7 เหตุผลที่เราควรทำบุญ (ทำบุญทำไม? ทำไมต้องทำบุญ ทำบุญเพื่ออะไร?)

คำว่า บุญ แปลว่า เครื่องชำระสันดาน แปลว่า ความดี
แปลว่า ความสุข แปลว่า ความประพฤติชอบทางกายวาจาและใจ
เป็นหลักในการสร้างกรรมดีทางพระพุทธศาสนา
การทำบุญนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ได้หลายทาง
แต่เมื่อสรุปการทำบุญทุกบุญแล้ว ก็จัดอยู่ในหลัก ๓ ประการ คือ
การให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญจิตภาวนา

ทาน คือ การให้ การเสียสละ การแบ่งปัน การช่วยเหลือเกื้อกูล สนับสนุน ส่งเสริม
การให้วัตถุสิ่งของ ให้แรงกาย ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ให้อภัย

ศีล คือ การควบคุมกายวาจาไม่ให้ทำความผิด ไม่เบียดเบียนบุคคลอื่นให้ได้รับความเดือดร้อน
ให้ความปลอดภัย ให้ความไว้วางใจ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีมารยาทที่เรียบร้อยงดงาม

ภาวนา คือ การทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ ด้วยการนั่งสมาธิ การไหว้พระสวดมนต์
การน้อมพิจารณาความจริงของชีวิต เพื่อให้สภาพจิตใจมีความสะอาด สว่าง สงบ
อยู่เหนือความโกรธ ความโลภ ความหลง
และการเชื่อในบาปบุญคุณโทษ การมีสติปัญญาที่บริสุทธิ์
ปราศจากความอคติลำเอียง มองโลกตามความเป็นจริง

ทุกบ่อบุญ ทุกความดีนั้น ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ ๗ ประการ ดังนี้ คือ
๑. เพื่อกตัญญูบูชา
๒. เพื่อขอขมาขอลาโทษ
๓. เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน
๔. เพื่ออุทิศบุญกุศล
๕. เพื่อความเป็นสิริมงคล
๖. เพื่อชำระใจตนให้บริสุทธิ์
๗. เพื่อสมบัติสูงสุด ๓ ประการ

๑. เพื่อกตัญญูบูชา
ในฐานะคนพุทธ ชาวพุทธ จะต้องแสดงความกตัญญูบูชาคุณ ต่อท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย
มีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ และท่านผู้ที่มีบุญมีคุณต่อเรา
ด้วยการทำบุญ ทำความดีตอบแทนบูชาพระคุณท่าน
เหตุที่ต้องทำบุญเพื่อแสดงความกตัญญูบูชาคุณ ต่อท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก็ด้วยเหตุว่า

พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์นั้น เป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง เป็นหลักใจ
เป็นผู้ชี้ทางสว่าง ทางแห่งความดี ช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิต
ได้อย่างถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม และหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้

พ่อแม่ คือ บุคคลที่มีพระคุณสูงสุด พ่อแม่นั้นมีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ ๕ ประการ คือ
๑.ให้กำเนิดมา
๒.ให้การดูแลรักษา
๓.ให้สติปัญญาวิชาความรู้
๔.ให้ที่อยู่ที่อาศัย
๕.ให้ปัจจัยเลี้ยงชีวิต
ซึ่งในโลกนี้ไม่มีใครให้เราได้นอกจากพ่อแม่เท่านั้น
ลูกทุกคนนั้นชื่อว่าเป็นหนี้บุญคุณต่อพ่อแม่ หนี้บุญคุณเป็นหนี้ ที่ศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้น ลูกทุกคนจะต้องมีความกตัญญูรู้คุณ สำนึกคุณ ซาบซึ้งในพระคุณของท่าน
และตอบแทนพระคุณท่านให้ได้ตามกำลังความสามารถของตน

ครูอาจารย์ คือ ผู้ที่ให้ความรู้ ให้สติปัญญา
ทั้งทางโลกทางธรรม ทำให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดี
อ่านออกเขียนได้ และมีวิชาความรู้ต่างๆ สำหรับใช้ประกอบสัมมาอาชีพ
เลี้ยงชีวิตของตนเองให้อยู่รอดปลอดภัยได้

