6 เคล็ดลับการทำ PowerPoint ให้ดึงดูดกระชากใจ!

เวลาที่เราต้องทำการพรีเซนต์งานต่างๆ ทั้งตอนเมื่อสมัยเรียนจนมาถึงเวลาตอนทำงาน เราก็ยังคงใช้โปรแกรม PowerPoint ในการ Presentation กันอยู่ตลอดเวลา แต่รู้ไหมว่าการที่จะทำให้งานที่เราพรีเซนต์ออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่แค่เพียงตอนที่เรากำลังพูดนำเสนองานเท่านั้น แต่สไลด์งานบน PowerPoint ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้งานของเราน่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้อ่านให้คล้อยตามและยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่เรานำเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งเราก็มีเทคนิคการทำ PowerPoint ในการนำเสนอข้อมูลงานไม่ให้น่าเบื่อ ดูน่าสนใจ เข้าใจง่าย และดูมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นมาฝาก…. เทคนิคการทำ PowerPoint ให้สวยโดนใจ   1. หลีกเลี่ยงการใช้ Template สำเร็จรูปจากโปรแกรม PowerPoint เพราะบางครั้งการใช้ Template สำเร็จรูปที่โปรแกรมมีไว้ให้เรานั้น ก็ไม่สามารถทำให้งานของเรามีความน่าสนใจหรือน่าอ่านเลย แต่การที่เราได้ออกแบบใหม่เอง จะทำให้เรารู้ว่าส่วนไหนควรวางอะไร ควรใช้สีอะไรถึงเหมาะสม แล้วก็ควรใส่ข้อความลงไปเท่าไหร่จึงจะทำให้ผู้อ่านสนใจ   2. Flat Design Read More …

คนอังกฤษจะเลิกใช้คำว่า Thank You แล้วเปลี่ยนเป็น…จริงหรือ?

เราอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า คำว่า ‘Thank You’ หรือ ‘Cheers’ เป็นคำที่ส่งต่อความรู้สึกถึงการขอบคุณได้ดีที่สุด และโดยปกติถ้าเจอเพื่อนฝรั่งมาทัก ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่ามันพูดเรื่องอะไร เราก็จะตอบไปแค่ว่า.. แต๊งกิ้ว จากผลสำรวจของบริษัท Me to You พวกเขาได้ทำการสำรวจประชากรในอังกฤษจำนวน 3,000 คน และได้คำตอบมาเหมือนกันว่า คำว่า ‘Thank You’ เป็นคำที่ให้ความรู้สึกธรรมดามากเกินกว่าที่จะเอาใช้พูดกัน (มันเก่าไปแล้ว)   จากผลสำรวจก็ได้พบว่า ยังมีอีก 19 คำศัพท์ที่ี่มีความหมายเดียวกันแต่ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า และไม่น่าเบื่อพร่ำเพื่อเท่ากับแต๊งกิ้ว ที่คนอังกฤษหันมาเลือกใช้กันมากขึ้น ดังนี้… 1. Cheers 2. Ta 3. That’s great 4. Cool 5. Read More …

อัจฉริยะหรือขี้เกียจ!? ผลงานนักเรียนญี่ปุ่นทำโปสเตอร์ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย” สร้างกระแสดัง

ถ้าพูดถึงกระแสไวรัลในเน็ตทางฝั่งญี่ปุ่นตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องราวมือสีแดงอย่างแน่นอน เมื่อมีภาพการบ้านของเด็กชายคนหนึ่งถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เมื่อคุณได้สั่งการบ้านภาคