5 สูตรการเรียนเก่ง จากท่าน ว.วชิรเมธี

1. อ่านให้มากฟังให้มาก พออ่านมากฟังมากข้อมูลจะเยอะ เวลาเราคิดอะไรก็จะคิดได้กว้างไกล ลึกซึ้ง 2. เลือกจำสาระสำคัญ ไม่ต้องจำทั้งหมดเลือกจำเฉพาะแก่นสาร วิธีช่วยจำที่พระอาจารย์ใช้ คือขีดเส้นใต้ และปากกาเน้นสี 3. ท่องให้คล่องปาก เวลาเรียนไปแล้ว สิ่งไหนสำคัญต้องท่องจำ 4. คิดให้แจ่มแจ้งเจนใจ จำแล้วต้องทำความเข้าใจด้วย 5. นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  ความรู้ที่เรียนมาต้องนำมาใช้ด้วย จะได้เกิดประโยชน์ ขอบพระคุณบทความจาก http://campus.sanook.com/1370081/

ถูกชมก็เข้าท่า ถูกด่าก็ไม่เลว

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าว จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว กันมาบ้างแล้วคำกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของจิต หรืออีกนัยหนึ่งของความคิดได้เป็นอย่างดีว่า จิตกำหนดวัตถุ หรือกายเป็นไปตามอำนาจของจิต ผู้รู้ท่านหนึ่งเคยกล่าวถึงความสำคัญของจิต หรือความคิดไว้ว่า เธอจงระวังความคิด เพราะความคิดจะกลายเป็นการกระทำ เธอจงระวังการกระทำ เพราะการกระทำจะกลายเป็นนิสัย เธอจงระวังนิสัย เพราะนิสัยจะกลายเป็นบุคลิก เธอจงระวังบุคลิก เพราะบุคลิกจะกำหนดชะตากรรมของเธอ ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า เรามีความคิดหรือวิธีคิดอย่างไร ในทางพุทธศาสนานั้น ท่านให้ความสำคัญกับวิธีคิดเป็นอันมาก พระนักปราชญ์ท่านหนึ่งได้ประมวลวิธีคิดในพุทธศาสนาไว้ว่ามีมากกว่า ๑๐ วิธี วิธีคิดอย่างหนึ่ง ซึ่งเราควรนำมาปรับใช้ในชีวิตก็คือ วิธีคิดเชิงบวก  วิธีคิดเชิงบวก หมายถึง การรู้จักเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อสิ่งต่างๆ ซึ่งโดยมากมักแสดงตัวให้เราได้สัมผัสในแง่ลบ แต่พอเราพลิกมุมมองใหม่ เราจะได้อะไรดีๆ จากเรื่องลบๆ เหล่านั้น เช่น ในชีวิตจริงของผู้เขียนซึ่งทำงานกับคนหมู่มาก มักจะพบกับคำชมและคำด่าอยู่เสมอ ๆ เมื่อแรกเผชิญกับคำชม ผู้เขียนก็ฟู ครั้นพบกับคำด่าก็แฟบ แต่เมื่อเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองต่อคำชมและคำด่า ก็รู้สึกว่า ได้คุณค่าจากคำด่าคำชมเป็นอันมาก คำชมนั้น สำหรับคนที่ไม่คิดอะไรมาก ดูเหมือนว่า ไม่ลำบากใจเลยที่จะน้อมรับ แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว คำชมนั่นแหละคืออันตรายยิ่งกว่าคำด่า เพราะหากเรารู้ไม่ทัน คำชมจะทำให้เราหลงตัวเองและมีโอกาสลืมตัวสูง ส่วนคำด่า ถ้าพิจารณาไม่ดีก็ทำให้เราเสียศูนย์ได้ง่ายๆ แต่หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งด้วยวิธีคิดแบบมองโลกในแง่ดี บางทีคำด่ากลับมีค่ามากกว่าคำชม คำด่ามีค่ามากอย่างไร ? (๑) คำด่า คือ Read More …

“ล้างแค้น” “แทนคุณ” หรือ “ทวงคืน” ทําไมถึงเกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกัน ในชาตินี้ ทำบุญหรือทำกรรมร่วมกัน

คัมภีร์กฎแห่งกรรม 3 ชาติ ได้บันทึกไว้ว่าการเป็น “สามีภรรยา ” คือมีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรมร่วมกันมา ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้ ส่วน “บุตรธิดา ” นั้นคือ “หนี้” ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้หรือชดใช้หนี้ หากไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น พ่อ แม่ ลูกกัน!!! สามีภรรยาที่มีกรรมดีร่วมกันมา ย่อมมีความรักใคร่กลมเกลียว มีความสมานสามัคคี หนักนิดเบาหน่อยให้อภัย ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรจนจนวันตาย แต่หากสามีภรรยาที่มีกรรมชั่วร่วมกันมาแต่อดีตชาติ ย่อมทะเลาะเบาะแว้งเป็นนิจ เป็นเหตุให้บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกันแก่เฒ่ายาวนาน   ส่วน “ลูก” ที่เกิดจากพ่อแม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การเกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันนั้น ล้วนเกิดมาผูกพันด้วยกฏแห่งกรรมทั้งสิ้น!!!!   Read More …

5 วิธีง่าย ๆ อยู่ร่วมกับ “คนมองโลกในแง่ร้าย โดยไม่ต้องทะเลาะ”

