16 ลักษณะของครูปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นเหมือน “แรด” และ “นกฮูก” อ่านต่อ…

“อนาคตของชาติขึ้นอยู่กับการอบรม สั่งสอนของครู” การศึกษาปฐมวัยนับเป็นการวางฐานรากชีวิตให้มั่นคงและแข็งแรง การที่จะพัฒนาคนให้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขต้องพัฒนา ทั้งทางด้านจิตใจ ร่างกาย ปัญญา และสังคม เริ่มพัฒนาตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี เพราะหากเด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาที่สมดุลครบ 4 ด้าน ก็จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ มีความสามารถในการดำรงชีวิต มีประสบการณ์ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี รอบคอบทางความคิด กล้าตัดสินใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค มีการวางแผนในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาตนเองให้อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมได้เพื่อการพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่เหมาะสมต่อไป จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าหากจะพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้านั้น ต้องมีการวางรากฐานสังคมให้มั่นคงและแข็งแรงเพราะสังคมจะดีได้นั้น ต้องอาศัยคนที่อยู่ในสังคม การพัฒนาคนก็ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่เด็กปฐมวัยจึงจะเป็นการวางรากฐานในชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยโดยตรงคือ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และครูปฐมวัย ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการอบรมเลี้ยงดูให้ความรัก และแนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้กับเด็ก ดังนั้นครูปฐมวัยจึงมีหน้าที่ในการพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ครูปฐมวัยจำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้เป็นครูในศตวรรษที่ 21 เพื่อพัฒนาแนวการสอนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจึงมีการเปรียบเทียบครูปฐมวัยในลักษณะพิเศษดังนี้ ***ครูปฐมวัยต้องเป็นเหมือน “ผึ้ง” Read More …

เทคนิคการออกข้อสอบ “แบบปรนัย” ให้ดี มีคุณภาพ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ลักษณะโดยทั่วไปของข้อสอบปรนัย จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือคำถาม และคำตอบ ตัวคำถามของข้อสอบปรนัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ตอบได้แสดงความรู้ความสามารถต่าง ๆ ตามที่ผู้ถามต้องการ ซึ่งจะวัดตั้งแต่ความจำผิวเผินไปจนถึงวัดพฤติกรรมที่ลึกซึ้งคือการประเมินค่า คำถามแต่ละข้อจะถามเฉพาะจุดเล็ก ๆ ของเนื้อหา ดังนั้นจึงมีจำนวนมากข้อ ส่วนคำตอบของคำถามประเภทนี้ผู้ตอบต้องใช้เวลาในการคิดและการตอบเป็นส่วนใหญ่ การเขียนตอบจะใช้เวลาน้อยซึ่งอาจเขียนเป็นประโยคสั้น ๆ หรือทำเครื่องหมายบนคำตอบที่ต้องการ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526 : 122) ดังนั้น สาระสำคัญของผู้ตอบที่ต้องปฏิบัติมี ดังนี้ (Throndike and Hagen. 1969 : 64) 1. ต้องอ่านข้อสอบที่มีทั้งคำถามและคำตอบที่สมบูรณ์ ทำให้ผู้ตอบไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในคำตอบนั้นเลย 2. เลือกคำตอบที่ถูกที่สุด จากตัวเลือกที่ผู้เขียนข้อสอบกำหนดมาให้ 3. ต้องตอบคำถามจากข้อสอบหลายข้อ Read More …

4 เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น! ที่ครูไม่ควรพลาด…

เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น  นี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพื่อนครูจะนำไปเป็นแนวทาง  และปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเนื้อหาวิชาของแต่ละคน  ในการจัดการเรียนการสอนวิชาพิมพ์ดีดไทย  เทคนิคการสอนเรียนปนเล่นอย่าเพิ่งตกใจ  ว่าเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วอย่างนี้เด็กจะได้รับความรู้หรือเปล่าขั้นตอนสำคัญๆ  มีดังนี้ เริ่มเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องทั่วๆไป (เล่าเรื่องตลกๆ ) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของผู้สอนที่ต้องฝึกฝน  ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก  เรียนรู้กันได้ เข้าสู่บทเรียนด้วยเนื้อหาตามแบบแผนการสอนและสังเกตบรรยากาศ พฤติกรรมผู้เรียนขั้นตอนนี้สำคัญมาก  เด็กจะได้รับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับครูผู้สอน  ที่จะต้องนำ EQ มาร่วมกับ IQ ให้ได้  มีมุขตลกมาสอดแทรก  และที่สำคัญครูต้องตามทันมุขต่างๆ  ที่นักเรียนนำมาพูดกัน ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูจะต้องปล่อยให้นักเรียนมีการทำกิจกรรมร่วมกันแม้จะเป็นงานเดี่ยว  แต่นักเรียนก็สามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นได้  เด็กสามารถเคลื่อนที่ภายในห้อง  แต่ไม่ใช่สร้างความวุ่นวาย ขั้นสุดท้าย ซึ่งสามารถสรุปและตรวจสอบได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบนั้น  ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  คือ  การตรวจสอบชิ้นงาน  โดยวิธีต่างๆ  เช่น  นำเสนอหน้าชั้นเรียน  การร่วมอภิปรายรายงานผล  การแชร์ความคิดเห็น Read More …

เด็กกรี๊ดหนักมาก!งานวิจัยเผย เด็กจะสุขภาพดีและเรียนเก่งขึ้นถ้าเข้าเรียนตอน 10 โมงเช้า!

งานวิจัยล่าสุดค้นพบว่าการปรับเวลาเข้าเรียนให้ช้าลงจาก 8.30 น. เป็น 10.00 น. แทน ส่งผลดีเป็นอย่างมากในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ทั้งด้านการเรียน สุขภาพจิต และสุขภาพกาย จากการทำกรณีศึกษาทดลองในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ พบว่าภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี อัตราการเจ็บป่วยของเด็กนักเรียนลดลงกว่าครึ่ง รวมไปถึงผลการเรียนที่สูงขึ้นอย่างน่าทึ่ง และนั่นก็เป็นเพราะว่าเด็กๆ มีเวลานอนหลับมากขึ้นนั่นเอง “เวลาเรียนส่งผลต่อเรื่องสุขภาพมากที่สุด” ดร. พอล เคลลี่ (Dr. Paul Kelly) นักเขียนจาก Open University กล่าว “เริ่มด้วยการเจ็บป่วยทางกาย ถัดมาเป็นสุขภาพจิตใจ และสุดท้ายก็ส่งผลไปยังการเรียน” ดร. เคลลี่ยังเสริมอีกว่าตั้งแต่โรคอ้วนไปจนถึงโรคซึมเศร้าล้วนแต่สัมพันธ์กับเวลาเรียนที่เช้าจนเบียดเบียนเวลาพักผ่อนทั้งสิ้น ดร. กาย มีโดวส์ (Dr. Guy Meadows) ผู้ร่วมก่อตั้ง The Read More …

10 คุณลักษณะสำคัญของ “การเป็นผอ.” ที่ยอดเยี่ยม!

เว็บไซต์ TalentSmart ได้ทำการศึกษาวิจัยผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคน พบว่า เจ้านายที่ดีมักจะมีบางสิ่งที่เหมือนกัน โดยปกติแล้ว 90% ของพวกเขาเก่งในเรื่องการจัดการกับอารมณ์เพื่อคงสมาธิ ความสุขุม และประสิทธิภาพในการทำงานเอาไว้ บุคคลเหล่านี้มีความฉลาดทางอารมณ์(EQ) สูง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการบรรลุเป้าหมาย และยังทำให้คนอื่นอยากร่วมงานกับพวกเขาด้วย สังเกตได้จากการปฏิบัติตัวของหัวหน้า คำพูดและการกระทำในชีวิตประจำวันนั้นล้วนแสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำได้อย่างชัดเจน แม้จะมองว่าพฤติกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่คนที่พัฒนาตนเองเท่านั้นถึงจะเห็นผล เรามาดูเทคนิควิธีการเด็ดๆ ที่บรรดาหัวหน้าหรือการเป็นนายคนนั้นมี กับ 10 คุณลักษณะต่อไปนี้ แน่นอนบางข้อนั้นอาจจะเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าควรมี หากแต่ความท้าทายจริงๆ กลับอยู่ที่ว่า คุณจะนำไปใช้อย่างถูกต้องตามกาลเทศะได้อย่างไร?   1. สุขุมเยือกเย็นหัวหน้าที่ดีต้องเป็นคนสุขุมและใจเย็น เพราะพวกเขาคอยสังเกตและทำความเข้าใจอารมณ์ของตัวเองอยู่ เสมอ เพื่อจะได้ควบคุมตนเองได้เมื่อต้องจัดการปัญหาที่ท้าทาย เมื่อไหร่ที่สถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดี หัวหน้าจะต้องพยายามเก็บซ่อนอารมณ์ภายใต้ความสงบเยือกเย็นไว้ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ไม่ว่าจะร้ายจะดีอย่างไร ทุกๆ อย่างจะหมุนเวียนไปตามเวลา สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อคุมตัวเองให้อยู่ และไม่เครียดจนเกินไป Read More …