ด่วน!!!ปรับครม.บิ๊กตู่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้รมต.พ้น 16 ตำแหน่ง – แต่งตั้งใหม่ 18 ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตําแหน่ง และสมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตําแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ ๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 1.พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี 2.พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี 3.นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี 4.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรฐมนตรี Read More …

แพทย์ชี้!!!เด็กช่วงวัยแรกเกิดถึง 6 ขวบ สมองมีการเรียนรู้มากที่สุด!

นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์กล่าวเมื่อวันที่ 2 มีนาคมว่า จากรายงานสถิติจำนวนประชากรเมื่อปี 2550 โดยสำนักบริหารการทะเบียนสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีเด็กปฐมวัย อายุ0-6 ปี จำนวน 4.7 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 7.5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเป็นวัยที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่จากพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างใกล้ ชิดโดยเฉพาะการสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กในช่วงนี้ให้มี คุณภาพทั้งในด้านโภชนาการ การเลี้ยงดู การส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการเพราะเป็นวัยที่มีการเรียนรู้มากที่สุดใน วงจรชีวิตมนุษย์สมองเด็กวัยนี้จะเจริญเติบโตและมีน้ำหนักถึงร้อยละ 80 ของผู้ใหญ่โดยมีการสร้างเครือข่ายของสมองและพัฒนาจุดเชื่อมต่อระบบเซลล์ ประสาทมากกว่าช่วงอื่นๆของชีวิต “การเลี้ยงดูที่มีคุณภาพจะ ส่งผลให้เด็กเจริญเติบโต สมบูรณ์แข็งแรงมีพัฒนาการสมดุลทั้งทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจและอารมณ์ซึ่งการให้ความสำคัญและมุ่งพัฒนาเด็กแม้เพียง 1 ปีในกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน เด็กจะมีความสามารถและพัฒนาการที่สูงขึ้น”นพ.ประเสริฐกล่าว นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า การพัฒนาการเด็กปฐมวัยนี้รอไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคือ “สายแล้วสายเลย” รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างต้นเร่งบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม Read More …

—เขียนถึงผู้หญิงอายุระห่าง 35-53 ปี—อ่านด่วนเลย!

หลายปีก่อน เราเคยจัดกิจกรรมประมูลเพื่อการกุศล ตอนนั้น จัดบ่อย จัดถี่มาก วิ่งทำโน่นนี่นั่น ประกอบกับต้องทำงานประจำด้วย รับส่งลูกด้วย มีอะไรจุกจิก ๆ ให้ทำมากมาย  เล่นเอาหัวปั่นเลย คุณป้าท่านหนึ่งในพันทิปบอกกับเราว่า “อายุขนาดประมาณหนูนี่แหละ อยู่ในวัยแข็งแรงกำลังทำงานหลาย ๆอย่าง ได้เต็มที่เลย” คำพูดประโยคนี้ของท่านทำให้เราฉุกคิด และมองไปรอบ ๆ ถึงผู้หญิงรอบตัวในวัยอายุขนาดประมาณนี้  เลยทำให้อยากเขียนกระทู้นี้ เพื่อแชร์ความท้าทายที่เราคิดว่าผู้หญิงในวัยอายุประมาณ 35-53 ปีต้องเจอ และเมื่อเราได้เห็น ได้คุยกับรุ่นพี่ ๆ ที่เกษียณอายุกันไปแล้ว ทำให้เราได้เห็นตัวอย่างที่ดี  มีหลักชัยมากขึ้นว่า (ถ้าทำได้) ควรจะต้องทำตัวอย่างไรถึงจะ “แก่ไปอย่างสง่าและมีความสุขสงบ”แบบพี่ ๆ หลายคนที่เราเห็นตัวอย่างมา ปีนี้เราอายุ 43 นะคะ  ยังมีอีก 10 ปี แห่งความปั่นป่วนสนุกสนานที่เราจะต้องเผชิญ ดังนั้น Read More …

8 อาการของโรคสมาธิสั้น และวิธีการรักษา!ครูและผู้ปกครองอ่านเลย!