ถ้าคุณเป็นคนที่คิดบวก การอยู่ร่วมกับคนคิดลบนั้นคือสิ่งที่อึดอัดที่สุด โดยเฉพาะถ้าคนคิดลบคนนั้นมีอิทธิพลกับชีวิตคุณ อย่างเช่น เพื่อนร่วมงานที่นั่งในห้องทำงานเดียวกัน แฟนของคุณ พ่อแม่ของคุณ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกหนี อย่างไรก็ตามคุณสามารถที่จะฝึกฝนตัวเองให้สามารถที่จะอยู่ร่วมกับคนเหล่านั้นได้ ลองคิดดูว่าคุณเป็นคิดบวก และสามารถเข้าใจคนคิดลบและอยู่ด้วยอย่างมีความสุขได้ ชีวิตคุณจะดีแค่ไหน 1. เตรียมใจ หากเห็นคนใกล้ชิดมีอาการต่อไปนี้บ่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ คุณอาจต้องเตรียมใจว่า จะได้ยินและได้เห็นการแสดงออกในรูปแบบลบ ๆ ตามมาก็เป็นได้ พยายามโน้มน้าวให้คุณเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ อาจไม่สำเร็จตามแผน แสดงความผิดหวังทุกครั้งเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นดังใจ พยายามมองหาข้อเสียของทุกสิ่ง ค้นหาเหตุผลมากมายมาอธิบายว่าสิ่งที่คุณทำจะไม่เป็นผลสำเร็จแน่ ๆ โทษคนอื่นเสมอว่าเป็นต้นเหตุของความบกพร่อง ล้มเหลว 2. เข้าใจ - เห็นใจ หากคุณพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนมาคิดบวก คุณเองก็อาจถูกมองว่า ปฏิเสธ ไม่ยอมรับตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่ง ตรงกันข้าม คุณต้องพยายามใช้ความเข้าใจและความเห็นใจ ยอมรับตัวตนของเขาให้เกิดความรู้สึกที่เป็นมิตรเสียก่อน ถึงจะคุยกันดี ๆ ได้ เข้าใจ เขากำลังมีความทุกข์ มีความกังวลใจ ไม่สบายใจ ไม่สงบและมั่นคงในตัวเองจึงแสดงออกมาเช่นนี้ เห็นใจ รับฟังอย่างเข้าใจ ใส่ใจกับสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่อย่างเต็มที่ (โดยคุณเองไม่ต้องเปลี่ยนจุดยืน) แสดงความเห็นอกเห็นใจ เพื่อให้เขาคลายทุกข์ เช่น การกล่าวแสดงความเสียใจที่เขาต้องเจอเรื่องแย่ ๆ เห็นใจว่าเขาเองก็ต้องรับผลที่เกิดจากความคิดลบของเขา 3. อย่าใจดีเกินเหตุ ใจดีเกินกับคนคิดลบ…เรื่องจะไม่จบนะเออ! แม้ว่าคุณอาจมีธรรมชาติที่ชอบช่วยเหลือและปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์ แต่คุณก็ต้องระวังว่าการแสดงออกบางอย่างกับคนคิดลบอาจยิ่งกลายเป็นโทษกับตัวเอง Read More …

ลูกมีกี่ประเภท ถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกดีๆ มาเกิดควรทำอย่างไร?

การมีลูกของครอบครัวหลังแต่งงาน คล้ายกับเป็นโซ่ทองคล้องใจ และเป็นส่วนหนึ่งที่มาเติมเต็มให้กับชีวิตคู่ได้กลายเป็น “ครอบครัว” ที่สมบูรณ์ แต่ใช่ว่าเมื่อมีลูกแล้วจะออกมาดีได้ดั่งใจไปซะทุกคน ลูกมีกี่ประเภท ดีหรือไม่ดีอยู่ที่อะไร ลูกมีกี่ประเภท ดีหรือไม่ดีอยู่ที่อะไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถึงบุตร 3 ประเภท อันหมายถึงทั้งลูกชาย ลูกหญิง คือ 1.อภิชาตบุตร คือ ลูกที่เกิดมาดีเลิศกว่าพ่อแม่ โดยยกพ่อแม่เป็นมาตรวัด เกิดมาเชิดชูวงศ์สกุล เกิดมาอุดหนุนค้ำจุนพ่อแม่ เป็นลูกที่ประเสริฐ ทำให้พ่อแม่ได้รับความสุขใจยิ่งนัก 2.อนุชาตบุตร คือ ลูกที่เกิดมาเสมอตัว คือ ไม่ดีไม่เลวกว่าพ่อแม่ ดีเสมอกับพ่อแม่ และไม่แย่ไปกว่าวงศ์สกุล ไม่ทำให้พ่อแม่อับอาย ไม่ทำให้วงศ์สกุลเสื่อมโทรม แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิม 3.อวชาตบุตร ลูกประเภทนี้เกิดมาเพื่อทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจอยู่ร่ำไป ตกต่ำถึงขีดสุด เกิดมาเป็นคนเลว ต่ำกว่าพ่อแม่ แม้พ่อแม่ประพฤติ3.ตัวดีมีศีลธรรมแต่ลูกก็กลับเป็นคนไม่ดี ไม่สามารถฉุดรั้งให้ดีได้ ทำตัวเป็นปัญหาของครอบครัวและสังคม ลูกเช่นนี้ไม่มีใครอยากได้ดีอยากมี Read More …