และท่านผู้ที่มีบุญมีคุณต่อเรา ที่ท่านเคยได้ให้
การสงเคราะห์อุปถัมภ์ค้ำชู สนับสนุน ส่งเสริม
ช่วยเหลือเกื้อกูล คอยดูแลช่วยเหลือ ให้กำลังใจในยามที่เราตกทุกข์ได้ยาก
ตลอดถึงท่านผู้ที่ได้ผลิตคิดค้นสิ่งที่มีคุณมีประโยชน์ต่อโลกอย่าง มากมาย
เช่น ระบบการคมนาคม การขนส่ง การไฟฟ้า โรงเรียน
หรือโรงพยาบาล วัดวาอาราม เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีคุณมีค่า ทำให้โลกเจริญขึ้นดีขึ้น
ทำให้คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของเราดีขึ้น
มีความสะดวกสบาย ปลอดภัย นานัปการ

บุพการีชน คือ ผู้ที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นก่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน
ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จึงควรได้รับ การเคารพสักการะบูชา
การบูชาบุคคลผู้ที่มีพระคุณต่อเรา ถือว่าเป็นมงคลของชีวิตสูงสุด
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องทำบุญ ทำความดี ประกาศคุณงามความดีของท่าน
เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีของท่านที่มีต่อเราให้ได้ทุกทางทุกวิธี
ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี บันฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ
เทวดาย่อมชื่นชมอนุโมทนาสาธุการ.

๒. เพื่อขอขมาขอลาโทษ
บาปกรรม ที่เป็นความผิดน้อยใหญ่ ที่เป็นตราบาปในชีวิตเรา
ที่เราได้เคยประพฤติผิดคิดพลาดทำลงไป
ด้วยเจตนาก็ตาม ไม่มีเจตนาก็ตาม รู้เท่าไม่ถึง การณ์ก็ตาม
จะต่อบุคคลก็ดี ต่อสถานที่ก็ดี
ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ดี ในอดีตที่ผ่านมาแล้วนั้น
การที่จะให้หมดบาป หมดกรรม หมดมลทิน
กลายเป็นอโหสิกรรม มีโทษเบาบางลงได้นั้น
ในทางศาสนาท่านให้ทำความดีเพื่อละลายบาป เพื่อทดแทนแก้ไขไถ่ถอน
โดยการน้อมบุญที่ได้ทำแล้วนั้นเป็นเครื่องขอขมาขอลาโทษ
เพื่อเป็นการสำนึกผิด ยอมรับความผิดที่ได้ผิดพลาดประมาทแล้ว
บุญเท่านั้นที่จะลดอานุภาพแห่งบาปกรรมได้ วิบากแห่งบาปกรรมที่ทำลงไปนั้น
ตราบใดที่ยังไม่เป็นอโหสิกรรม กรรมนั้นย่อมให้ทุกข์ให้โทษ ก่อเกิดผลร้าย
เช่น ปิดบัง เหนี่ยวรั้ง กักขัง วุ่นวาย ทำลาย บีบคั้น กลั่นแกล้ง ซ้ำเติม
ตีรวน ก่อกวน ผันผวน ผิดพลาด ติดขัด ขัดข้อง ยุ่งยาก ลำบาก ยากจน
มืดมน ทนทุกข์ ทรมาน เกิดขึ้นกับตัวเราอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.

๓. เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน
โลกนี้อยู่ได้ด้วยการให้ การให้ การเสียสละ การแบ่งปัน
การช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน
เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข ความสงบร่มเย็น ความเจริญรุ่งเรือง
แก่โลกแก่สังคม ทำให้โลกนี้น่าอยู่
การให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน ปรารถนาเพื่อให้คนอื่นมีสุขโดยส่วนเดียว
เป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด.

๔. เพื่ออุทิศบุญกุศล
การอุทิศบุญกุศล เป็นบุญกิริยา เป็นประเพณีที่ชาวพุทธ ถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด
เมื่อมีบุคคลที่ตนเคารพรักล่วงลับไปแล้ว ต่างก็พากันทำบุญเพื่ออุทิศให้ ด้วยบุญพิธีต่างๆ
แม้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะไปถึงหรือไม่ก็ตาม
แต่โดยหลักคำสอน และความเชื่อในทางศาสนาแล้ว
ก็เชื่อกันว่าย่อมสำเร็จประโยชน์ได้ ถึงแม้ว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้รับก็ตาม หรือได้รับก็ตาม
ผู้ทำก็ย่อมจะมีความรู้สึกสบายใจ สุขใจ รับรู้ได้ด้วยใจตน
บุญที่ทำนั้น ก็ใช่ว่าจะอุทิศให้เฉพาะ
แค่ญาติมิตรของตนที่ล่วงลับไปก็หาไม่ ยังแผ่บุญแผ่กุศลนี้ให้แก่เหล่าเทวดาฟ้าดิน
สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดวงวิญญาณทั้งหลาย ทั้งมนุษย์ และอมนุษย์
เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ทุกภพ ทุกภูมิทั่วโลกทั่วจักรวาล อย่างไม่มี
ประมาณ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ให้ได้รับโดยทั่วกัน
ถือว่าเป็นการแผ่ซึ่งเมตตากรุณาธรรมที่ประเสริฐ
ก่อให้เกิดเป็นบุญเป็นกุศลแก่ตนอีกด้วย.

