5 วิธีจัดการกับลูก เมื่อลูกอารมณ์ร้าย!!!

ในความเป็นจริงนั้นการมีอารมณ์ร้าย เช่น อารมณ์โกรธ อารมณ์ฉุนเฉียว เป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนมีอยู่ในตัวเองตามธรรมชาติ แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถควบคุมมันได้มากน้อยแค่ไหน และอยู่ที่ว่าอารมณ์ร้ายของเราก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตัวเราเองหรือคนอื่น ๆ หรือไม่ เพราะหากใครที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ส่วนร้ายของตัวเองได้มากพอ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น การไม่เป็นที่รัก ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย บางอาจคนถูกต่อต้านจนไม่สามารถเรียนหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ก็มี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงอย่าได้นิ่งนอนใจหากลูกมีพฤติกรรมหรือมีอารมณ์ร้ายบ่อย ๆ จนน่ากลัวว่าจะติดเป็นนิสัย ต้องเร่งรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน 

อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ถึงสาเหตุอารมณ์ร้าย ๆ ของลูกเสียก่อนว่าเกิดเพราะสาเหตุใด เพื่อคอยช่วยเหลือและสอนให้ลูกจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้

1.สอนลูกให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามันไม่เป็นการดีเลยหากลูกต้องโมโหและอาละวาด บอกลูกว่ามันไม่ดีเลย หากลูกโมโหแล้วมีการทำร้ายหรือขว้างปาข้าวของเสียหาย ซึ่งรวมถึงการทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูดของเรา

2.ลองหายใจเข้าลึก ๆ 3 ครั้ง หรือ นับ 1 ถึง 10 อย่างช้า ๆ ช่วยให้เด็ก ๆ จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ สัก 2 – 3 ครั้ง หรือ นับ 1 – 10 อย่างช้า ๆ จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับรู้ถึงสัญญาณเตือนจากร่างกายของเขา ไม่ว่าจะเป็น การเกร็งร่างกาย การกัดฟัน หรือ หัวใจที่เต้นแรง ให้บอกกับลูก ๆ ว่าร่างกายมีการตอบสนองอย่างไรเมื่อมีอารมณ์โกรธหรือผิดหวัง จากนั้นให้ก็แนะนำให้ด้วยการลองหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งเพื่อตั้งสติ

3.ให้ลูกพูดออกมาว่า “รู้สึกอย่างไร” และ “ฉันต้องการอะไร” เมื่อถึงเวลาอาละวาด แน่นอนว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ดี และเป็นบทเรียนที่ยากสำหรับเด็กที่จะเรียนรู้ (และแทบจะเป็นไปไม่ได้ได้เลยสำหรับเด็กเล็ก ๆ ) ซึ่งจริง ๆ แล้วพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่เพื่อหาทางออก ลองให้ลูก ๆ พูดสิ่งที่ต้องการออกมา สิ่งที่รู้สึกอย่างไร เพื่อเป็นทางออกในการระบายอารมณ์ของเขา

4.ถามหาความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหา จริง ๆ แล้วเด็ก ๆ ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ เพื่อที่พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีที่จะแก้ปัญหาและค้นหาทางออกในสถานการณ์ต่างๆ บอกให้ลูก ๆ รู้ว่า ไม่เป็นไรที่จะร้องขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาเองได้ และเปิดโอกาสสำหรับการพูดคุยเอาไว้เสมอ เพื่อที่ว่าในวันหนึ่งหากพวกเขาเจอปัญหาที่ใหญ่กว่าการทะเลาะกันระหว่างพี่น้อง หรือการขัดใจกันระหว่างเพื่อน พวกเขาจะได้รู้สึกว่าสามารถมาขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ได้ตลอดเวลา

5.ให้เวลาสำหรับการที่จะใจเย็นลง ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่า ในบางครั้งแม้จะทำตามวิธีจัดการอารมณ์ต่าง ๆ มาแล้วก็ตาม แต่พวกเขาอาจจะยังรู้สึกโกรธ หรือผิดหวังอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับการที่จะใจเย็นลงหรือหันไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ลืมอารมณ์นั้นไปซะ

Credit : www.childhood101.com

5 วิธีจัดการอารมณ์ของลูกเมื่อลูกอารมณ์ร้าย

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *