5 เหตุผลหลักของการเลือก (และเลิก)เป็นครู!

จากการสำรวจล่าสุดพบว่าครูฝึกสอน 73% มีแนวโน้มจะออกจากสายอาชีพครู เหตุผลเพราะภาระงานที่หนักเกินไป แต่เหตุผลที่ทำให้พวกเขาอยากเป็นครู เพราะอยากทำงานกับเด็กนักเรียน

สมาคมครูและอาจารย์แห่งสหราชอาณาจักร (The Association of Teachers and Lecturers – ATL) ได้ทำการสำรวจครูฝึกสอนและครูที่เพิ่งได้รับบรรจุใหม่ และพบว่า 73% ของครูรุ่นใหม่เหล่านี้ต้องการลาออกจากอาชีพครู โดย 76% ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะภาระงานหนักเกินไป ครูกว่า 54% มองว่าอีก 10 ปีข้างหน้า พวกเขาคงไม่ได้สอนในห้องเรียนอีกต่อไปแล้ว โดยที่ครึ่งหนึ่งมองว่าเขาจะลาออกภายในเวลา 5 ปีเท่านั้น

 

ฟังดูน่าเศร้า แต่ยังมีเรื่องดีๆ ที่พบจากรายงานชิ้นนี้เช่นกัน โดยกลุ่มครูรุ่นใหม่เหล่านี้ 75% ได้ให้เหตุผลว่า พวกเขาสมัครเป็นครูเพราะอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง และ 80% บอกว่าพวกเขารักการทำงานกับเด็ก ขัดกับความเชื่อที่ว่าคนมาเป็นครูเพราะมีวันหยุดเยอะ ซึ่งมีคนตอบเช่นนี้ต่ำกว่า 20% วันนี้เรามาดู 5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนอยากเป็นครูกันก่อนเลยดีกว่าค่ะ

 

5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนอยากเป็นครู

อันดับ 1 ได้ทำงานกับเด็กนักเรียนและสร้างความเปลี่ยนแปลง
จาก 858 คน ที่ตอบแบบสอบถามนี้ กว่า 80% ให้เหตุผลว่าที่พวกเขามาสอนเพราะพวกเขารักการทำงานกับเด็ก และอีก 75% กล่าวว่าพวกเขาอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะอาชีพนี้คือการสร้างคนและทำให้นักเรียนมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต ต่างจากความเชื่อเดิมๆ ที่เราคิดว่าคนน่าจะอยากเป็นครูเพราะมีปิดเทิม ซึ่งมีคนเพียง 20% ที่เอ่ยถึง และมีแค่ประมาณ 10% เท่านั้นที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กจากอาชีพนี้ เพื่อนำไปเลี้ยงลูกตัวเองในอนาคต

 

อันดับ 2 ความหลากหลายของเนื้องาน
เหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลที่หลายๆ คนเลือก เพราะกว่า 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกข้อนี้พร้อมให้เหตุผลว่า “ไม่มีวันไหนที่เหมือนเดิมเลยซักวัน” “ตื่นเต้นมากๆ กับการคิดกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้นักเรียนสนใจการสอนเสมอ” และ “ทุกวันต้องลุ้นตลอดว่านักเรียนจะส่งการบ้านครบหรือเปล่า” นอกจากนี้พวกเขายังชอบเวลาที่นักเรียนเกิดอาการ “ปิ๊ง” หรือเข้าใจเนื้อหาและคอนเซปที่สอน ทำให้พวกเขารู้สึกดีที่ทำให้นักเรียนเข้าใจได้ และยังได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากนักเรียนเสมอๆ

 

อันดับ 3 การสอนเป็นเรื่องสนุก
ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 32% มาสอนเพราะคิดว่าการสอนเป็นเรื่องสนุก การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในห้องเรียนเป็นแรงบันดาลใจให้ครูรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาสู่ห้องเรียน แน่นอนว่าพวกเขาส่วนใหญ่เรียกร้องอิสระในการเรียนการสอนมากกว่านี้ และอยากให้เพื่อนผู้สอนมอบ feedback ให้กันและกันเมื่อสังเกตุการณ์สอนหรือซ้อมฝึกสอนอีกด้วย

 

อันดับ 4 มีครูผู้เป็นแรงบันดาลใจ
เหตุผลข้อนี้บอกเราถึงคุณค่าแห่งการสอนและการเป็นครูอย่างแท้จริง เพราะผู้ตอบแบบสอบถามถึง 37% บอกเราว่า พวกเขาอยากเป็นครูที่ดี เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากครูในอดีตของพวกเขาเอง ครูคนหนึ่งบอกเราว่า “ถ้าครูไม่ได้ให้โอกาสผมวันนั้น ผมคงไม่มีวันนี้ ผมจึงอยากมอบโอกาสเหล่านี้ให้กับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ บ้าง” และยังมีอีกหลายคนที่ต้องการคำปรึกษาจากครูรุ่นเก๋าในโรงเรียนที่มีประสบการณ์มากกว่า เพื่อช่วยให้พวกเขาสอนได้ดียิ่งขึ้น

 

อันดับ 5 อยากสอนวิชาโปรด
แน่นอนว่าหลายๆ คนเริ่มเป็นครู เพราะอยากถ่ายทอดความรู้สึกนี้ให้กับนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยอีกชิ้นของเราที่เชื่อว่า ครูที่จะสอนวิชาไหนได้ดี ต้องมีความรักและหลงใหลในวิชาที่ตัวเองสอน เพราะจะทำให้พวกเขากระตือรือล้น และทำให้เด็กๆ อยากเรียนรู้ไปด้วย นอกจากนี้พวกเขายังสามารถอธิบายเนื้อหาวิชาได้ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก รวมถึงทำให้นักเรียนจินตนาการต่อยอดได้มากยิ่งขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามของเราคนหนึ่งบอกเราว่า “ผมชอบเลขมากๆ และไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนๆ คนอื่นถึงชอบบ่นว่ามันยาก ผมเลยอยากมาสอนเพื่อทำให้เด็กๆ เข้าใจความสนุกของวิชาเลข และทำมันได้ดียิ่งขึ้น”

 

เป็นยังไงบ้างคะกับ 5 เหตุผลที่ทำให้ครูรุ่นใหม่อยากเข้าไปสอน มีเหตุผลไหนที่ตรงใจน้องๆ บ้างไหมคะ? ถ้าสนใจเรื่องการสอนลองแวะมาดูหลักสูตรเกี่ยวกับการศึกษาและครุศาสตร์ได้ที่นี่เลย ส่วนด้านล่างคือของแถมกับ 5 เหตุผลว่าทำไมพี่ถึงอยากให้คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพมาเป็นครูกันมากขึ้นค่ะ

  1. เพราะประเทศของเรากำลังต้องการมันสมองมาพัฒนาประเทศ หากเราต้องการคนเก่งๆ เราต้องมีครูที่เก่งก่อน
  2. เพราะมีโรงเรียนมากมายที่ขาดแคลนครูในสาขาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ทำให้นักเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ไม่สามารถไปแข่งขันกับเด็กคนอื่นที่ฐานะร่ำรวยกว่าได้
  3. เพราะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่ทำให้เด็กม.3 ในโรงเรียนยากจนมีความรู้เท่ากับเด็กป.6 ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง
  4. เพราะประเทศไทยต้องการผู้นำที่ดีี และการสอนคือการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย
  5. เพราะเราทุกคนมีพลังมากพอที่จะผลักดันศักยภาพของเด็กทุกคนให้เติบโตได้อย่างเท่าเทียมกัน

5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนอยาก “เลิก” เป็นครู

ต่อจากตอนที่แล้ว 5 เหตุผลที่ทำให้คนอยากเป็นครูมากที่สุด

สมาคมครูและอาจารย์แห่งสหราชอาณาจักร (The Association of Teachers and Lecturers – ATL) ได้ทำการสำรวจครูฝึกสอนและครูที่เพิ่งได้รับบรรจุใหม่ และพบว่า 73% ของครูรุ่นใหม่เหล่านี้ต้องการลาออกจากอาชีพครู และครูกว่า 54% มองว่าอีก 10 ปีข้างหน้า พวกเขาคงไม่ได้สอนในห้องเรียนอีกต่อไปแล้ว โดยที่ครึ่งหนึ่งมองว่าเขาจะลาออกภายในเวลา 5 ปีเท่านั้น เหตุผลคืออะไร ติดตามดูได้ด้านล่างเลยค่ะ

อันดับ 1 ภาระงานที่หนักเกินไป
เหตุผลนี้ถูกพูดถึงมากที่สุดเมื่อเราถามคุณครูที่อยากลาออกว่า “ทำไมถึงอยากลาออก” โดยกว่า 76% บอกว่าปริมาณที่พวกเขาต้องทำนั้นมันเยอะเกินจะรับไหว และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่ (87%) ไม่อยากสอนอีกด้วย นอกจากนี้กว่า 53% บอกว่าพวกเขาไม่มีเวลาแม้จะทบทวนคุณภาพการสอนของตัวเอง และอีก 31% คิดว่าพวกเขาต้องเขียนรายงานเยอะเกินไปเพื่อนำรายงานเหล่านี้ไปประเมินคุณภาพการเรียนการสอน แต่ที่ไหนได้ พวกเขากลับต้องเอาเวลาเตรียมการเรียนการสอนไปเขียนรายงานแทน (ซะงั้น)

ครูรุ่นใหม่ 79% รู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถจัดสมดุลชีวิตและการทำงานได้ โดยมีเกือบครึ่ง (46%) ที่ต้องทำงานในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์โดยเฉลี่ย 6-10 ชั่วโมง และ 81% บอกว่าพวกเขาไม่มีเวลาให้กับงานอดิเรก หรือแม้แต่จะพักผ่อน โดยจากการสอบถามเพิ่มเติม พวกเขาบอกว่าหากลดงานเอกสารลงได้ เหล่าคุณครูน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้

อันดับ 2 สังคมไม่เห็นคุณค่า
เหตุผลนี้ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ซึ่งใกล้เคียงจากผลรายงานจาก OECD ที่พบว่าครูถึง 2 ใน 3 รู้สึกว่าไม่มีใครเห็นคุณค่า ถึงแม้ว่าครูในสหราชอาณาจักรเพียง 35% จะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า แต่ก็ถือเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย (เพราะในประเทศอย่างฝรั่งเศสมีครูเพียง 5% เท่านั้นที่คิดว่าตนเองได้รับการยกย่อง) ครูฝึกสอนในโรงเรียนประถมท่านหนึ่งบอกกับเราว่า “ครูในโรงเรียนถูกบั่นทอนกำลังใจ และรู้สึกว่าไม่มีใครชื่นชม”

อันดับ 3 การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยคงที่
ครูประมาณ 25% ให้เหตุผลว่า บทบาท นโยบาย และเงื่อนไขในอาชีพครูที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้พวกเขารู้สึกอยากลาออก เพราะเพียงช่วงเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมา มีการปรับปรุงหลักสูตร ปรับเงินเดือนและวิธีการคิดเงินเดือน ไปจนถึงเปลี่ยนระบบการสอบวัดระดับหลายต่อหลายครั้ง ครูส่วนใหญ่จึงอยากขอให้รัฐบาลช่วยออกนโยบายที่ชัดเจนและยั่งยืนออกมาเสียที และขอให้นโยบายเหล่านี้เกิดจากความเข้าใจผู้ที่ต้องลงมือทำงานจริงอย่างครูตัวเล็กๆ ก็คงจะดีไม่น้อย

อันดับ 4 พฤติกรรมของนักเรียนที่ยากจะควบคุม

ครู 1 ใน 4 บอกว่าพฤติกรรมของนักเรียนนั้นบางครั้งช่างเกินจะทนไหว ส่วนหนึ่งอาจเพราะครู 83% รู้สึกว่าตนเองไม่มีเวลาในการเตรียมจัดการเรียนการสอนที่เพียงพอ ในขณะที่อีก 42% ต้องการการแนะนำจากครูที่มีประสบการณ์ เพราะปัจจุบันนักเรียนจะเสียเวลาเรียนวันละ 1 ชั่วโมง เพราะคุณครูต้องคอยดุว่าพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของพวกเขา

อันดับ 5 การประเมินและตรวจสอบคุณภาพ
ถึงแม้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเลือก แต่ครูจำนวนมากถึง 63% บอกเราว่า การประเมินและตรวจสอบคุณภาพนี่แหละ คือสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบที่สุดในการเป็นครู เพราะนอกจากจะทำให้พวกเขาเสียเวลาเตรียมการสอนเพื่อทำประเมินแล้ว ผลที่ออกมายังวัดอะไรไม่ค่อยได้อีกด้วย ตรงนี้ก็คงต้องฝากให้ภาครัฐช่วยพัฒนาระบบการประกันคุณภาพที่ได้ผลมากกว่านี้และไม่เพิ่มภาระงานให้กับครูมากจนเกินไป ไม่อย่างนั้นอนาคตเราอาจไม่มีครูเก่งๆ มาสอนเพราะทนระบบไม่ไหวก็ได้นะ

https://www.hotcourses.in.th

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *