นักเรียนคุยกันเสียงดังในห้องเรียน ครูควรรับมืออย่างไร?

ธรรมชาติของเด็กเวลามาอยู่รวมกันมักจะพูดคุยเสียงส่งดัง ไม่เว้นแม้แต่ในห้องเรียน ที่บางครั้งอาจไม่ได้เสียงมากนัก แต่ก็ดังพอจะรบกวนสมาธิเพื่อนร่วมชั้น รบกวนการสอนของครู และยังแสดงให้เห็นว่านักเรียนที่คุยนั้นไม่ได้ใส่สิ่งที่ครูกำลังพูดอยู่ จนคุณครูต้องส่งเสียงปราม แต่ผลที่ได้คือนักเรียนเงียบเสียงลงชั่วคราว พร้อมด้วยบรรยากาศตึงเครียดในห้องเรียน ซ้ำร้ายหลังจากนั้นไม่นานนักเรียนคนเดิมหรือกลุ่มเดิมก็จะกลับมาพูดคุยในชั้นเรียนอีก ขอนำเสนอเทคนิคการรับมือกับนักเรียนช่างคุย ให้ครูนำไปใช้หยุดการสนทนาผิดเวลาของนักเรียนเหล่านี้ลงชั่วคราว แล้วหันมาใส่ใจกับบทเรียนที่กำลังสอนอยู่แทน พูดคุยได้ แต่ว่าเวลาไหนล่ะ ? คำถามแรกที่ครูควรถามตัวเองในสถานการณ์นี้คือ “นักเรียนพูดคุยกันตอนไหน?” ขณะที่ครูกำลังสอนหรือสั่งงานอยู่หน้าชั้น หรือเป็นช่วงที่นักเรียนกำลังทำแบบฝึกหัดหรือทำงานที่ได้รับมอบหมายในห้องเรียน ถ้าเป็นกรณีหลัง ครูไม่ควรห้ามหรือใช้คำพูดในลักษณะ “นั่งทำงานไปเงียบๆ อย่าคุยกัน” แต่ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนพูดคุยกันได้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการทำงาน นักเรียนอาจใช้ช่วงเวลานี้พูดคุยซักถามถึงเรื่องงานที่กำลังทำอยู่ หรือจะคุยเรื่องอื่นๆ บ้างก็ได้ ไม่จำเป็นที่นักเรียนจะต้องพูดถึงเฉพาะเรื่องงานหรือบทเรียนตลอดเวลา ในสายตาของครูอาจมองว่า การที่นักเรียนพูดคุยกันขณะทำงานในห้องเรียนเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักเรียนกำลังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอยู่ผ่านการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ นี้ การเปิดโอกาสให้นักเรียนพูดคุยกันได้ขณะทำงาน จะทำให้นักเรียนรู้สึกผ่อนคลายและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เวลาครู เวลานักเรียน Read More …

5 สาเหตุที่ทำให้เด็กไทยเรียนยังไงก็ไม่รู้เรื่อง!!!

1. ไม่เข้าใจภาพรวมของเนื้อหาวิชา การที่เราจะเรียนได้อย่างรู้เรื่องนั้นจำเป็นต้องเข้าใจคอนเซ็ปหรือภาพรวมของเนื้อหาวิชาที่ต้องการเรียนก่อน แล้วจึงจะสามารถนำเนื้อหารายละเอียดต่าง ๆ ที่ครูสอนมาเติมลงในภาพรวมแต่ละส่วนได้ เปรียบเหมือนน้อง ๆ ควรจะมีโครงบ้านที่ได้จัดสรรห้องไว้เรียบร้อยแล้วว่าส่วนไหนคือ ห้องนอน ห้องน้ำ แล้วเมื่อมีรายละเอียดต่าง ๆ มาจัดวางก็จะได้เข้าที่พอดี เพราะถ้าหากน้อง ๆ ไม่มีโครงที่แบ่งแยกชัดเจนอาจจะเกิดการที่เตียงนอนถูกนำไปวางไว้ในห้องน้ำก็เป็นได้ ดังนั้นคำแนะนำของพี่ ๆ คือคิดก่อนที่จะเริ่มเรียนเช่นวันนี้จะเรียนในหัวข้อเรื่อง เซลล์ เราก็อาจพอจะคาดเดาคร่าว ๆ ได้ว่าครูน่าจะพูดถึง ว่าเซลล์คืออะไร ? ส่วนประกอบของเซลล์มีอะไรบ้าง ? ตัวอย่างเซลล์ที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน ? เท่านี้ ๆ น้อง ๆ ก็พอที่จะได้โครงร่างมาไว้สำหรับที่จะเติมรายละเอียดต่าง ๆ ลงไปแล้วละครับ 2. วิธีการเรียนไม่เหมาะกับวิชานั้น วิธีการเรียนในแต่ละวิชานั้นมีความแตกต่างกันออกไป Read More …

