เชื่อหรือไม่? “มนุษย์โต๊ะรกเอกสารกองท่วมหัว”คือพวกมีประสิทธิภาพการทำงานสูง !

ปกติแล้ว เรามักจะเห็นพฤติกรรมของคนทำงานที่แตกต่าง โดยเฉพาะ “การจัดโต๊ะ” หลายคนชอบจัดโต๊ะแนวต่าง ๆ เช่น สวยงาม หรือเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะเชื่อว่า จะทำให้โต๊ะสะอาด และสร้างสรรค์ไอเดียได้อย่างลื่นไหล ขณะเดียวกัน คนที่ไม่ชอบจัดโต๊ะ หรือปล่อยให้โต๊ะรก สุมไปด้วยหนังสือและงานต่าง ๆ เป็นกองพะเนิน มักจะถูกตำหนิว่า เป็นพวกไม่รักความเป็นระเบียบ ยุ่งเหยิง และน่าจะเป็นพวกสับสนในการทำงานไม่มากก็น้อย ทว่า ความเชื่อทำนองนี้ ได้มีผู้ออกมาแสดงทัศนะปฎิเสธว่า ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่! โดยศาสตราจารย์เอริก อับราฮัมสัน ผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง “A Perfect Mess” ได้เขียนไว้ในหนังสือดังกล่าวว่า คนที่มีโต๊ะทำงานรกนั้น แท้จริงไม่ใช่พวกขี้เกียจ แต่เป็นพวกคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น อัจฉิรยะบุคคลหลายคนของโลกนี้ ! โดยในหนังสือนี้ระบุว่า โดยปกติแล้ว ผู้จัดการจำนวนมากคอยจะดูถูกลูกจ้างที่มีโต๊ะรกรุงรัง แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาอาจทำงานได้ดีกว่าคนอื่น Read More …

7 ตัวอย่างโรงเรียนดัง! ฮิต ‘โรงเรียนทางเลือก’ วิกฤตการศึกษากระแสหลัก?

โดยส่วนใหญ่แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองต่างเชื่อมั่นตรงกันว่า การศึกษาคือใบเบิกทางเพื่อเป็นโอกาสในการรับมือกับอนาคตของบุตรหลาน ใบเบิกทางดังกล่าวมามีเหตุปัจจัยต่างกันไป ทั้งในรูปแบบของโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้าน โรงเรียนสาธิต โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนสองภาษา โรงเรียนมีชื่อประจำจังหวัด ฯลฯ แหล่งการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนแต่วัดความสำเร็จด้วยมุมมองทางวิชาการ มีตัวชี้วัดจากการเรียนรู้ ในรูปของผลคะแนน ซึ่งเป็นภาระที่นักเรียนแต่ละคนจะได้มาก็ต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนอย่างหนัก ต้องผ่านการสอบแข่งขันกันเองในแต่ละระดับชั้น รวมไปถึงเพื่อให้ได้ที่เรียนที่ดีสำหรับในระดับชั้นที่สูงขึ้น ทั้งเด็กและผู้ปกครองยิ่งต้องเคี่ยวเข็ญตัวเอง และมีจำนวนไม่น้อยที่ออกจากห้องเรียนก็ยังต้องหาที่กวดวิชา ขณะที่ภาพรวมความไว้วางใจในโรงเรียนกระแสหลัก นับวันยิ่งปรากฏในทางตรงข้าม เพราะผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทยที่ยังมีตัวเลขผลคะแนนที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ที่มีอาการโคม่าแทบทุกปี สอดคล้องกับที่ พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ระบุว่า ปัจจุบันสังคมไทยเน้นค่านิยมเรื่องการแข่งขัน คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี ได้เข้าเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เด็กไทยใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีการแข่งขันสูง ที่เห็นกันมากคือ เด็กๆ ต้องไปเรียนกวดวิชาตั้งแต่ 45 Read More …

ร้องกองปราบถูกโกงเงินฌาปนกิจครู 140 ล้านบาท!!!

ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จ.มหาสารคาม ร้องกองปราบ หลังไม่ได้รับเงินค่าฌาปนกิจครู รวมกว่า 140 ล้านบาท  เมื่อวันที่ 22 พ.ย. นายถนอม จันหาญ ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัด เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม หลังสมาชิกสหกรณ์ไม่ได้รับเงินค่าฌาปนกิจครู จากบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง และมาตรวจสอบภายหลังพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการออกใบเสร็จรับเงินที่ไม่ตรงกัน แต่กลับมีบริษัทแห่งที่ 2  เข้ามาเกี่ยวข้องในการรับเงินของสมาชิกในสหกรณ์ด้วยทุกครั้ง และเมื่อสอบถามไปยังผู้จัดการบริษัทประกันชีวิตกลับได้รับคำตอบว่าทั้งสองบริษัทคือบริษัทเดียวกัน แต่เมื่อนำหัวใบกำกับภาษีไปตรวจสอบก็พบว่าบริษัทแห่งที่ 2 จดทะเบียนประกอบธุรกิจค้าข้าวเปลือก จึงคาดว่าผู้จัดการของบริษัทประกันชีวิตมีส่วนรู้เห็นกับการนำเงินของสมาชิกภายในสหกรณ์ไปใช้จ่าย เนื่องจากสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ในขณะนี้มีกว่าหมื่นคน ไม่ได้รับเงินค่าประกันชีวิตหลังจากเสียชีวิต หรือเงินค่าฌาปนกิจครู รวมมูลค่าความเสียหายของสมาชิกแล้วรวมกว่า 140 ล้านบาท จึงอยากให้ทางกองปราบปราม เข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาได้มีการแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า และสมาชิกภายในสหกรณ์ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ที่มา  http://www.newtv.co.th/news/8155

เศรษฐีใจบุญ! สร้างบ้านให้ให้ครอบครัวแม่ชรา ลูกพิการ พร้อมเงินเดือนจนกว่าจะตายจากกันไปข้าง

นายปรีชา ชัยรัตน์ และ นางสรรค์นรา ชัยรัตน์ สองสามีภรรยาใจบุญ ผู้แจกอั่งเปาประชาชนในช่วงตรุษจีนทุกปีปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ได้เดินทางไปมอบบ้านราคา 400,000 บาท ที่สร้างให้ครอบครัว “พิมพากุล” ครอบครัวที่แม่ป็นคนชรา แต่ต้องดูแลลูกที่พิการ 3 คน รวมทั้งญาติที่พิการอีก 2 คน นางจันทรี พิมพากุล อายุ 74 ปี เล่าว่าตนมีลูก 4 คน ยังมีชีวิตอยู่ 3 คน ตอนเด็กเดินได้ปกติ แต่เมื่อโตขี้นเป็นโรคโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คนโตและคนที่สองต้องนั่งรถเข็น ส่วนคนคนที่สามต้องมีคนช่วยพยุงเดิน ซึ่งนอกจากดูลูกพิการ 3 คนแล้ว ยังต้องดูแลพี่-น้องที่พิการอีก 2 คนด้วย โดยรายได้ของครอบครัวนี้มาจากเบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการซึ่งจะนำไปจ่ายประกันชีวิต Read More …

3 ขั้นตอนง่ายๆอธิบายการนำรายชื่อนักเรียนยากจนจากระบบ DMC เข้าสู่ระบบ CCT

เข้าระบบคลิกเลย https://cct.thaieduforall.org 1. เลือกประเภทความด้อยโอกาสในระบบ DMC โดยเลือกนักเรียน “ยากจน” 2. จากนั้นระบบ DMC จะส่งรายชื่อนักเรียนยากจนมายังระบบ CCT 3. นักเรียนยากจนที่ถูกส่งมาในระบบ CCT จะถูกแยกประเภทดังนี้ 3.1 ผ่านเกณฑ์ยากจน 1/2560 หมายถึง แสดงรายชื่อนักเรียนยากจนที่ผ่านเกณฑ์ในภาคเรียนที่ 1/2560 ไม่ต้องดำเนินการคัดกรองใหม่ โดยข้อมูลมีอายุ 3 ปี 3.2 ยืนยันข้อมูลช่วงตรวจสอบและแก้ไข หมายถึง แสดงรายชื่อนักเรียนที่ทำการยืนยันข้อมูลในช่วงตรวจสอบและแก้ไข วันที่ 4-27 ต.ค. 2560 ไม่ต้องดำเนินการคัดกรองใหม่ 3.3 นักเรียนยากจน 2/2560 หมายถึง แสดงรายชื่อนักเรียนที่รายงานว่ายากจนมาทาง DMC Read More …