4 เคล็ดลับซื้อชุดนักเรียนให้คุ้มกับลูกทุกวัย!!!

4 เคล็ดลับซื้อชุดนักเรียนให้คุ้มกับลูกทุกวัย!!!

การเลือกซื้อชุดนักเรียนให้ลูกๆ ไม่ว่าจะวัยไหนมักจะสร้างความปวดหัวให้พ่อแม่เยอะค่ะ ไหนจะลูกโตเร็วจนอาจจะต้องซื้อใหม่ทุกเทอม ไหนจะราคาชุดที่แพงขึ้น ไหนจะกระเป๋า รองเท้า และของอื่นๆ ที่มากับชุดนักเรียนอีก

Momypedia School Zone ขออาสามารถช่วยพ่อแม่ด้วย 4 เคล็ดลับซื้อชุดนักเรียนให้คุ้มกับลูกทุกวัย ลองอ่านแล้วนำไปใช้กันดูนะคะ

ชุดนักเรียน, ชุดอนุบาล, ชุดประถม, ชุดเด็กอนุบาล, ชุดโรงเรียนอนุบาล, ชุดประถม, ชุกนักเรียนประถม, ซื้อชุดนักเรียน, เลือกชุดนักเรียน, ชุดนักเรียนแบบไหนดี, ชุดนักเรียนใส่คุ้ม,

1. เลือกซื้อชุดนักเรียนที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยพ่อแม่สามารถเลือกซื้อได้จากยี่ห้อมีชื่อเสียงก็ได้ เพราะยี่ห้อที่ได้รับการอนุญาตขายชุดนักเรียนและสามารถโฆษณาได้อย่างกว้าง ขวาง มีชื่อเสียงมายาวนานมักจะได้รับการตรวจสอบมาตรฐานมาในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งในเรื่องของคุณภาพเนื้อผ้า วัสดุประกอบต่างๆ ราคาที่เหมาะสม ความประณีตในการตัดเย็บ รวมถึงเป็นเครื่องแบบที่ถูกต้องตามกฏระเบียบของสถานศึกษา

คุณภาพของ ชุดนักเรียนเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่ควรนำมาพิจารณาเป็นปัจจัยหลักในการ เลือกซื้อ เนื่องจากเด็กจะต้องสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนเกือบทุกวัน เพราะจริงๆ แล้วชุดนักเรียนที่มีคุณภาพจะสามารถใส่ได้นาน 2-3 ปี
2. เลือกซื้อชุดนักเรียนจากร้านที่มีบริการครบวงจร คือ นอกจากขายชุดนักเรียนแล้ว ยังสามารถรับปักตราโรงเรียน ปักชื่อ และยังขายสินค้าอื่นๆ ด้วย เช่น เข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า กระเป๋า อุปกรณ์ลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด เป็นต้น เพราะจะได้ราคารวมที่ถูกลงหรือได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น รวมทั้ง่อแม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยซื้อหลายๆ ร้านแยกกัน

3. ควรเลือกซื้อชุดนักเรียนก่อนเปิดเทอมประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะพ่อแม่จะได้เลือกของได้เยอะกว่า หาของที่ดีได้ไวกว่า นอกจากนี้ยังไม่ต้องไปวุ่นวายแย่งกันซื้อกับครอบครัวอื่นในช่วงใกล้เปิดเทอม มากเกินไป แต่การซื้อชุดก่อนเปิดเทอมประมาณ 2 สัปดาห์แบบนี้ พ่อแม่ควรเลือกขนาดชุดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยกว่าตัวลูกในวันที่ซื้อ เพราะสูงอาจจะโตหรือสูงขึ้นแล้ว ที่สำคัญคือในวันที่ซื้อชุดจะต้องพาน้องไปลองใส่ชุดด้วยเลยจะได้รู้ว่าควร ซื้อชุดนักเรียนขนาดไหน ใส่สบายหรือไม่ ทั้งการเดิน วิ่ง ลุกนั่ง

4. คำนวนจำนวนชุดนักเรียนให้เหมาะสม สำหรับลูกที่พึ่งเข้าเรียน เปลี่ยนสถานศึกษาใหม่ หรือเปลี่ยนชั้นเรียนใหม่ และไม่มีชุดนักเรียนพิเศษอื่นๆ ควรซื้อชุดนักเรียน 4-5 ชุด เพื่อความเพียงพอต่อการใช้งาน แต่สำหรับลูกที่เรียนในโรงเรียนที่ต้องมีชุดนักเรียนพิเศษ เช่น ชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด หรือชุดพละ ควรลดชุดนักเรียนประจำวันลงให้เหลือ 3-4 ชุด และซื้อชุดนักเรียนพิเศษ 1 ชุด ก็จะมีสัดส่วนที่พอดีและเพียงพอในการใช้งาน

โฆษณา 

แถมเคล็ดลับเลือกซื้อสินค้าชุดนักเรียนอื่นๆ

  • เลือกรองเท้านักเรียนให้ใหญ่กว่าเท่าลูกพอสมควร เพราะลูกจะต้องใส่ถุงแล้วใส่รองเท้าได้พอดี ไม่แน่นเกินไป หรือจะลองสวมถุงเท้าแล้วใส่รองเท้าเดินดูก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าใส่สบายหรือไม่
  • เลือกซื้อถุงเท่าที่หนาแต่นุ่มสบาย เพราะจะไม่ขาดง่าย สบายเท้า และไม่ซื้อถุงเท้าที่ยางยืดบีบข้อเท้ามากเกินไป เพราะอาจจะบีบเนื้อข้อเท้าลูกจนเจ็บ เป็นรอย มีการเสียดสีจนเป็นผื่นแดงหรือแผล
  • เลือกซื้อเข็มขัดขนาดที่พอดีและลองคาดดูก่อน เผื่อว่าไม่มีรูกลัดเข็มขัดที่พอดีกับขนาดเอวลูกจะได้ให้ทางร้านเจาะรูเข็มขัดเพิ่มให้เลย
  • กระเป๋านักเรียน ควรเลือกกระเป๋าถือที่เป็นหนังหรือยางที่ทนทาน หรือถ้าเป็นกระเป๋าสะพายก็ควรเป็นผ้าที่หนาและเย็บแน่นหนาดี เพราะจะต้องใส่หนังสือและอุปกรณ์การเรียนเยอะ

ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ หรือจะใช้หลักการง่ายๆ ว่า ซื้อไซส์เผื่อโตไว้ก็ไม่เสียหลายค่ะ เพราะเด็กสมัยนี้โตไวจะตาย พ่อแม่อย่างเราจะได้ไม่ต้องปั่นเงินซื้อชุดนักเรียนทุกเทอมแน่ๆ เลย

ที่มา http://schoolzone.momypedia.com/

โฆษณา 

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *