คำสอนของเตี่ยชาวจีน ที่อพยพเข้ามาอยู่เมืองไทย ทำไมถึงรวยเป็นเศรษฐีได้เร็ว

คำสอนของเตี่ย… ฉันเป็นลูกชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อครั้งหนีภัยสงคราม เหล่ากง เหล่าม่า ต้องหอบลูกกระเตงหลาน เสื่อผืนหมอนใบ ข้ามน้ำ ข้ามทะเล หนีตายมาเมืองไทย เตี่ยเล่าให้ฟังว่า อยู่เมืองจีนลำบากมาก ข้าวปลาอาหารไม่มีกิน มีแต่ความแห้งแล้ง ผู้คนแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ตระกูลของเราได้เข้ามาอาศัยแผ่นดินไทย ตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 7 เรียกว่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แต่เตี่ยพูดไม่เป็น ตระกูลของเรายึดอาชีพค้าขาย คนจีนชอบค้าขาย ไม่ชอบเป็นลูกจ้างใคร สมัยนั้นลูกจ้างก็คือ กุลี ยากจนไม่มีความมั่นคง ถ้าคนจีนไม่ค้าขายก็ต้องไปเป็นกุลี ใช้แรงงานขายแรงงาน อากงมีวิชาทำก๋วยเตี๋ยวติดตัวมา อากงจึงทำโรงก๋วยเตี๋ยว อาแปะทำโรงซีอิ๊ว อาโกเปิดร้านค้าขาย อาเจ็กไม่มีวิชาอะไร จึงไปเรียนวิชาชีพเป็นช่างไฟและจบออกมาเปิดร้านค้าขายอุปกรณ์ไฟฟ้า ตระกูลของเราก็ได้ถ่ายทอดวิชาค้าขายต่างๆสืบทอดกันมาจนปัจจุบัน เตี่ยเป็นคนชอบชิม ชอบทาน เตี่ยทำอาหารเก่งมาก Read More …

โพสต์สุดท้ายของเธอก่อนเสียชีวิตเพียง 24ชม. เพื่อให้ทุกคนที่ยังมีลมหายใจ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

ผมใช้เวลา 1 ชั่วโมงนี้ เพื่อแปลโพสต์สุดท้ายของ “Holly Butcher” สุภาพสตรีที่ป่วยเป็นมะเร็งในวัย 26 ปี เธอเสียชีวิตหลังจากโพสต์ข้อความนี้ใน Facebook เพียง 24 ชั่วโมง และครอบครัวก็นำมาเผยแพร่เพื่อให้ผู้อื่นอ่านและรับรู้ว่าชีวิตนี้มีค่ามาก “มันก็แปลกอยู่นะที่ฉันจะต้องยอมรัีบความตายในวัยแค่ 2 6ปี” ความตายเป็นสิ่งที่คนหนุ่มสาวอย่างเรามักจะเพิกเฉย เพราะเราคิดว่ายังจะมีวันพรุ่งนี้เสมอ เราจะมีชีวิตไปเรื่อยๆ ความตายเป็นเรื่องของวันข้างหน้าที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ ฉันนึกภาพตัวเองตอนแก่ หน้าเหี่ยว ผมหงอกเต็มหัว อยู่ท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น มีหลานๆวิ่งเต็มบ้าน ฉันอยากจะสร้างครอบครัวกับคนรักอย่างที่ฝันไว้ ฉันอยากได้ชีวิตแบบนั้น คิดแล้วก็ทรมานเหลือเกิน ชีวิตที่เรารักนี้มันเปราะบาง คาดเดาอะไรไม่ได้เลย ทุกวันที่มีชีวิตคือของขวัญต่างหาก ไม่ใช่การดำรงอยู่เพราะเรามีสิทธิที่จะมีชีวิตต่อไปอย่างที่เข้าใจ ตอนนี้ฉันอายุ 27 ปีแล้ว ฉันรักชีวิตของฉัน ฉันมีความสุขกับมัน ฉันมีความรักที่ดี แต่ไม่มีใครควบคุมชะตาชีวิตได้ทั้งนั้น ฉันเขียนโพสต์นี้ก่อนฉันจะตาย ความตายน่ากลัว แต่เราต่างก็มองข้ามและพยายามไม่คิดถึงมัน Read More …

จำเป็นมากทุกคนควรรู้ไว้ “9 เรื่องมารยาทไทย”ที่ทุกคนควรมี

การมีมารยาทเป็นเรื่องสําคัญของมนุษย์ที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน เป็นการแสดงความเคารพให้เกียรติกัน คนไทยปัจจุบันมักเรียกตนเองว่า เป็นคนยุคใหม่ และชอบทําอะไรแบบง่าย ๆ ถือเอาความสะดวกสบาย เป็นหลักพฤติกรรมที่แสดงออกมาในบางครั้งจึงกลายเป็นคนได้มารยาทไปโดยไม่ตั้งใจ การให้เรียนรู้มารยาทในสังคมจึงยังเป็นสิ่งสําคัญต่อเยาวชนไทยเป็นอย่างยิ่ง มารยาทโดยทั่วไปที่ควรทราบมีดังนี้ 1. การแต่งกายให้เรียบร้อย การแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมกับเวลา และสถานที่ถือว่าเป็นผู้มีวัฒนธรรม และจะได้รับความเกรงใจจากผู้พบเห็น 2. การสํารวมกิริยาท่าทาง และคําพูด การอยู่ต่อหน้าผู้อื่นต้องสํารวมเรื่องการพูดไม่พูดคําหยาบคายตลกคะนอง เอะอะ แสดงกิริยาท่าทางให้สบเสงี่ยมเป็นการเคารพสถานที่ และรักษาบุคลิกของตนให้ดูดีในสายตาของคนอื่น 3. การรู้จักเกรงใจ ไม่ถือวิสาสะ การเกรงใจ คือ การรู้จักระวังความรู้สึกของคนอื่นในเรื่องต่อไปนี้ – การขอความช่วยเหลือ – การขออาศัยรถ หรือบ้าน – การไปเยี่ยมเยือนในเวลาเช้า หรือดึกเกินไป – การหยับยืมสิ่งของ ฯลฯ การไม่ถือวิสาสะ Read More …

7 ข้อคิดจาก ขงจื๊อ…ขยันให้ถูกที่ถูกเวลาชีวิตจะมีคุณค่าตลอดไป

“ขงจื๊อ” เคยกล่าวไว้เมื่อ 2,000 ปีก่อนว่า…คนฉลาดและขยัน ควรส่งเสริมให้เป็นแม่ทัพ, คนฉลาดและขี้เกียจ ควรเลี้ยงไว้เป็นทหารฝ่ายเสนาธิการวางแผนอยู่เบื้องหลัง, คนโง่และขี้เกียจเก็บไว้ใช้สอยทำงานตามคำสั่งก็พอไหว, แต่ถ้าเจอคนโง่และขยัน ต้องเอาไปตัดหัวทิ้งทันที เพราะจะทำให้งานเสีย และก่อความเดือดร้อนไม่รู้จบไม่ว่าคุณจะเป็นคนฉลาด หรือคนโง่..การขยันแบบไม่รู้เวล่ำเวลา ขยันทำสิ่งผิดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ดีแต่สร้างความเสียหายมากกว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สาย เลิกซะวัฒนธรรมการทำงานแบบขยันผิดที่ผิดเวลาเหตุผลดีๆ ที่คนเราไม่ควรขยันแบบผิดๆ คือ ประการที่ 1 : การขยันทำงานที่เน้นแต่ปริมาณโดยไม่ใช้สมอง  ไม่มีทางทำให้ได้งานดีมีคุณภาพ!! ลองเปลี่ยนวิธีทำงานซะใหม่ คิดให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือทำและจัดอันดับความสำคัญให้เป็น เชื่อสิครับว่างานจะเสร็จเร็วกว่าเดิมเยอะ แถมยังได้งานดีมีคุณภาพ ไม่ใช่สักแต่ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จักวางแผนงาน ประการที่ 2 : การโหมงานโต้รุ่งและนอนดึกตื่นสาย  ทำลายความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพราะสมองที่เบลอ ไม่มีทางคิดอะไรออก เรื่องนี้คอนเฟิร์มโดย “เอเรียนนา ฮัฟฟิงตัน” คอลัมนิสต์ชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายกรีก Read More …

เด็ก ป.4 ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษ ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด เก็บเงินจ่ายค่าเทอม

เด็กยุค 90 อย่างเราหากย้อนไปตอนอายุ 8-9 ขวบ คงจะหนีไม่พ้น ดีดลูกแก้ว โดดยาง พับจรวด ใช่มั้ย แต่ก็ยังมีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ้าง สำหรับเด็กๆ ที่ช่วยพ่อแม่ ทำงานขายของหารายได้เสริม และนี่ก็คือเรื่องที่เราจะพูดถึงกันวันนี้กับ เด็กชายป.4 วัยเพียง 8 ขวบคนนี้เลือกช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่ “น้องภูริ” ทองป้อง ปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา คุณแม่แอน เล่าว่า เมื่อ Read More …