นักวิจัยชี้เตือน! พ่อแม่ทำการบ้านให้ลูกเท่ากับทำลายชีวิตลูก

จูดิธ ล็อค นักจิตวิทยาคลินิก จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัยเชิงจิตวิทยาครั้งใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองที่รักลูกหลานมากจนเกินไป จนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำการบ้านของลูกๆ มากจนเกินไป โดยชี้ให้เห็นว่า ในที่สุดแล้วจะส่งผลกระทบต่อเด็กๆ เหล่านั้นไม่น้อย งานวิจัยดังกล่าวใช้วิธีการสำรวจพฤติกรรมผ่านแบบสอบถามออนไลน์ของผู้ปกครองของเด็กจำนวน 866 คนจากโรงเรียนในระดับมัธยมในหัวเมืองชั้นใน 3 โรงเรียน โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อในความเป็นพ่อแม่, และความมุ่งมั่นในฐานะพ่อแม่ กับการใช้มาตรวัดทัศนคติของผู้ปกครองกลุ่มดังกล่าวเชื่อมโยงกับการบ้านของเด็กนักเรียนที่เป็นลูกหลานได้รับ จากนั้นนำคำตอบที่ได้มาแปลงเป็นคะแนนตามมาตรวัดที่เรียกว่า “ล็อค แพเรนติ้ง สเกล” หรือ “แอลพีเอส” โดยผู้ที่ได้คะแนนสูงจะเป็นผู้ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำการบ้านของลูกมากเกินไป หรือในบางกรณีถึงกับทำการบ้านแทนลูกเพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายมาแล้วเสร็จ จูดิธ ล็อค สรุปไว้ในงานวิจัยว่า พฤติกรรมของพ่อแม่ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำการบ้านของลูกมากเกินไป จะส่งผลบั่นทอนขีดความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเองของเด็ก และทำให้เด็กขาดแรงจูงใจในการทำงานให้แล้วเสร็จได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครช่วย ทำให้เด็กขาดความรับผิดชอบ ไม่เข้าใจถึงผลลัพธ์จากการกระทำใดๆ ของตนเอง ผลวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกา Read More …

ศึกษาไว้ใช้สำหรับการเรียนการสอน “จิตวิทยาการเรียนรู้”

จิตวิทยา ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Psychology มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ Phyche แปลว่า วิญญาณ กับ Logos แปลว่า การศึกษา ตามรูปศัพท์ จิตวิทยาจึงแปลว่า วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิญญาณ แต่ในปัจจุบันี้ จิตวิทยาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ความหมายของจิตวิทยาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นั่นคือ จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่ศึกษากี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ การเรียนรู้ (Lrarning) ตามความหมายทางจิตวิทยา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอย่างค่อนข้างถาวร อันเป็นผลมาจากการฝึกฝนหรือการมีประสบการณ์พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงที่ไม่จัดว่าเกิดจากการเรียนรู้ ได้แก่ พฤติกรรมที่เป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เนื่องมาจากวุฒิภาวะ พฤติกรรมการเรียนรู้ จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม1. พุทธิพิสัย หมายถึง การเรียนรู้ในด้านความรู้ ความเข้าใจ2. จิตพิสัย หมายถึง การเรียนรู้ด้านทัศนคติ ค่านิยม ความซาบซึ้ง3. ทักษะพิสัย หมายถึง การเรียนรู้เกี่ยวกับการกระทำหรือปฏิบัติงานการเรียนรู้กับการเรียนการสอนใน การสอนที่ดี Read More …

ผลวิจัยพบผู้บริหารในวงการศึกษาทุจริตจนเป็นวัฒนธรรม

ขอนแก่น- นักวิชาการมข.เผย ผลการวิจัยการทุจริตในวงการศึกษา 3 จังหวัดอีสานกลาง พบผู้บริหารสถานศึกษา นักการเมือง นักธุรกิจ ร่วมกันทุจริต จนกลายเป็นวัฒนธรรม ฝังรากลึกในสังคม โดยหากมีโอกาสจ้องทุจริตได้ทุกกรณี แถมมีอดีตผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาชื่อดังบางแห่ง เรียกรับเงินใต้โต๊ะจนร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี แต่การสอบสวนภาครัฐกลับเอาผิดไม่ได้ จากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในวงการศึกษา ทั้งเรื่องการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน ทุจริตเรื่องการซื้อหนังสือ อุปกรณ์การเรียน จนเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้ เรื่องนี้ รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้ทำวิจัย” เรื่อง การศึกษาเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ของภาคการศึกษา กรณีศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขตที่ 24 , 25 ,26 (กาฬสินธุ์ , ขอนแก่น ,มหาสารคาม)” Read More …

ความสุขสากล 2019 ไทยรั้งอันดับ 52 ของโลก

อย่างที่ได้สัญญากันไว้ค่ะว่า ในวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมานี้ กรมสุขภาพจิตได้จัดนิทรรศการเนื่องในวันความสุขสากล คือจัดก่อน 1 วัน ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลความสุขปี 2019 มานำเสนอ อย่างไรก็ตามทางกรมสุขภาพจิตได้ติดตามข้อมูลคืบหน้ามานำเสนอ หลังจากเจ้าของผลงานได้ทำการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งข้อมูลความสุขสากลประจำปี 2019 ของประชากรโลกนี้ เป็นผลการศึกษาของ John F. Helliwell และคณะ อันประกอบไปด้วยกลุ่มนักวิชาการอิสระ ที่ได้ติดตามรายงานความสุขของประชากรโลก โดยเป็นการวิเคราะห์ความสุขของประชากรโลกจากข้อมูลการสำรวจของ Gallop Poll โดยในปี 2019 นี้รายงานดังกล่าวได้เผยแพร่ออกมาแล้ว โดยข้อมูลประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลกยังอยู่ในกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียเช่นเดิม ไทยอยู่ในอันดับที่ 52 ของกลุ่มประเทศในโลกกว่า 156 ประเทศ โดยมีข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ รายงานค่าคะแนนความสุขสากล ประจำปี 2019 ประเทศที่มีค่าคะแนนความสุขสูงสุด Read More …

เด็กอนุบาลเกเร-ไม่ตั้งใจเรียน โตขึ้นมีรายได้น้อยกว่าเพื่อน

ถ้าคุณยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมตัวเองถึงมีรายได้น้อยไม่ทัดเทียมกับใคร ๆ เขา ทีมนักวิจัยด้านจิตเวชศาสตร์จากแคนาดามีคำอธิบายล่าสุดในเรื่องนี้ ซึ่งพวกเขาชี้ว่าสาเหตุอาจเกิดจากความวอกแวกขาดสมาธิ ไม่ตั้งอกตั้งใจเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลกันเลยทีเดียว โครงการติดตามศึกษาเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลในระยะยาวของรัฐควิเบก ตีพิมพ์รายงานข้างต้นในวารสาร JAMA Psychiatry โดยระบุว่าได้ติดตามพัฒนาการในชีวิตของเด็กวัย 5-6 ขวบ จำนวน 2,850 คน เป็นระยะเวลานานถึง 30 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1985 เป็นต้นมา เมื่อเปรียบเทียบคะแนนความมีสมาธิมุ่งมั่นในชั้นเรียน ซึ่งครูประจำชั้นได้ให้ไว้กับเด็กอนุบาลแต่ละคน กับระดับของรายได้เมื่อเด็กโตขึ้นจนมีอายุในวัย 30-32 ปี พบว่าเด็กที่ตั้งอกตั้งใจเรียนมากกว่าจะมีรายได้สูงกว่าเพื่อนที่มีพฤติกรรมวัยเยาว์ในทางตรงข้าม เช่นใจลอย เสียสมาธิง่าย ชอบต่อต้านขัดขืนกฎระเบียบ ทีมผู้วิจัยยืนยันว่า 96% ของเด็กที่ถูกติดตามศึกษาทั้งหมดมาจากครอบครัวคนผิวขาว มีระดับเชาวน์ปัญญาหรือไอคิวใกล้เคียงกัน ทั้งยังมีภูมิหลังของบิดามารดาที่คล้ายคลึงกันในเรื่องของระดับการศึกษา อายุ สถานะการมีงานทำ และสถานภาพการสมรส Read More …