8 คำพูดที่ไม่ควรพูดกับเด็ก คำพูดที่ปิดกั้นพัฒนาการเด็ก ครูและผู้ปกครองอ่านด่วนก่อนจะสายไป

เด็ก ๆ ที่อยู่ในช่วงของวัยเรียนรู้ มักจะเป็นคนช่างสังเกตและจดจำรายละเอียด โดยเฉพาะคำพูดของผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังคำพูดเป็นอย่างยิ่งนะคะ เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการเด็กได้ วันนี้เลยมีคำต้องห้ามมาฝากกัน ไปดูกันเลยค่ะว่ามีคำอะไรที่ไม่ควรพูดเพราะอาจจะทำให้ปิดกั้นพัฒนาการเด็กบ้าง     1. ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง คำพูดนี้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ชอบกันทั้งนั้นใช่ไหมละคะ ฟังแล้วรู้สึกเสียความมั่นใจ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะโมโหหรือโกรธสักแค่ไหน ก็ไม่ควรเผลอพูดคำนี้ออกมาเด็ดขาด เพราะนั้นจะทำให้เด็กไม่กล้าจะลองทำสิ่งใหม่ๆ พัฒนาการเด็กก็จะย้ำอยู่กับที่ และอาจจะไม่กล้าแสดงออกอีกต่อไป ดังนั้นควรใช้คำพูดในเชิงบวกเข้าไว้ ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ แนะนำและให้กำลังใจจะเป็นผลดีกว่านะคะ   2. หุบปากแล้วอยู่เงียบ ๆ เด็กที่อยู่ในวัยที่กำลังหัดพูด มักจะชอบพูดไปตามประสาหรือพูดอยู่ตลอดเวลา หากเด็กพูดคำที่ไม่เหมาะสม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรพูดหรือสอนกับลูกดีๆ อย่าแสดงอาการแสดงรำคาญเวลาที่ลูกถามหรือสงสัย เพราะเด็กจะไม่กล้าถาม ไม่กล้าแสดงออก และรู้สึกเก็บกด และพัฒนาการของก็จะช้าลง Read More …

จะแก้ปัญหาลูกอ่อนเลขได้อย่างไร? บทความแนวคิดและเทคนิคง่ายๆ

เมื่อวันเสาร์ – อาทิตย์ (9 – 10 ส.ค. 57) ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสประชุมกับอาจารย์ Li Fanglan และอาจารย์ Emily ซึ่งทั้งสองท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหาเด็กอ่อนคณิตศาสตร์จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งท่านได้มาช่วยวางระบบ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาเด็กอ่อนคณิตศาสตร์น่ะครับ และมีข้อสรุปดีๆ ที่คิดว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาด้วยตนเองได้ เอาเป็นว่าผมขออนุญาตสรุปให้อ่านเลยก็แล้วกันนะครับ 1. ปัญหาเด็กอ่อนคณิตศาสตร์  นั้นส่วนหนึ่งเกิดมาจากเด็กคิดได้ช้า คิดได้ไม่ทันเพื่อน (การคิด นี่ไม่ใช่แค่การคำนวณนะครับ แต่เป็นความเข้าใจในหลักการทางคณิตศาสตร์ และที่มาที่ไปของเนื้อหาที่เรียนด้วยนะครับ) พอเด็กคิดช้า คิดไม่ทันเพื่อน เด็กก็จะรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย กลัวที่จะต้องถูกถาม กลัวที่จะตอบไม่ได้ ก็จะเก็บตัวเงียบๆ เพื่อนตอบอะไร ก็ตอบตามเพื่อนไป แบบเออออห่อหมกไป เพื่อไม่ให้ครู หรือคนอื่นๆ รู้ว่าเขาไม่เข้าใจ Read More …

โหลดด่วน!รวมเอกสารที่(จำเป็น)ในการเยี่ยมบ้านนักเรียน

การเยี่ยมบ้าน หมายถึง การที่ครูไปเยี่ยมพบปะกับผู้ปกครองและนักเรียนที่บ้านของนักเรียน อันจะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน  และทำให้ครูได้รู้ได้เห็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ทางบ้านของนักเรียน และนำข้อมูลไปวางแผนพัฒนา ส่งเสริม ป้องกันและแก้ปัญหาของนักเรียนต่อไปการเยี่ยมบ้านนักเรียนมีจุดมุ่งหมายและหลักการ ดังนี้ จุดมุ่งหมายของการเยี่ยมบ้าน มีดังต่อไปนี้ 1. เพื่อให้ครูได้เห็นสภาพแท้จริงของสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ทางครอบครัวของนักเรียน 2. เพื่อช่วยให้ครูได้รู้ถึงเจตคติของผู้ปกครองที่มีต่อครู โรงเรียน และนักเรียน 3.  เพื่อสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน อันจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียน 4.  เพื่อเพิ่มเติมข้อมูล ข้อเท็จจริง บางประการที่เกี่ยวกับเด็กนักเรียนที่ไม่อาจสามารถหาได้ด้วยวิธีการอื่น ๆ   หลักการเยี่ยมบ้าน : เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อครูและโรงเรียนอีกทั้งยินดีให้ข้อมูล  ครูที่ไปเยี่ยมบ้านจึงควรยึดหลักการดังนี้ 1. ก่อนไปเยี่ยมบ้านควรแจ้งให้นักเรียนทราบล่วงหน้าเพื่อไปบอกกล่าวผู้ปกครองก่อนว่าครูจะเยี่ยมบ้านในวันใดเวลาใด 2. ครูควรตั้งจุดมุ่งหมายของการไปเยี่ยมบ้านว่าต้องการทราบข้อเท็จจริงหรือข้อมูลเรื่องใดบ้าง พร้อมทั้งเตรียมหัวข้อที่จะสัมภาษณ์หรือสนทนากับผู้ปกครองของนักเรียน  เพื่อให้ได้ข้อมูลตามจุดมุ่งหมายนั้น 3. ศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวนักเรียนเท่าที่มีอยู่ก่อนไปเยี่ยมบ้าน เพื่อการปฏิบัติตัวหรือถามคำถามที่เหมาะสมกับสภาพทางบ้านของนักเรียน 4.  พยายามสร้างให้เกิดความคุ้นเคย  ความอบอุ่นใจ Read More …