๕. เพื่อความเป็นสิริมงคล
มงคล แปลว่า ความสุข ความเจริญ ทางศาสนากล่าวไว้ว่า
มงคลแท้ มงคลธรรม คือ การทำความดี การทำบุญ
การประพฤติตามหลักศีลหลักธรรม
การทำบุญในแต่ละครั้ง ก็คือ การสร้างสิริมงคลให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง
และครอบครัววงศ์ตระกูล เพื่อนฝูงมิตรสหาย ธุรกิจการงาน
คนมีบุญ คือ คนที่มีความสุข
คือ คนที่มีโอกาสเลือกเอาความสุขมาครอบครองได้มากกว่าคนอื่น
คนมีบุญเป็นคนที่สุขง่าย ทุกข์ยาก ชีวิตคนบุญย่อมประสบแต่ความโชคดีอยู่เสมอ
มีบุญก็มีทุกอย่าง หมดบุญก็หมดทุกอย่าง
อานุภาพแห่งบุญที่ทำด้วยจิตเจตนาที่บริสุทธิ์นั้น
ย่อมมีอานิสงส์ช่วยให้เราทำพูดคิดสิ่งใดก็สำเร็จง่าย
มีความสะดวกสบายไปหมด ไม่มีติดขัด ไม่มีขัดข้อง
มีแต่เรื่องสบายอกสบายใจไม่เดือดร้อน สมหวังในสิ่งปรารถนา
เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีชีวิตที่มั่นคง
ไม่มีตกอับ ตกต่ำ มีความร่ำรวยด้วยแก้ว แหวน เงินทอง
เหลือกินเหลือใช้ ไม่มีอด ไม่มีหมด ไม่มีจน
จนก็จนไม่นาน ปลอดภัย ไร้ศัตรู ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ใหม้
สุขกาย สุขใจ ไม่มีเรื่องหนักอก หนักใจ โชคดีกว่าทุกคน โชคดีไปทุกเรื่อง
มีโชคมีลาภเกิดขึ้นเสมอ เป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร
มีแต่ชนะ ไม่มีแพ้ บริวารดี ครอบครัวดี เพื่อนฝูงมิตรสหายดี ได้ดั่งวาดหวังตั้งใจ.

๖. เพื่อชำระใจตนให้บริสุทธิ์
หลักสำคัญที่สุดในการทำบุญ ก็คือ
การชำระจิตใจของตนให้สะอาด สว่าง สงบ บริสุทธิ์ผ่องใส
ปกติแล้วสภาพจิตใจของคนเรานั้น เต็มไปด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว
มีแต่ความโลภ ความอยากได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
มีแต่ความโกรธ ความหลง ความเห็นแก่ตัวครอบงำ ครอบครองเรือนจิตเรือนใจ
บริหารจิตบริหารใจเราอยู่ตลอดเวลา สภาพจิตที่มีคุณสมบัติเช่นนี้
ย่อมเป็นเหตุให้มีแต่ความทุกข์ ความเศร้าหมอง เกิดทุกข์ได้ง่าย เกิดสุขได้ยาก
เพราะฉะนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้วางหลักในการชำระจิตใจของเรา
ให้บริสุทธิ์ไว้ด้วยการทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
เพื่อเป็นเครื่องขัดเกลา ขูดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ปราศจากบาปอกุศลต่างๆ.

๗. เพื่อสมบัติสูงสุด ๓ ประการ
สมบัติ ๓ ประการ คือ มนุษย์สมบัติ ๑ สวรรค์สมบัติ ๑ นิพพานสมบัติ ๑

มนุษย์สมบัติ เป็นสมบัติชั้นเลิศ การที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ท่านว่าเป็นเรื่องยาก
ต้องเป็นผู้มีบุญมากถึงจะมีสิทธิ์มาเกิดได้ และไปเกิดเป็นมนุษย์ได้อีก
ยิ่งได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความพรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ
ในทางโลก มีสติปัญญาดี มีสุขภาพดี ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
การเกิดเป็นมนุษย์มีโอกาสทำความดีได้มากกว่าสัตว์ทุกประเภท ทุกจำพวก ทุกภพทุกภูมิ
และอีกนัยหนึ่ง หากได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ไม่สร้างคุณงามความดีใส่ตัว
ความเป็นมนุษย์นั้นก็ไม่สมบูรณ์ เป็นมนุษย์ที่ขาดคุณภาพ
ตกไปเป็นสมบัติของใครก็นำแต่โทษทุกข์ไปสู่บุคคลนั้น สังคมนั้น อย่างที่เห็นๆกันอยู่
ทำให้ไม่ได้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ ที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีมนุษย์สมบัติที่ดีติดตัว

สวรรค์สมบัติ เป็นสมบัติที่ควรจะได้ ในยามที่ละโลกนี้ไปแล้ว เป็นที่พักชั่วคราวของผู้มีบุญ
เป็นที่มีความสุขมากกว่าทุกภพภูมิ ก่อนที่หมดบุญกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง
ในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่ และยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏนี้ ไม่ควรประมาท
ควรรีบเร่งแสวงหาบุญกุศล คุณงามความดี เพื่อจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี
ทุกภพชาติควรให้ได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ พบแต่สิ่งที่ดีๆ อยู่แต่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ
สภาพความเป็นอยู่ที่ดี เหมือนเลือกเกิดได้ จะได้ไม่พลาดตกไปอยู่ในภพภูมิที่ไม่ดี
สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น ไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน
คนทุกข์ คนยาก คนลำบาก คนพิการ

นิพพานสมบัติ คือ สมบัติสูงสุดในพระพุทธศาสนา ใครได้สมบัตินี้แล้ว
ก็สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ให้ลำบากอีกต่อไป
และไม่ต้องไปเกิดเป็นอย่างอื่นอีก เพราะหมดเชื้อ สิ้นเชื่อในการเกิด
เพราะตัวเชื้อที่นำไปเกิด คือ กิเลสตัณหาได้หมดเชื้อสิ้นเชื้อ โดยสิ้นเชิงแล้ว
บุญที่ทำไปทุกบ่อบุญ ย่อมจะรวมตัวเป็นบารมีธรรม หนุนนำช่วยส่งเสริมเติมเต็ม
เป็นเหตุเป็นปัจจัย เป็นช่องทาง นำพาเราให้ได้พบ ให้ได้มาซึ่งสมบัติทั้ง ๓ อย่างแน่นอน
ไม่ใช่เรื่องงมงาย ที่ไร้เหตุไร้ผล เป็นเรื่องที่พิสูจน์กันได้

เพราะฉะนั้น ในการทำบุญแต่ละครั้งนั้น
ควรให้ได้ครบตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแล้วนั้น
เพื่อจะได้สำเร็จประโยชน์สูงสุดในการทำบุญ
แต่ควรสำเหนียกและระวังไว้ว่า การทำบุญในแต่ละครั้งนั้น
บุคคลที่จะให้ก็ดี วัตถุทานที่จะให้ก็ดี ก่อนให้ก็ดี ขณะให้ก็ดี
และครั้นเมื่อให้สำเร็จแล้วก็ดี จิตเจตนาศรัทธาต้องให้ดีพร้อม ต้องบริสุทธิ์
ไม่เป็นเหตุทำให้ตน และคนอื่นเกิดความเดือดร้อน
บุญนั้นย่อมจะเกิดดอกออกผลเป็นความสุข ความเจริญให้แก่เรา
ให้สำเร็จประโยชน์ ทั้งทางโลก ทางธรรม ทั้งโลกนี้ และโลกหน้าอย่างแน่นอน.

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
” บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า ผู้ทำบุญแล้วย่อมยินดีในโลกนี้
ตายแล้วย่อมยินดี ชื่อว่า ยินดีในโลกทั้งสอง
เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไว้แล้ว ไปสู่สุคติย่อมยินดียิ่งขึ้น
ถ้าบุคคลจะพึ่งทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อยๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น
การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้ ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อยจักไม่มีมาถึง
แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาฉันใด
ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญ
ฉันนั้น สหายเป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อยๆ
บุญทั้งหลายที่ตนทำเองนั้น จะเป็นมิตรในสัมปรายภพ”

วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร
3.31.2015

Related posts:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *