนวโน้มเข้าห้องปกครองมากกว่านักเรียนหญิงอยู่แล้ว และถ้าครูฝ่ายปกครองเป็นผู้ชายด้วย งานวัดความแมนจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำผิดกฎประเภทไหน ก็จะโดนทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้พอเมื่อย เช่น วิดพื้น สก็อตจั๊ม กระโดดตบ มีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย โหนรถเมล์กลับบ้านกันไม่ไหวเลย

 6.  ยืนเรียน
น้องๆ คนไหนที่ชอบเล่น กินขนม เม้าท์เสียงดัง หรือหลับในห้องเรียน ถ้าไม่โดนคุณครูเรียกให้เขกโต๊ะ ก็เตรียมตัวโดนยืนเรียนได้เลย วิธีทำโทษนี้ออกแนวเมื่อยค่ะ แต่ก็ทำให้อยู่ในความทรงจำและไม่กล้าทำอีก ยิ่งถ้าโดนยืนเรียนตั้งแต่ต้นชั่วโมงแล้วล่ะก็ ยืนไปยาวๆ 1 คาบ 50 นาที เมื่อยน่องสุดๆ กันไปเลย แต่นอกเหนือจากความเมื่อยแล้ว พี่มิ้นท์ว่า น่าจะเป็นความอาย ที่ต้องยืนเด่นคนเดียวในห้อง นักเรียนคนอื่นเดินผ่านไปมาหน้าห้องก็เห็นเราอีก ความอายจะทำให้เราเกรงกลัวความผิดมากขึ้น และไม่ง่วงชัวร์!

 7. นุ่งผ้าถุง-โจงกระเบนเรียนทั้งวัน
สายกระโปรงสั้น กางเกงสั้น หรือเนียนแต่งชุดพละผิดวัน อาจเป็นสาเหตุให้เราเผชิญครูฝ่ายปกครองได้ และบทลงโทษก็สร้างความเขินอายได้ระดับสิบ เช่น นักเรียนหญิงกระโปรงสั้นก็ถูกจับไปใส่ผ้าถุงหรือโจงกระเบน เดินเรียนตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไปกินข้าวก็นั่งโจงกระเบนเป็นคนย้อนยุคไปเลยนักเรียนชายก็ไม่รอดค่ะงานนี้
ดังนั้น เหตุการณ์นักเรียนหนีครูฝ่ายปกครองมากที่สุด ก็คือ สาเหตุเรื่องกระโปรงสั้นนี่แหละค่ะ แต่ทางที่ดีก็ทำให้ถูกกฎดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ดูใช้ชีวิตในโรงเรียนไม่มีความสุขเลย

8. ตัดผม เล็มผม
แน่นอนว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับเรื่องผม ผมยาวเกินทรงนักเรียน ผมทำสี ผมซอย หรืออะไรก็แล้วแต่ พี่มิ้นท์เชื่อว่านี่อาจจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทุกคนเคยเจอแน่ๆ ทุกต้นเดือนจะมีการตรวจผม เอาแล้ววว เดือนนี้ลืมตัด! ยังคิดไม่ทันจบประโยค ครูปกครองบาร์เบอร์ก็มาพร้อมกับกรรไกรคู่ใจ ตัดฉับเข้าให้เป็นทรงไล่ระดับเลยทีเดียว ส่วนนักเรียนชายก็โดนเล็ม ได้เครื่องหมายเท่ากับ (=) เท่ๆ ไปอยู่บนหัว ฮ่าๆ

 9.ตัดคะแนนความประพฤติ
กฎที่พูดถึงข้างบนทั้งหมด ไม่ได้มีระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าทำอะไรผิดแล้วจะโดนบทลงโทษยังไง เพราะจริงๆ แล้ว โรงเรียนมีแนวทางในการคาดโทษไว้อยู่แล้วค่ะ นั่นก็คือ การตัดคะแนนความประพฤตินั่นเอง ซึ่งทุกคนตอนเข้าเรียนใหม่ๆ จะมี 100 คะแนนเต็ม ส่วนใหญ่เรียนจบก็ยังมี 100 คะแนนเต็มอยู่นั่นแหละค่ะ ยกเว้นแต่ว่า มีการทำผิดที่เข้าข่ายรุนแรงและสุ่มเสี่ยง เช่น ทะเลาะวิวาท ขโมยของ โดดเรียน มียาเสพติด เป็นต้น แบบนี้ไม่ต้องเจรจา ไม่ต้องไปกระโดดตบ วิ่งรอบสนาม โดนตัดคะแนนกันไปเลยค่ะ
การตัดคะแนนก็มีเลเวลของมัน เช่น ผิดเล็กน้อยก็ 5-10 คะแนน ถ้ารุนแรงหน่อยก็ 10-20 คะแนน แล้วแต่ที่โรงเรียนกำหนด ทุกๆ คะแนนที่ถูกตัดไปมีผลต่ออนาคตทั้งนั้นค่ะ เพราะถ้าสะสมแต้มตัดครบเมื่อไหร่ ก็จะถูกเชิญผู้ปกครอง ทัณฑ์บน พักการเรียน ไปจนถึงไล่ออกเลยทีเดียว

 10. ส่งไปปฏิบัติธรรม
บ้านเราเป็นเมืองพุทธ มีศาสนาพุทธเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว ยังคอยกล่อมเกลาจิตใจได้อีกด้วย บทลงโทษนี้มีใช้ในบางโรงเรียนจริงๆ ค่ะ ทำผิดบ่อยๆ ผิดซ้ำซาก รวมมาได้จำนวนนึง ครูฝ่ายปกครองส่งต่อไปอบรม ปฏิบัติธรรมที่วัดเลย หวังจะเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นนั่นเอง
จริงๆ แล้วการทำโทษหลายๆ วิธีก็ดูเป็นสีสันภายในโรงเรียนนะคะ คือ ไม่ได้เน้นความดราม่า แต่ต้องการให้ลูกศิษย์ได้ปรับพฤติกรรม ความในใจจากคุณครูก็ไม่ได้ต้องการจะทำร้ายร่างกายและจิตใจของนักเรียนหรอกค่ะ จึงมีรูปแบบในการวางบทลงโทษแบบต่างๆ ไว้

ดังนั้นอย่าเพิ่งอคติกับคุณครู (ยกเว้นว่าจะทำเกินกว่าเหตุจริงๆ) และที่สำคัญ จงเรียนรู้ทุกครั้งที่ทำผิด เพื่อที่จะไม่เกิดการทำผิดครั้งต่อไปนะคะ พี่มิ้นท์ยังเชื่อเสมอว่า ถ้าทุกคนในโรงเรียนทำถูกกฎ โรงเรียนก็จะน่าอยู่มากขึ้น ครูก็ไม่ต้องเหนื่อย และเอาเวลามาเต็มที่กับการสอนได้มากขึ้นด้วย^^

https://www.dek-d.com/education/47008/

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *