ติดมือถือมากไป อาจเป็นมัจจุราชเงียบในการทำลายความสัมพันธ์

การเสพติดมือถือมากเกินไป ก็อาจะทำลายความสัมพันธ์ได้ง่าย ๆ โดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัว เราทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่า มือถือ คือเครื่องมือสื่อสารที่ดีที่สุดที่จะสามารถทำให้คนไกลรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ เพราะสมัยนี้ มือถือไม่ได้มีไว้สำหรับคอยรับส่งเสียงเท่านั้น ยังใช้ส่งภาพ ส่งวิดีโอ และพูดคุยง่าย ๆ ผ่านโปรแกรมแชทต่าง ๆ หรือหากเราอยากรู้เรื่องว่าใครทำอะไรที่ไหนมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เราก็สามารถทราบได้เพียงเล่นสื่อโซเชียลจำพวกเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์หรืออินสตาแกม แค่นั้นโลกกว้างก็ดูเล็กลงไปถนัดตา แต่คุณเคยลองหันมามองคนข้าง ๆ คุณหรือไม่คะว่า พวกเขาต้องการอะไรจากเราบ้างหรือเปล่า บางคนตั้งหน้าตั้งตารอมาทั้งวัน เพื่อจะได้ใช้เวลาอยู่กับเรา หรือพูดคุยกับเรา แต่เรากลับไม่สนใจ และหันไปสนใจสิ่งที่อยู่ในมือมากกว่า จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า การอยู่ใกล้กันนั้นไม่ได้มีค่าอะไรเลย เพราะรู้สึกเหมือนอยู่ไกลจนสุดสายตาจนไม่อาจเอื้อมมือถึง บ่อยครั้งที่การเสพติดมือถือมากเกินไป จะนำหายนะมาสู่ตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นโรคภัย อุบัติเหตุ หรือเป็นที่มาของการทำลายความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว คุณเคยรู้สึกไหมว่า คุณพูดคุยกับคนที่บ้านน้อยลง ลูกเอาแต่เล่นมือถือตลอดเวลาจนไม่สนใจสิ่งรอบข้างถ้าคำตอบของคุณคือใช่ งั้นรบกวนสละเวลาอันมีค่าของคุณอ่านบทความนี้ดูค่ะ จริงอยู่ Read More …

5 วิธีสอนลูกไม่ให้เป็นเด็กเอาแต่ใจ

เด็กทุกคนอยากเป็นที่รักที่สุดของพ่อแม่ และมักจะมีการเรียกร้องความสนใจในแบบของตัวเอง แต่ถ้าการเรียกร้องความสนใจนั้น ทำไปในทางที่ไม่เหมาะสมหรือมากเกินไปก็อาจทำให้ลูกเป็นเด็กที่เอาแต่ใจได้ค่ะ แล้วจะทำอย่างไรดีเมื่อลูกเริ่มมีอาการเอาแต่ใจ 5 วิธีสอนลูกไม่ให้เป็นเด็กเอาแต่ใจ 1. สังเกตพฤติกรรมลูกว่าทำไมถึงมีอาการเอาแต่ใจ เพราะคุณพ่อคุณแม่นั้นถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใส่ใจเค้านะคะ  เช่น คุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจน้องคนเล็กมากกว่า อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าจะสูญเสียคุณไป ลูกจึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คุณสนใจนั้นเอง 2. เมื่อทราบเหตุผลของอาการเอาแต่ใจของลูก ควรรีบแก้ปัญหานั้นทันที เช่น เมื่อนั่งเล่นด้วยกัน แต่มีคนโทรมาหาคุณ คุณต้องออกไปคุยโทรศัพท์นานๆ อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าถูกดึงความสนใจไปจากเค้า ถ้าคุณทราบว่าที่ลูกเอาแต่ใจเพราะเหตุผลนี้ครั้งต่อไปก็ควรเลี่ยงทำตอนที่ลูกสนใจกับสิ่งอื่นอยู่จะดีกว่าค่ะ 3. ดูพัฒนาการตามช่วงวัยของลูก อย่าลืมดูอายุของลูกด้วยว่าลูกยังเด็กยังจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดีนัก อาจจะมีร้องไห้งอแง นั่นเป็นเพราะลูกยังเป็นเด็ก เป็นแค่เด็กวัยหัดเดิน หรือเป็นแค่เด็กอนุบาลแค่นั้น เรื่องเรียกร้องความสนใจหรือเอาแต่ใจจึงเป็นเพียงเรื่องปกติค่ะ 4. คุยกับลูกให้เข้าใจ ว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง ควรบอกเหตุผลกับลูกดีๆ และชักจูงให้ลูกใช้คำพูดที่ต้องการสื่อสารกับพ่อแม่ให้มากที่สุด 5. ถ้าลูกมีพฤติกรรมเอาแต่ใจควรใจเย็นให้มากที่สุด Read More …

สอนเรื่องสีให้วัยอนุบาลช่วยกระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน

เรื่องสีสันกับเด็ก ๆ เป็นของคู่กัน โดยเฉพาะได้ทำงานศิลปะ สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่ได้ระบายสี เล่นสี งานนี้ไม่มีปฏิเสธ สีนอกจากจะสร้างความสวยงามแล้ว สียังช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กวัยอนุบาลได้อีกด้วย กระตุ้นพัฒนาการอย่างไร และจะมีวิธีสอนเรื่องสีอย่างไรให้เจ้าหนูไม่เบื่อ ติดตามอ่านกันค่ะ สอนเรื่องสีให้วัยอนุบาลช่วยกระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน สอนเรื่องสีให้วัยอนุบาลสำคัญอย่างไร ผศ.บุบผา เรืองรอง อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช  กล่าวถึงความสำคัญของการสอนเรื่องสีให้วัยอนุบาลไว้ว่า  รอบ ๆ ตัวเรา มีสีเป็นองค์ประกอบของทุกสิ่งบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ สีมีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  ท้องฟ้า  ใบไม้  ดอกไม้  สีผิวของคน  สีตา  สีผม  เป็นต้น  และมนุษย์ยังสร้างสรรค์สีขึ้นมาอีกมากมาย  แสดงให้เห็นว่าสีมีความสำคัญต่อมนุษย์เรา สีนอกจากจะมีความสวยงามทำให้สิ่งต่าง ๆ ชวนมองแล้ว   สียังแสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป  Read More …

งานวิจัยชี้”พ่ออายุมาก”จะได้ลูกชายเป็นพวกหมกมุ่นสิ่งเดียว

พ่อที่มีลูกเมื่ออายุมาก มีโอกาสสูงที่จะได้ลูกชายซึ่งมีลักษณะนิสัยหมกมุ่นสนใจในเรื่องเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักวิจัยจากราชวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน (King’s College London – KCL) เผยแพร่ผลการวิจัยที่พบว่า พ่อที่มีลูกเมื่ออายุมาก มีโอกาสสูงที่จะได้ลูกชายซึ่งมีลักษณะนิสัยหมกมุ่นสนใจในเรื่องเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กี๊ก” (Geek) นั่นเองนักวิจัยได้ติดตามศึกษาฝาแฝด 15,000 คู่ในระยะยาว โดยเมื่อฝาแฝดกลุ่มนี้มีอายุได้ 12 ปี ได้มีการจัดทำ “ดัชนีความเป็นกี๊ก” (Geek Index) โดยมีการให้คะแนนว่าฝาแฝดเหล่านี้เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีลักษณะหมกมุ่นสนใจในสิ่งเดียวมากน้อยแค่ไหน โดยพิจารณาจากระดับสติปัญญาหรือไอคิวด้านที่ไม่ใช่ความสามารถทางภาษา รวมทั้งพิจารณาถึงความสามารถในการเพ่งความสนใจต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง และการเข้าสังคมด้วย นักวิจัยพบว่า ฝาแฝดที่ได้คะแนนความเป็นกี๊กสูง มักเป็นลูกชายที่เกิดมาเมื่อพ่อมีอายุมากแล้ว และพวกเขามักทำคะแนนได้ดีในวิชาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างอายุของแม่กับความเป็นกี๊กของลูกชาย และไม่พบกรณีดังกล่าวในลูกสาวดร. มักดาเลนา Read More …

เลี้ยงลูกด้วยการเล่น ต่อให้เรียนไม่เก่ง ชีวิตก็ยังจะได้ดี

“เลี้ยงลูกด้วยตนเองมากที่สุดใน3ปีแรก เล่นให้มากที่สุดใน7ปีแรก ต่อให้เรียนไม่เก่ง ชีวิตก็ยังจะได้ดี” การเล่นจริงๆ มีอะไรบ้าง มีประโยชน์อะไร 1. ดินน้ำมัน ราคาไม่แพง เล่นกับลูกได้เรื่อยๆ  (เมื่อครั้งผู้เขียนยังเด็กเล่นแต่ดินน้ำมัน หักไม้ขีดไฟที่ใช้แล้วมาเป็นเครื่องมือประกอบการเล่น ปั้นยอดมนุษย์อุลตราแมนสู้กับก๊อดซิลล่าซ้ำๆจนเกือบมัธยมถึงยอมเลิกเล่น) 2. ระบายสี ใช้เศษกระดาษ ปฏิทินใช้แล้วด้านหลัง สีน้ำราคาถูก พู่กันอย่างไม่ดี ถังน้ำ1ใบ กระป๋องน้ำ เล่นกับลูกๆได้นาน รร ชอบให้ใช้สีเทียน ก็ดีมาก ให้คุณภาพของสีอีกแบบ ขยี้แรงๆ สะใจดี เล่นเสร็จแล้วขยำ หรือฉีกกระดาษ หรือพับกระดาษ เล่นต่อได้อีก สนุกไม่หยุด 3. บล๊อกไม้ อันนี้แพง สมัยก่อนแพง เดี๋ยวนี้ก็คงจะแพง แต่กัดฟันซื้อเถอะครับ ประหยัดอย่างอื่นมาซื้อ เอามาต่อนู่นนี่นั่นกับลูก Read More …