โดดเดี่ยว เพราะโซเชียลเน็ตเวิร์ค

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คได้เข้ามามีบทบาทในฐานะสื่อที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์จากคนไกล ให้รู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น กลายเป็นสังคมที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน บ้างใช้เพื่อการหาเพื่อนใหม่ บ้างใช้เป็นกระดานข้อความสำหรับระบายอารมณ์ หลายต่อหลายคนใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ ไปกับการพูดคุยกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน หรือเล่นเกมส์เพื่อเก็บเงินหรือสร้างอาณาจักรในโลกแห่งจินตนาการ จนละเลยการให้ความสำคัญกับโลกแห่งความเป็นจริง ความสัมพันธ์ในโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์คนี้ ทำให้ผู้เล่นออกห่างจากโลกแห่งความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ละเลยผู้ที่อยู่ใกล้ชิด แต่กลับให้ความสำคัญกับใครก็ไม่รู้ที่อยู่อีกมุมหนึ่งของโลก เกิดการเก็บตัวและหมกมุ่นอยู่กับการตั้งกระทู้เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือวุ่นอยู่กับการทักทายเพื่อนใหม่ๆ นอกจากนี้ เมื่อมีปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง คนกลุ่มนี้ก็ไม่นิยมที่จะเปิดใจพูดคุยกันอย่างเปิดอก แต่กลับเลือกโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ในการระบายอารมณ์ บ้างใส่สีตีไข่ กล่าวร้ายโดยไม่ระบุชื่อจนเป็นเหตุให้ผู้ที่ไม่พอใจกันเกิดการคิดและตีความกันไปเอง ยิ่งกลายเป็นการทวีความรุนแรง สร้างความบาดหมางมากยิ่งขึ้น โซเชียลเน็ตเวิร์ค ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเลิกราหรือการหย่าร้างของสามีภรรยาในยุคปัจจุบัน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างพบเจอคนใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น พูดคุย สานสัมพันธ์ได้สะดวกขึ้น ตลอดจนสามารถตรวจสอบพฤติกรรมกันได้เนื่องจากเป็นสื่อสาธารณะ ซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดจากการสื่อสารผ่านตัวอักษร จนเป็นเหตุให้หึงหวง เบื่อหน่าย และเลิกรากันไปในที่สุด  ดังนั้นการเข้าไปอยู่ในโลกสังคมออนไลน์ เราต้องเล่นอย่างรู้สึกตัว ไม่ให้ความสำคัญกับโลกแห่งนามธรรม จนทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแย่ลง Read More …

[แชร์ประสบการณ์] เที่ยวโรงเรียนฟินแลนด์ เค้าเรียนกันอย่างไรให้ “เรียนไปเล่นไป”

สวัสดีค่ะ เรานานๆทีจะเขียนกระทู้พันทิป (ปีละครั้ง) เพราะเขียนแต่ละทีก็จะเป็นพวกเขียนแชร์ประสบการณ์ ยาวๆ แต่สาระพร้อมนะค่ะ เมื่อสองเดือนที่แล้วมหาลัยเราหยุดSpring breakพอดีเลยถือโอกาสเที่ยวประเทศแถบScandinavia (จะเขียนตั้งแต่มีนา แต่ก็ดองกระทู้มาจนถึงปัจจุบัน) tag ห้องบูลแพลนเน็ตด้วยเผื่อสนใจไปเที่ยวฟินแลนด์แล้วอยากไปดูโรงเรียนค่ะ แน่นอน Highlight ของทริปนิ้คือไป observe โรงเรียนรัฐบาลในประเทศฟินแลนด์ ที่ช่วงหลังๆมานี้ใครสนใจเรื่องการศึกษาโดยเฉพาะ progressive educationจะได้ยินคนพูดมากมาย ทั้งกระแสหนัง Where to Invade next Michael Moore เมื่อปีทีแล้ว และการที่นักเรียนฟินแลนด์ วัดระดับอยู่ top 5 ตลอดในการสอบPISA ในขณะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบกับประเทศไทยที่อยู่ลำดับท้ายๆมาตลอด (ช่วงนี้กระแสหนังฉลาดเกมโกงยิ่งแรงอยู่) ก่อนอื่นขอออกตัวเลยนะคะว่าการเขียนกระทู้ครั้งนี้ไม่มีเจตนาเปรียบเทียบ ประเทศไทยกับประเทศฟินแลนด์ ไม่ได้คิดจะอวยฟินแลนด์ แต่อยากเสนอมุมมองที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้อ่านได้เอาไปคิดวิเคราะห์ และนำไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของตนเอง Read More …

ครูควรทำอย่างไรดี…เมื่อนักเรียน “ไม่อยากเรียนหนังสือ” (สำคัญมาก!)

วันนี้ในช่วงเช้า ผู้เขียนมีชั่วโมงสอนกิจกรรมแนะแนว ม. 1 จำนวน 3 ชั่วโมงติดต่อกัน โดยสอนในชั้น ม.1/3 ,ม.1/4 และ ม. 1/2 ตามลำดับ โดยสิ่งที่อยากนำมาเล่าในวันนี้ คือ ปัญหาเด็กไม่อยากเรียน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่โดย “ส่วนตัว” คิดว่าเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ เพราะอะไร ก็ขออธิบายโดยคร่าวๆ โรงเรียนที่ผู้เขียนสอนอยู่เป็นโรงเรียนประจำตำบล ที่รับนักเรียนทุกคนที่สมัครเข้าเรียน 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายรวมถึง นักเรียนที่มาในระดับการศึกษาภาคบังคับทั้งหมดด้วย (จบ ป.6 มาเรียนต่อ ม.1) เราไม่ได้คัดกรองเด็กในเรื่องความรู้ ขอแค่มีวุฒิ ป.6 ก็รับเข้าเรียน และโดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ  และเรื่องมีอยู่ว่า… มีนักเรียน ม.1 กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเข้าเรียนช้าและหลบออกจากห้องเรียน ซึ่งผู้เขียนสังเกตเห็นมาหลายครั้ง Read More …