โรคสมาธิสั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร  โรคสมาธิสั้น พบในเด็กไทยเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปีคิดเป็นร้อยละ5 ขอเด็กวัยเรียน เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า โดยปกติโรคสมาธิสั้นจะมี 3 อาการที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ คือ 1. ซนมาก 2.ขาดสมาธิ 3.หุนหันพลันแล่น แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้ง3อาการตาที่กล่าวมาอารมีมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจมีครบทุกอย่างเลยก็ได้ โดยอาการเหล่านี้จะต้องเกิดก่อนอายุ 12 ปี อาการของโรคสมาธิสั้น 1.อาการซนมากอยู่ไม่นิ่ง จำแนกเป็นข้อย่อดังนี้ 1. ยุกยิก อยู่ไม่สุข 2. นั่งไม่ติดที่ ลุกเดินบ่อยๆ ขณะอยู่ที่บ้านหรือในห้องเรียน 3. ชอบวิ่ง หรือปีนป่ายสิ่งต่างๆ 4. พูดมาก พูดไม่หยุด 5. เล่นเสียงดัง 6. ตื่นตัวตลอดเวลา หรือดูตื่นเต้นง่าย 7. ชอบโพล่งคำตอบเวลาครูหรือพ่อแม่ถามโดยที่ยังฟังคำถามไม่จบ 8. รอคอยไม่เป็น 9. ชอบขัดจังหวะหรือสอดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังพูดอยู่   2.อาการขาดสมาธิ จำแนกเป็นข้อย่อดังนี้ 1. ไม่สามารถทำงานที่ครูหรือพ่อแม่สั่งจนสำเร็จ 2. ไม่มีสมาธิในขณะทำงานหรือเล่น 3. ดูเหมือนไม่ค่อยฟังเวลาพูดด้วย 4. ไม่สามารถตั้งใจฟัง และเก็บรายละเอียดได้  ทำให้ทำงานผิดพลาดบ่อยๆ 5. ไม่ค่อยเป็นระเบียบ 6. มีปัญหาหรือพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้ความคิดหรือสมาธิ Read More …

8 อาชีพสุดแปลกแต่น่าสนุกจากทั่วโลก แบบนี้ก็มีด้วย!

1 นักนอนหลับมืออาชีพ รายได้: เริ่มต้นที่เดือนละ 50,000 บาท คุณสมบัติ: สามารถนอนหลับในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ห้องนอนตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติแล้ว การนอนหลับในที่ทำงานอาจจะเป็นกิจกรรมที่ไม่น่าพึงประสงค์เท่าไร แต่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในฟินแลนด์ มีการเปิดรับพนักงานในตำแหน่ง Professional Sleeper หรือนักนอนหลับมืออาชีพ เพื่อทำการทดสอบเตียงในโรงแรม หน้าที่ของงานนี้ก็คือการเปลี่ยนห้องพักไปทุกคืน และตื่นเช้ามาเขียนคอมเมนท์ระดับความพึงพอใจที่มีต่อเตียงในห้องนั้นๆ ทำครบปุ๊บรับเงินเดือนไปเลย 1,000 ปอนด์ หรือประมาณ 50,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการว่าจ้างนักนอนหลับมืออาชีพเพื่อทำการวิจัยในห้องแลบ หรือแม้แต่เพื่อเป็นแบบสำหรับงานศิลปะก็มี! นี่คือข้อพิสูจน์ว่าการนอนหลับก็สร้างรายได้อยู่เหมือนกันนะ 2 นักจ้องสีทาบ้าน รายได้: ไม่ระบุ คุณสมบัติ: เป็นคนช่างสังเกต และสามารถใช้ชีวิตอยู่กับสีได้หลายชั่วโมง งานที่ว่าจ้างโดยบริษัทผลิตสีทาบ้านระดับโลกอย่าง Dulux ซึ่งหน้าที่หลักของงานคือการนั่งจ้องสีทาบ้าน เริ่มตั้งแต่จังหวะที่ปลายแปรงจรดบนกำแพงจนถึงตอนที่มันแห้งสนิท เพื่อดูว่าสีใช้เวลาแห้งกี่ชั่วโมง แห้งแล้วกร่อนไหม Read More …