10 วิธีแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือเด็กติดเกม

1. สร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก เช่น ให้รับผิดชอบงานบางอย่างภายในบ้าน เพราะถ้าไม่เริ่มการฝึกวินัยมาตั้งแต่เด็กแล้วจะมาเริ่มตอนโตจะยาก ซึ่งถือเป็นการป้องกันให้เด็กมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง

2. ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต หากที่บ้านมีคอมพิวเตอร์เท่ากับจำนวนของลูกและอยู่ในห้องส่วนตัว จะแก้ปัญหาการเล่นเกมได้ยากกว่าบ้านที่มีคอมพิวเตอร์อยู่เครื่องเดียวแต่มีลูกใช้หลายคน เพราะเด็กจะต้องสลับกันเล่น การลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ทำได้โดยนำคอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องโถงของบ้าน ไม่วางไว้ในห้องส่วนตัว จะทำให้พ่อแม่สอดส่องได้ง่ายว่าเขากำลังเล่นอะไรอยู่ เล่นมานานหรือยัง และจะทำให้เขาเล่นเกมได้ยากขึ้นโดยปริยาย และเด็กจะเห็นว่าพ่อแม่ไม่ใช่ศัตรูของตนด้วย

3. ใช้มาตรการทางการเงิน โดยให้เงินแต่พอดีเพื่อลดโอกาสในการเล่นเกมของเด็กโดยเฉพาะการออกไปเล่นตามร้าน แต่พ่อแม่บางคนใจอ่อนเวลาที่เห็นเด็กหิวโซกลับบ้านเนื่องจากเอาเงินไปเล่นเกมหมดเลยเพิ่มเงินให้ การแก้ปัญหาเลยไม่ได้ผล พ่อแม่ควรให้เด็กรับกรรมจากการกระทำของตนเอง แต่ด้วยความรักความสงสารของพ่อแม่ทำให้พ่อแม่บางคนยอมรับกรรมแทน เนื่องจากกลัวว่าลูกจะลำบาก หรือบางคนตวาดหรือดุเด็ก จนเด็กพาลโกรธเกลียดพ่อแม่ ฉะนั้นในบางครอบครัวที่ให้เงินลูกเป็นรายอาทิตย์ พอวันพฤหัสฯ เงินหมดแล้วพ่อแม่ก็ไปให้เงินเพิ่มก็จะยิ่งเป็นการให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ไม่ดี ดังนั้นถ้าเด็กไม่มีวินัยทางการเงินก็อาจจะเปลี่ยนเป็นการให้รายวัน หรือราย 3 วันแทน เด็กก็จะมีเงินที่กระตุ้นให้อยากเล่นน้อยลง

4. ฟังและพูดด้วยดีต่อกัน หลายครั้งที่พ่อแม่มีอารมณ์แล้วพูดในเชิงตำหนิ ไม่ได้ใช้ภาษาดอกไม้ในการสื่อสาร จะยิ่งทำให้การสื่อสารพูดคุยกันทำได้ยาก

5. ชื่นชมให้กำลังใจ คนเราจะถนัดกับการจับผิดมากกว่าจับถูก ดังนั้นพ่อแม่จะต้องฝึกการจับถูกในตัวลูก ชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อเขาทำดี ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะได้ใจหรือว่าเหลิงเพราะการจับถูก การชื่นชมจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหันมาฟังพ่อแม่ เพราะถ้าพ่อแม่เอาแต่ตำหนิอย่างเดียว ดังนั้นพ่อแม่ควรพยายามมองเห็นสิ่งดีและพูดในสิ่งดีๆ ที่เราเห็นบ้าง เด็กจะเริ่มฟังพ่อแม่ บางครั้งการทำดีของคนเราก็ไม่ใช่เพราะเหตุผล แต่เป็นเพราะเรารู้สึกชอบคนๆ นั้น เราจึงอยากทำดีด้วย พ่อแม่ก็ควรจะทำให้ลูกชอบตัวพ่อแม่เองเหมือนกัน

6. ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกติการ่วมกัน เพราะยิ่งเด็กโตพ่อแม่ก็จะใช้อำนาจต่อเขาได้ลดลง ไม่เหมือนกับตอนที่ยังเล็กๆ ที่พ่อมีจะสั่งให้ทำอะไรก็ได้ เมื่อเด็กโตขึ้นพ่อแม่ควรใช้การเจรจาพูดคุยและตกลงกัน เช่น ถามว่าลูกคิดว่าเล่นกี่ชั่วโมงต่อวันถึงจะเหมาะ แล้วก็ให้เด็กได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและหาจุดที่เหมาะสมร่วมกัน

7. มีทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก มนุษย์ต่างต้องการการยอมรับ การยกย่อง และความภาคภูมิใจในตัวเอง การที่เกมมีรางวัลให้กับเด็กเป็นหมวก เป็นดาบ ทำให้ใครๆ เห็นว่าเขาเก่ง เอาชนะได้คะแนนสูงๆ ดังนั้นถ้าให้เด็กได้ไปเล่นดนตรี หรือกีฬา หรือทำอะไรก็ตามที่เด็กถนัด เมื่อเด็กทำได้ดีและมีคนชมก็จะทำให้มีความภูมิใจและอยากที่จะทำอีก ก็จะทำให้ลดการเล่นเกมลงไปได้

8. สร้างรอยยิ้มเล็กๆ ในครอบครัว บรรยากาศในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้สมาชิกในบ้านรู้สึกดี มีความสุขเวลาที่อยู่บ้าน พ่อแม่ควรจัดการบรรยากาศโดยรวมของบ้านให้ดี เช่น มีการชมกัน หรือทำกิจกรรมร่วมกันในวันพิเศษอย่างวันเกิด เป็นต้น

9. ควบคุมอารมณ์และสร้างความสุขเล็กๆ ในใจของพ่อแม่เอง พ่อแม่ให้รางวัลและสร้างความสุขในใจด้วยการมองตัวเองในแง่ดี มองความสำเร็จในมิติอื่นๆ ของชีวิตบ้าง

10. เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราทันที อย่าไปคาดหวังให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลง ถ้าอยากให้ลูกเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองก่อน เด็กเล่นเกม ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะทำอย่างไรให้การเล่นเกมของเด็ก เป็นเพียงแค่การผ่อนคลาย และเสริมสร้างทักษะในการคิดทางสร้างสรรค์ รวมถึงไม่ทำให้บรรยากาศในครอบครัวหม่นหมอง พ่อแม่ถือเป็นยาวิเศษที่สำคัญที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับลูกได้เสมอ หากพ่อแม่เข้าใจและปรับเปลี่ยนและเรียนรู้วิถีชีวิตของลูกไปพร้อมๆ กับตัวลูก

ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th/cms/detail.php?key=family01&id=6049

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *