5 เคล็ดลับเลี้ยงลูกไม่ให้เป็น “เด็กขี้ฟ้อง”

เด็ก”ขี้ฟ้อง”!
“เด็กขี้ฟ้อง” คงไม่มีใครรู้สึกดีกับคำๆ นี้ ถ้าลูกรักของคุณพ่อคุณแม่มีอาการเข้าข่ายที่ว่าคุณจะทำอย่างไรคะ ?

การบอกเล่า vs การฟ้อง
เริ่มด้วยคุณพ่อคุณแม่ต้องแยกระหว่างการ “บอกเล่า” กับ “การฟ้อง” ของลูกให้ได้ก่อนค่ะ

การบอกเล่า    
บอกหมดทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี
ความถี่สม่ำเสมอ เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน
มีความอดทนในเรื่องเล็กน้อย
จัดการปัญหาเล็กน้อยด้วยตัวเองได้

การฟ้อง
บอกแต่เรื่องที่ไม่ดี ไม่ชอบ ไม่พอใจ
ความถี่เพิ่มมากขึ้น จากวันละครั้งก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่มีความอดทน อารมณ์เสียง่าย
จัดการปัญหาเล็กน้อยไม่ได้เลย

อาการ“ขี้ฟ้อง”
คือการที่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ลูกรักก็ไม่สามารถจัดการเองได้ วิ่งหาคนช่วยตลอด ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือแม้แต่คุณครูก็ตามค่ะ ลูกอาจจะลองจัดการด้วยตัวของเขาเองแล้ว แต่จัดการไม่ได้ หรือไม่ได้ลองพยายามแก้ไขปัญหาเลย พอเจอปัญหาก็วิ่งไปหาคนอื่นให้ช่วยจัดการแทนตัวเองตลอด

ทำไมถึง ”ขี้ฟ้อง”
การแสดงออกของลูกรักด้วยการฟ้อง มีสาเหตุหลักคือ
1.    หนูแก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้  การฟ้องจากสาเหตุนี้จะมี 2 ลักษณะด้วยกันค่ะ 

•    ไม่ชอบใจเวลาใครทำอะไรไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่การฟ้องประเภทนี้จะมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูลูกอย่างมีกฎระเบียบ บทลงโทษที่ชัดเจน เขาจึงเห็นความไม่ถูกต้องไม่ได้ ต้องเข้าไปจัดการ แต่อาจจะจัดการไม่ได้ เลยต้องหาคนที่จะมาจัดการแทน เช่น เพื่อนแกล้งกัน ลูกเลยเข้าไปห้าม แต่เพื่อนไม่หยุด เขาเลยวิ่งไปบอกคุณครูแทน

•    เป็นคู่กรณีมาก่อน การฟ้องประเภทนี้จะมาจากการที่ไม่ชอบคนนั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สาเหตุอาจจะมาจากหลากหลายทาง เช่น เพื่อนคนนี้ชอบเสียงดัง หรือเพื่อนคนนี้ชอบแกล้งลูก ดังนั้นเวลาเขาเห็นเพื่อนคนนี้ทำผิดเล็กน้อย ก็จะมาฟ้องคุณครู หรือเรียกว่าการจ้องจับผิดนั่นเอง

2.    หนูมีทัศนคติไม่ดีในการมองโลก 
การฟ้องจากสาเหตุนี้เกี่ยวข้องกับความประพฤติของคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองและคนใกล้ตัวลูกโดยตรงเลยค่ะ นั่นคือการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะแสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ให้ลูกเห็น และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์อย่าง “การบ่น” ค่ะ

ทำไมการบ่นของคุณพ่อคุณแม่จึงส่งผลให้ลูก “ขี้ฟ้อง” เพราะมันคือการเสริมสร้างนิสัยจับผิดทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนให้ลูก โดยที่ไม่ต้องมานั่งสอนกันเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมนะคะ ว่าลูกเฝ้ามองคุณพ่อคุณแม่อยู่ทุกย่างก้าว สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำจะถูกลูกจับตาดูอยู่และเอามาเลียนเบบ นั่นเพราะเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีงามค่ะ

3.    เพราะหนูไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
การฟ้องจากสาเหตุนี้เกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธ์ของคุณพ่อคุณแม่กับลูก หรือจะกล่าวได้อีกอย่างนึงว่า คือปฏิกิริยาที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อลูกนั่นเองค่ะ ลองสังเกตตัวเองดูค่ะว่า เวลาลูกมาเล่าเรื่องธรรมดาไปถึงดี เช่น ลูกโดนคุณครูชม เอาของที่ประดิษฐ์มาอวด คุณพ่อคุณแม่มีท่าทียังไง
กลับกันเวลาที่ลูกเล่าว่าโดนเพื่อนแกล้ง หรือโดนครูทำโทษ คุณพ่อคุณแม่มีปฏิกิริยาอย่างไร ลูกรับรู้ได้นะคะ ว่าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจเขาต่างกันแค่ไหนอย่างไร ที่โรงเรียนเองก็เหมือนกัน ในกรณีที่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยอย่างเพื่อนเดินชน แล้วเอามาฟ้องเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต ยิ่งคุณพ่อคุณแม่สนใจ คุณครูสนใจ ผู้ใหญ่สนใจเขา ลูกจะรู้สึกว่าการทำแบบนี้คือการกระทำของเด็กดี ได้รับความสนใจจากคนอื่น ได้รับคำชมจากคุณครูและคุณพ่อคุณแม่

ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งมีผลเสีย
การขี้ฟ้องของลูกรัก หากคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจสาเหตุและแก้ไข ลูกอาจเข้ากับเพื่อนยาก ไม่มีคนคบ คุณครูไม่ให้ความสำคัญในสิ่งที่เขาบอกอีกต่อไป ทำให้เขากลายเป็นเด็กที่ไม่มีสังคม และอาจส่งผลต่อพัฒนาการและจิตใจของลูกได้ค่ะ

ลูกฟ้องคุณพ่อคุณแม่บ่อยเข้า จนคุณพ่อคุณแม่เริ่มแสดงออกหรือบอกไปว่ารำคาญ ลูกจะเปลี่ยนไปมีอาการเก็บกดแทน โดยที่ไม่ว่าเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กเขาจะไม่บอกเล่าอีกต่อไป แต่ปัญหายังไม่จบ ลูกจะเกิดภาวะความกดดัน ภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะจัดการกับปัญหาไม่เป็น
ขณะเดียวกันก็มีความทุกข์ความเครียด อยากจะบอกแต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ฟังแล้ว อาจจะหาทางออกอื่นจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น หงุดหงิดมากขึ้น ไม่อยากไปโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่พูดก็ไม่เชื่อฟัง และมีปัญหาอื่นตามมา

3 ข้อ พ่อแม่ต้องใส่ใจ
1.    สังเกตว่าลูกแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้หรือไม่
เรื่องเล็กน้อยอย่างการเล่นด้วยกันระหว่างพี่น้อง ลูกจัดการปัญหาอย่างไร หรือสิ่งที่ต้องใช้เวลารอคอย ลูกมีความอดทนมากน้อยแค่ไหน และคุณพ่อคุณแม่ได้ฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาให้ลูกอย่างไร

2.    สังเกตตัวเองว่าเอาใจใส่ลูกมากพอหรือไม่
ในวันที่คุณพ่อคุณแม่ต้องไปทำงานทั้งวัน กลับบ้านมาใช้เวลาคุณภาพกับลูกพอไหม ได้ฟังสิ่งที่ลูกต้องการจะบอกไหม หรือเวลาที่ใช้ร่วมกับลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกจริงไหม หรือต่างคนต่างอยู่แต่กับหน้าจอ

3.    สังเกตตัวเองว่าเจ้าระเบียบเข้มงวดกับลูกมากไปไหม
บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ที่มีนิสัยเจ้าระเบียบ เข้มงวดอยู่แล้ว อาจไม่เห็นถึงข้อเสียของการปลูกฝังเรื่องนี้ให้ลูก แต่ก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ อะไรที่มากเกินไป น้อยเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้นแหละค่ะ

เคล็ดลับเลี้ยงลูกไม่ให้เป็น “เด็กขี้ฟ้อง”

1.    รับฟังลูก โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ใส่อารมณ์กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเกินไป เปิดใจรับฟังสิ่งที่ลูกอยากเล่า อย่าทำให้การที่เขามาบอกเป็นการฟ้อง การบ่นซ้ำๆ

2.    ตั้งคำถาม ชวนลูกคิด ชวนลูกหาหนทางแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่การสั่งให้ลูกแก้ปัญหาแบบนั้นแบบนี้ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ ให้เขาคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง แล้วรอฟังผล ถ้ายังไม่ได้ผลอีก ลองมานั่งพิจารณาพร้อมอธิบายให้เขาฟังถึงเหตุผล ว่าทำแบบนั้นไม่ได้ผลเพราะอะไร ให้เขาคิดวิธีแก้ปัญหาเอง แต่คุณพ่อคุณแม่จะเสนอหนทาง หรือแนะนำบ้างก็ไม่ผิดอะไรค่ะ

3.    ชมเชย ถึงปัญหาจะยังไม่หมดไป แต่ถ้ามีความคืบหน้า เขาจะเริ่มรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา และจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ปัญหาจะแก้ได้บ้างไม่ได้บ้างไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ

4.    อดทน คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างลูกให้อดทนกับเรื่องเล็กน้อยให้ได้ เช่น การรอคอย อุบัติเหตุเล็กน้อยอย่าง การเดินชน การทำของตกหล่น เขาจะกลายเป็นคนที่มีน้ำอดน้ำทน อดกลั้นต่อสภาพความไม่พึงพอใจที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ และจะกลายเป็นเด็กที่อยู่ง่ายกินง่าย

5.    มองโลกมุมบวก หากเขารู้คุณค่าในตัวเอง รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่รักเขา สนใจเขา และต้องการเขา ลูกจะรู้สึกตัวว่าไม่ต้องไปเรียกร้องความสนใจจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง และพอเขากลายเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง เขาจะกลายเป็นคนที่เห็นคุณค่าในคนอื่น ซึ่งจะส่งผลต่อทัศนคติในการมองโลกของเขาด้วย

การเลี้ยงลูกเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ สิ่งที่สำคัญคือต้องไม่มองข้ามสิ่งที่มีผลกระทบกับลูกมากที่สุด นั่นคือการกระทำของคุณพ่อคุณแม่เองด้วยนะคะ

https://pantip.com/topic/32924051

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *