10 เคล็ดลับสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษ การจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ลูกน้อย!

 การจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้หลายทาง ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆ เริ่มได้ที่บ้าน ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ ทารกมีพัฒนาการในการได้ยินเมื่ออยู่ในครรภ์ประมาณสัปดาห์ที่ 14-20 และเมื่อลูกคลอดออกมา หรือเข้าสู่วัยที่กำลังหัดพูและรู้ภาษามากขึ้น คุณพ่อคุณแม่มี วิธีสอนภาษาอังกฤษลูก ให้เก่งได้ ดังนี้ 1.ปิดทีวี เพราะทีวี ถือว่าเป็นการสื่อสารทางเดียว ภาพที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เด็กจดจ่อ คุณพ่อคุณแม่มักคิดว่าทีวีช่วยให้เด็กมีสมาธิดี จึงจัดให้ทีวีเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็กอันดับหนึ่งโดยลืมไปว่าแท้จริงแล้วภาพที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เด็กมีสมาธิสั้น เด็กเล็กๆ ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครองและการพูดคุยกับคนที่รัก ทีวีเป็นสิ่งที่ทำให้ทักษะต่างๆ รวมถึงพัฒนาการทางการฟังและการพูดของเด็กช้าลง เพราะทีวีเป็นการสื่อสารทางเดียว 2.ตัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการพูดออกไป ได้แก่ ขวดนม การให้ลูกกินนมและขวดนมคาอยู่ที่ปากตอนนอน ทำให้มีผลเสียต่อฟันและอาจให้ทำติดเชื้อที่หูได้ 3.เล่นกับลูก พูดคุยเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้ลูกฟัง ฟังเมื่อลูกพูด เล่นบทบาทสมมติ เล่นของเล่นกับลูก พยายามเพิ่มคำศัพท์ต่างๆ ให้ลูกขณะที่เล่น 4.เพิ่มพูนภาษาให้ลูกไม่ต้องให้ลูกพูดตามที่เราพูด แต่ในขณะที่มองดูสิ่งต่างๆ รอบตัว ให้เราสร้างเป็นประโยค มีประธาน กิริยา และกรรม Read More …

จริงๆลูกแค่ “ซนตามวัย”หรือเป็นเด็ก “สมาธิสั้น”? เช็คเลย!

ความซนกับเด็กมักเป็นของคู่กันจนอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเด็กซนมากเกินไป ไม่อยู่นิ่ง ดูไม่มีสมาธิ หุนหันพลันแล่น จนกระทบต่อการเรียนและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นั่นอาจเกิดจาก “โรคสมาธิสั้น” ที่จำเป็นต้องทำการรักษา โรคสมาธิสั้นเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า โดยปกติโรคสมาธิสั้นจะมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ซนมาก สมาธิสั้น และหุนหันพลันแล่น แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกสามอย่างนี้ อาจจะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจมีครบทุกอย่างเลยก็ได้ โดยอาการเหล่านี้จะต้องเกิดก่อนอายุ 12 ปี ซนมาก – เด็กจะวิ่งเล่นในแต่ละวันแบบไม่หยุด ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มักชอบเล่นอะไรที่เสี่ยงๆ แผลงๆ เล่นแรง ไม่กลัวเจ็บ ยุกยิก อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องขยับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเสมอ นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ ต้องผุดลุกผุดนั่ง ทำท่าจะลุกตลอดเวลา เมื่อเข้าโรงเรียนคุณครูมักจะบอกว่าเด็กไม่ยอมเรียน ลุกตลอดเวลา เดินวนในห้อง ในบางรายอาจลงไปนอนกลางห้อง เด็กมักเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้เพราะเล่นแรงมาก ทำให้ไม่มีใครเล่นด้วย Read More …

แพทย์ชี้เด็กยิ่งเล่นยิ่งฉลาด แนะพ่อแม่ส่งเสริมการเล่นอย่างอิสระ 7 ประการ

นพ.จอม ชุมช่วย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวใน “การประชุมคณะทำงานพัฒนาวิชาการเพื่อเพื่อสนับสนุนคณะกรรมการประสานนโยบายการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย จัดโดยมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า เด็กปฐมวัยอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ เป็นวัยที่มีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมองมีการพัฒนาสูงสุด หากเด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็จะมีพัฒนาการเติบโตที่ดี ซึ่งเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มีความสำคัญและสัมพันธ์ต่อพัฒนาการของสมอง ก็คือ การเล่น เนื่องจากสมองจะทำงานสูงสุดขณะเล่นและพร้อมที่จะเรียนรู้ ดังนั้นหากผู้ปกครองสนับสนุนการเล่นในเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสมแล้ว จะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพรอบด้านในอนาคต จากข้อมูลการศึกษาในหลายประเทศ พบว่า การที่เด็กมีของเล่นที่เหมาะสม และได้เล่นร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระ มีผลทำให้ระบบประสาทของสมองเชื่อมโยงได้อย่างสมบูรณ์ เด็กจะมีความสุขและ มีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ขาดโอกาสในการเล่น นอกจากนี้เด็กได้เล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกัน จะทำให้มีโอกาสพัฒนาภาษาที่ซับซ้อนมากขึ้น มีความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และมีทักษะทางกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว “การเล่นเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็ก และเป็นเครื่องมือในการช่วยปรับอารมณ์ พฤติกรรม ตลอดจนบุคลิกภาพของคนๆ นั้น Read More …

ลองดูเลย!! 7 วิธีดูคนของขงเบ้ง จากตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง!!

ขงเบ้งได้เขียนถึงวิธีการหยั่งรู้ใจคนไว้ในบทที่ 3 ของ “ตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง” ตำราวิชาการทหารเล่มสำคัญ ที่ขงเบ้งมอบให้แก่เกียงอุยนายทหารเอก และตำราเล่มนี้ยังคงสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในบท ๆ นี้มีใจความสำคัญว่า “อันการหยั่งรู้ ดูอุปนิสัยใจคอคนนั้นเป็นเรื่องยาก คนมีดีชั่วแตกต่าง นิสัยใจคอหาใช่จะสัมพันธ์กับรูปลักษณ์ภายนอก บางคนหน้าซื่อแต่ใจกลับคิดคด บางคนสุภาพอ่อนหวานแต่กลับมีจิตใจเลวทราม บางคนเกรี้ยวกราดห้าวหาญแต่กลับขี้ขลาดตาขาว บางคนมีมานะแข็งขันแต่กลับกลิ้งกลอกหาความสัตย์มิได้ ใจคนนั้นแม้นจะดูยาก แต่ก็พอมีโอกาสหยั่งถึง”   วิธีที่จะหยั่งรู้จิตใจมนุษย์นั้น มีอยู่ด้วยกัน 7 ประการดังนี้ 1. ลองใจด้วยความผิดและถูก เพื่อหยั่งรู้คติธรรม ลองใจด้วยปัญหาทางศีลธรรม สอบถามประเด็นทางการเมือง เพื่อทดสอบจุดยืน ความคิดจิตใจ ทัศนคติ รวมทั้งความปรารถนาลึก ๆ ภายในจิตใจ 2. โต้แย้งให้จนมุม เพื่อดูปฏิภาณ หาปัญหาต่าง Read More …

สรุปการลาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กับข้อผูกพันด้านการเงิน)

โดยสมเกียรติ เอี่ยมโพธิ์  รอง ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต ๑ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้แบ่งประเภทการลาไว้ ๑๑ ประเภท และ ก.ค.ศ. ได้กำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาต และอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตการลาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการลาประเภทต่าง ๆ ไว้ เรื่องของการลานั้นมีความเชื่อมโยงผูกพันในด้านการเงินหลายประเด็น ทั้งการได้รับเงินเดือนระหว่างลา การได้รับเงินวิทยฐานะ การเลื่อนขั้นเงินเดือน ซึ่งจะขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้ ตามลำดับดังนี้                  ๑. การลาป่วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา อนุญาตได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๖๐ วัน ผอ.สพท. อนุญาตได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑๒๐ วัน การลาป่วยที่รักษาตัวเป็นเวลานาน Read More …