6 เทคนิคการจดเลกเชอร์ขั้นเทพ!

นักเรียนในระดับประถมและมัธยมนั้นอาจยังไม่เห็นความสำคัญของการจดเลกเชอร์ แต่ความสามารถในการจดเลกเชอร์หรือจดตามที่อาจารย์พูดหน้าห้องนั้นมีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับในมหาวิทยาลัย ใครที่จดได้ดี ครบถ้วน และเร็ว ก็จะเก็บความรู้ตรงนั้นไปไว้ทบทวนในเวลาสอบได้ค่อนข้างมาก ดังนั้นวันนี้ Top-A tutor ก็มีบทความดีๆเกี่ยวกับเทคนิคการจดเลกเชอร์มาฝากทุกๆคนให้นำไปทดลองทำตามกันดูนะครับ ใช้สัญลักษณ์ การใช้สัญลักษณ์แทนคำพูดนั้นจะช่วยให้สามารถจดเลกเชอร์ได้ง่าย และรวดเร็วขึ้นมากเลยละครับ อีกทั้งหลายๆครั้งทำให้ง่ายต่อการทบทวนอีกด้วย สัญลักษณ์ต่างๆที่ว่านั้นอาจคิดขึ้นมาเองเพื่อสื่อความหมายของตนเองโดยเฉพาะก็เป็นได้ เช่น ใช้ดอกจัน (***) เพื่อเน้นตรงที่สำคัญ และควรรู้เพราะอาจารย์ย้ำ ใช้เครื่องหมายบวก (+) เพื่อแทนคำว่า “และ” ใช้ลูกศรชี้ขึ้นหรือลงเพื่อแทนคำว่า “เพิ่มขึ้นหรือลดลง” เป็นต้น แบ่งครึ่งกระดาษ ในกรณีที่ต้องจดลงกระดาษบางชนิดเช่น A4 การแบ่งครึ่งกระดาษตามแนวยาวของกระดาษจะช่วยให้สามารถจดได้ง่ายขึ้น ไม่เปลืองกระดาษและอ่านง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก เช่น ในวิชาคณิตศาสตร์เมื่อจดวิธีทำนั้นจะพบว่า 1 บรรทัดอาจเขียน 1 สูตรแล้วก็ขึ้นบรรทัดต่อไปในขั้นตอนต่อไป ทำให้เปลืองกระดาษและเมื่ออ่านก็อาจต้องมองในมุมที่กว้างเพราะในบางครั้งประโยคอยู่ชิดด้านซ้ายกระดาษ สูตรอยู่กลางกระดาษการอ่านลักษณะนี้ก็อาจจะลำบากไปสักนิด Read More …

ครูที่ดีมักจะทำ 7 สิ่งต่อไปนี้ เวลาที่เด็ก….?(บทความที่อยากจะให้ครูทุกท่านได้อ่าน)

1.เวลาที่เห็นเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ครูจึงควรตำหนิด้วยเหตุผล มิใช่ปล่อยไว้ให้เขาทำต่อไป โดยที่เราไม่สนใจใยดี   2.เวลาเห็นเด็กเจ็บป่วย ครูจึงควรรีบช่วยเหลือ รีบสอบถามถึงอาการป่วย หากอาการหนักควรรีบหาวิธี ให้เด็กได้พบหมอ   3.เวลาเห็นเด็กทำความดี ครูจึงควรชมเชยและให้กำลังใจ พวกเขาให้ทำความดีกันต่อไป อย่าเมินเฉยเป็นเด็ดขาด เพราะคนดีเราต้องรีบส่งเสริม 4.เวลาที่เด็กรู้สึกท้อแท้ ครูจึงควรให้กำลังใจพวกเขา มิใช่ดุด่าหรือตอกย้ำถึงความผิด ที่พวกเขาทำ แต่จงให้คำแนะนำ ที่ดีและให้กำลังใจพวกเขา ให้สู้ต่อไปจนกว่าชีวิตพวกเขา จะประสบความสำเร็จ   5.เวลาที่เด็กเติบโต ครูที่ดีจะคอยเฝ้ามองการเติบโต ของพวกเขา ยิ่งเขาเติบโต เรียนรู้และประสบความสำเร็จ ครูที่ดีจะไม่รู้สึกอิจฉาใดๆ แต่จะรู้สึกดีเมื่อเขาได้พบเจอ แต่สิ่งที่ดีดีในชีวิต   6.เวลาที่เด็กไร้เป้าหมาย ครูที่ดีมักจะปลุกความฝันของเด็กๆ ที่ไร้ความฝันอยู่เสมอ เป็นคนที่คอยย้ำเตือนถึง เป้าหมายในชีวิตของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พวกเขาเดินหลงผิด Read More …