ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสอบฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย

ว10/2562 ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

สพฐ. ถอดรหัส นโยบาย “รมว.ศธ.” 21 เรื่อง ขับเคลื่อนงาน

10 ก.ย.62 – นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตนได้แจ้งให้ทุกสำนักงานในสังกัด สพฐ.รับทราบถึงข้อสั่งการของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีทั้งหมด 21 ประเด็น เช่น โครงการอาหารกลางวัน โครงการพัฒนาคูปองครูแบบครบวงจร หลักสูตรการเรียนการสอน การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาทางเลือก การจัดทำข้อมูลบิ๊กดาต้า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และนโยบายการรับนักเรียน เป็นต้น ซึ่งตนขอให้ทุกหน่วยงานได้รับทราบและดำเนินการจัดทำข้อมูลวิเคราะห์ถอดรหัสทั้ง 21 เรื่อง เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กพฐ.พิจารณาในวันที่ 13 Read More …

สพฐ.กำจัดจุดอ่อนปรับการวัดและประเมินผลในห้องเรียน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำจัดจุดอ่อนการศึกษาไทย ปรับการวัดและประเมินผลใหม่ เน้น ประเมินทักษะและสมรรถนะให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 วันนี้ (10 ก.ย.) ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกับปัจจุบันโดยให้สถานศึกษามุ่งเน้นการประเมินทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านข้อมูลสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และทักษะด้านชีวิตและวิชาชีพ โดยกำหนดให้สถานศึกษานำทักษะทั้ง 3 ด้านมาใช้วัดและประเมินผลในห้องเรียนตามสภาพจริงแทนการวัดและประเมินผลด้วยแบบทดสอบ คือ 1.การกำหนดโจทย์ให้ปฎิบัติหรือแก้ไขปัญหาที่อยู่ในโลกแห่งความจริงและชีวิตประจำวันของผู้เรียน 2.ใช้วิธีกระตุ้นให้ผู้เรียนปฎิบัติหรือแสดงออกเกี่ยวกับความรู้ 3.ใช้เครื่องมือวัดที่หลากหลายแต่ต้องสอดคล้องกับผลที่เกิดจากการเรียนรู้ 4.สร้างเกณฑ์สำหรับใช้วัดและประเมินผล 5.เน้นให้นักเรียนสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเอง และ6.ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาข้อสอบวัดความสามารถด้านการคิดขั้นสูงแบบคิดวิเคราะห์ เพื่อใช้ประเมินผลในชั้นเรียน “สำหรับการปรับปรุงการวัดและประเมินผลของสพฐ.นี้ เพื่อต้องการกำจัดจุดอ่อนของการศึกษาไทย เพราะที่ผ่านมาการวัดและประเมินผลมุ่งแต่มองผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้วัดและประเมินผลครอบคลุมในทุกมิติ Read More …

“ณัฏฐพล”เตรียมถกปรับผลิตครู ต้องมีการแยกให้เหมาะสมในแต่ละระดับ

“ณัฏฐพล”เตรียมถก”สุวิทย์”ปรับผลิตครู เสมา 1 เตรียม ถก รมว อว.ผลิตครูคุณภาพป้อนความต้องการภูมิภาค ให้มหาวิทยาลัยเติมความเข้มข้นแยกระดับชั้น ไม่ใช่ให้ ศธ.เสียงบประมาณซ้ำซ้อนพัฒนาครู วันนี้ (9 ก.ย.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบนโยบาย ของ ศธ.ที่จะเดินไปข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องการผลิตพัฒนาครู ซึ่งในส่วนของครูประจำการที่อยู่ในระบบนั้นเป็นหน้าที่ของ ศธ. ที่จะต้องดูแล ส่วนครูที่กำลังจะเข้ามาในระบบนั้น ตนไม่อยากให้มีการเสียงบประมาณซ้ำซ้อนเมื่อบรรจุเป็นครูประจำการแล้วต้องพัฒนาเพิ่มเติมอีก ดังนั้น เร็วๆนี้ จะพูดคุยทำความเข้าใจกับฝ่ายผลิตครู ให้ชันเจนว่า ศธ. ต้องการครูที่มีคุณสมบัติ และมาตรฐานอย่างไรบ้าง เช่น ต้องการครูที่มีทักษะด้านภาษาอังกฤษ ก็ต้องดูว่ามาตรฐานในการสอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยเพียงพอหรือไม่ ที่จะใช้ในการสอนสำหรับเด็ก เป็นต้น “การผลิตครูเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากมหาวิทยาลัยยังมีความเข้มข้นในการเรียนการสอนไม่เพียงพอ Read More …

“เสมา1” ย้ำครูต้องสร้างเด็กสู่การพัฒนาประเทศ

วันนี้ (9 ก.ย.) ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จัดงานวันสถาปนาสกสค.ครบรอบ 16 ปี ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการมอบรางวัลพระพฤหัสบดีให้แก่ครูจำนวน 18 คน และรางวัลปิยนน์คนการศึกษา จำนวน 710 คน โดยนายณัฏฐพล กล่าวว่า สกสค.ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่มีภาระกิจหลักช่วยส่งเสริมสนับสนุนสวัสดิการและสวัสดิภาพครูทำให้ครูมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งก็เหมือนภาระกิจของตนที่ต้องการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการครูทุกคน โดยตนอยากให้ครูทุกคนที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ได้นำผลงานของตัวเองที่ทำจนได้รับรางวัลมาต่อยอดและแชร์ไปให้ครูคนอื่นๆได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จด้วย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับการแข่งขันระดับประเทศ ดังนั้นตนฝากครูทุกคนจะต้องสร้างเด็กไทยให้ไปสู่การแข่งขันให้ได้ เพราะตอนนี้ประเทศไทยไม่มีทางเลือกให้กับการศึกษาที่อ่อนแอ โดยครูจะต้องปรับวิธีการเรียนการสอนให้เกิดการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อย่าไปคิดว่าการศึกษาในตอนนี้ทุกคนปฎิรูปสำเร็จแล้ว เพราะหากคิดเช่นนั้นทุกคนคิดผิด ซึ่งหากเราไม่สร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นในการศึกษาด้วยเทคโนโลยีแล้ว ในอนาคตเด็กไทยไม่สามารถแบกรับการเจริญเติบโตของประเทศได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาเสริมความแข็งแกร่งเด็กไทยให้ไปสู่ศตวรรษที่ 21 ให้ได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กไปสู่จุดนั้นได้ก็มาจากครู Read More …