แนวคิดผู้บริหาร 3 ปีควรย้ายเพื่อพัฒนา

เคยมีคำกล่าวที่ว่า “การเป็นครูเจอผอ.ดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอผอ.ไม่ดีก็ซวยกันทั้งครูทั้งนักเรียนทั้งโรงเรียน” หลายท่านคงทราบดีกว่าบริบทการบริหารการจัดการต่างๆภายในโรงเรียนต้องเริ่มจากหัวไปหาง หัวต้องมาก่อน หางจึงส่าย นั่นหมายถึงเริ่มจากผู้บริหาร บริบทของโรงเรียนจะเป็นเช่นไรก็ควรมองที่ตัวผู้บริหาร โรงเรียนจะดี โอเน็ตจะขึ้น ระเบียบวินัยของครูและนักเรียนจะเป็นอย่างไร จะมีการโกงหรือไม่โกง โรงเรียนจะพัฒนาหรือไม่พัฒนา ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของท่านผู้บริหารที่จะสามารถนำพาองค์กรไปตามทิศทางที่ต้องการ อนึ่ง …หากท่าน(ครู/นักเรียน/ผู้ปกครอง)เป็นผู้โชคดี ถ้าได้ผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่น ชัดเจน มีอุดมการณ์แห่งการพัฒนาโรงเรียน ทั้งทางวิชาการ ทางโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงเรียน เอื้ออำนวยความสะดวกต่อครูสำหรับการเรียนการสอนก็นับได้ว่าท่านสุดแสนจะโชคดี อย่างน้อยองค์กรก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างองอาจ แต่ถ้าหากว่า…ท่านได้เจอผู้บริหารที่โกงกิน มาทำงานบ้างไม่มาบ้าง ทำงานไปวันวัน ไม่มีอุดมการณ์ ขาดความชัดเจน กินเหล้าเมาในเวลางาน มีเรื่องชู้สาวในองค์กร เอาญาติพี่น้องเข้ามาทำงานในองค์กร สร้างหลักปักฐานอย่างหนาแน่นเพื่อไม่ให้ผู้ที่เห็นต่างสามารถมีสิทธิ์มีเสียงค้าน แบบที่เรียกว่าองค์กรเคลือญาติแล้วละก็ โรงเรียนนั้น ครู และนักเรียนก็คงจะซวยกันไปตลอดอายุการทำงานหรือตลอดการเรียนของเด็กๆ หากเป็นเช่นนั้นองค์กรก็จะไร้การพัฒนา ไร้ศักยภาพ ครูที่ไม่เข้าตาก็ถูกรังแก ขาดแรงจูงใจในการทำงาน Read More …

การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนที่บั่นทอนจิตใจคนทำงาน

ก่อนอื่นอยากจะเขียนให้เขาใจกันเสียก่อนว่าอะไรคือคนทำงาน จริงแท้แล้วงานหลักของครูก็คืองานสอน แต่เอาเข้าจริงคนที่เป็นครูจริงๆกลับไม่ได้ทำแค่เพียงงานสอนเพียงอย่างเดียว เพราะชีวิตครูต้องมีงานเสริม ไม่ว่าจะเป็นงานด้านวิชาการ การเงิน พัสดุ ธุรการ ประกวด ประเมิน ฯลฯ ที่ไม่สามารถจับมาหยิบยกมาให้หมด ส่วนเรื่องที่ว่าครูคนไหนที่จะได้รับผิดชอบงานอะไรบ้างก็สุดแท้แต่ทางผู้บริหารจะสั่งการลงมา บางคนได้เยอะ บางคนได้ทำน้อย บางคนแทบไม่ได้ทำเลยก็มี แต่พอถึงฤดูของการเลื่อนขั้นเงินเดือนเราใช้อะไรมาเป็นเกณฑ์การประเมินเลื่อนขั้น ลิ้งค์ด้านล่างนี้คือลิ้งค์ของ เกณฑ์การประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือนแบบใหม่ http://www.moe.go.th/moe/upload/news18/FileUpload/53919-6101.pdf แต่เอาเข้าจริง โรงเรียนหลายโรงเรียนเรียกได้ว่าเกือบจะ 90% กลับใช้เกณฑ์การประเมินที่เรียกว่า “เกณฑ์กู” คือเกณฑ์ที่ถูกมโนขึ้นมาพร้อมกับการถกเถียงกันโดยไม่ได้วัดผลจากกรอบของงานที่เป็นเกณฑ์กันจริงๆ บางโรงเรียนเลื่อนขั้นเงินเดือนแบบเรียงคิว / บางโรงเรียนก็ให้แต่ตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเป็นคนฝ่ายประชุมการเลื่อนขั้น ถ้ากรรมการ 4 ฝ่ายเที่ยงตรงดีก็ดีไป แต่เอาเข้าจริงแล้วเราจะหาอะไรมาวัดจากจิตใจของปุถุชนคนธรรมดา บ้างก็เถียงให้ตัวเองบ้าง บ้างก็เถียงให้พวกพ้อง ถ้าผู้บริหารไม่มีจุดยืนกันจริงๆมีหวังต้องเขว บางคนแทบไม่ได้ทำงานเลย ลาบ่อย Read More …

ขึ้น 350 บาท ไม่ขาดไม่ลา ครูบรรจุใหม่เศร้า (ยืนงงในดงคศ.3)

ครูหนุ่มบรรจุใหม่ตัดพ้อเมื่อได้เห็นตัวเลข % ที่ตัวเองได้เลื่อนขั้น ยืนงงๆในดงคศ.3 ในขณะที่ตัวเองทำงานเต็มที่ ไม่เคยขาดเคยลา ดูเอาก็แล้วกันว่าจะฮาน้ำตาไหลจุกอกขนาดไหนกันถ้าเป็นเรา ไม่ทราบว่าที่อื่นๆเป็นแบบนี้กันไหมครับ? ขอบคุณภาพจากเพจ คณิตศาสตร์ By พี่ช่วย

4 วิธีจับผิดใบปริญญา-ประกาศนียบัตรปลอม ปั้นแต่งวุฒิการศึกษา

กรณีนักการเมืองคนดังถูกกล่าวหาว่าซื้อและใช้ปริญญาบัตรปลอมเพื่อให้มีวุฒิการศึกษาสูงขึ้นถึงระดับด็อกเตอร์ ไม่ได้เป็นปัญหาที่พบแต่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะภาคการจ้างงานทั่วโลกก็กำลังเผชิญกับเรื่องน่าปวดหัวแบบเดียวกัน มีรายงานว่าธุรกิจ “โรงงานปั๊มใบปริญญาปลอม” กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเป็นภาระต่อองค์กรต่าง ๆ ในการติดตามพิสูจน์วุฒิการศึกษาของผู้มาสมัครงานอย่างมาก ที่สหราชอาณาจักรมีสถิติผู้ใช้วุฒิการศึกษาปลอมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะถือเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายที่มีโทษสูงสุดถึงจำคุก 10 ปีก็ตาม เว็บไซต์ของ HEDD (Higher Education Degree Datacheck) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้บริการตรวจสอบคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษา รวมทั้งสถานะของสถาบันระดับอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่วิธีการเบื้องต้น 4 อย่าง ในการพิสูจน์ว่าปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรที่ได้รับมาเป็นของจริงหรือไม่ ดังต่อไปนี้ 1. แบบใบปริญญาที่ประหลาดผิดเพี้ยน อันดับแรก HEDD แนะนำว่า ควรจะต้องตรวจดูตราประทับหรือตราที่สลักเป็นรอยนูนในปริญญาบัตรเสียก่อน ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรจะมีตราประทับดังกล่าวทำจากทองคำเปลว และเมื่อยกใบปริญญาขึ้นส่องกับแสงสว่างก็จะเห็นลายโฮโลแกรมหรือลายน้ำได้อย่างชัดเจน ลายเซ็นของผู้ประสาธน์ปริญญาจะต้องเป็นลายมือที่เขียนด้วยน้ำหมึกปากกา ไม่ใช่ลายเซ็นที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ และควรตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยผู้มอบปริญญาบัตรด้วยว่า ตราสัญลักษณ์และตราประทับที่ใช้นั้นมีความถูกต้องตรงกับของมหาวิทยาลัยจริง โดยอาจเปรียบเทียบกับในเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัย Read More …

เก่งเลขอาจไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นหากขาดความมั่นใจ

คนที่มีทักษะคณิตศาสตร์ในระดับสูงนั้น มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จทางการเงินและสามารถวางแผนคิดคำนวณเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีกว่าคนที่สอบตกวิชานี้ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ข้อได้เปรียบของคนเก่งเลขที่กล่าวมาทั้งหมดจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย หากเขาหรือเธอขาดความเชื่อมั่นในความสามารถที่ตนเองมีอยู่ ศาสตราจารย์ เอลเลน ปีเตอร์ส นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (Ohio State University) ของสหรัฐฯ รายงานถึงผลการศึกษาข้างต้นในวารสารวิชาการ PNAS โดยระบุว่าการมีความมั่นใจในทักษะคณิตศาสตร์ที่ดีของตนเอง มีมูลค่าเทียบเท่ากับรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นถึง 94,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 3 ล้านบาทในแต่ละปี ในขณะที่คนเก่งเลขแต่กลับไม่เชื่อมั่นต่อทักษะการคิดคำนวณของตนเอง จะไม่ได้รับประโยชน์จากความสามารถในส่วนนี้ ผลการศึกษาดังกล่าว มาจากการทดลองครั้งใหญ่ 2 ครั้งด้วยกัน โดยผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมดต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถทางคณิตศาสตร์ และรับการทดสอบทางจิตวิทยาเรื่องความมั่นใจในการใช้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขในชีวิตประจำวัน ในการทดลองครั้งแรก มีการนำข้อมูลข้างต้นมาเปรียบเทียบหาความสัมพันธ์กับสถานะทางการเงินของผู้เข้าร่วมการทดลองชาวอเมริกัน 4,572 คน โดยแต่ละคนจะรายงานถึงรายได้ หนี้สิน และการลงทุนของตนเองให้ทราบ ซึ่งปรากฎว่าความสามารถทางคณิตศาสตร์ที่แท้จริง Read More …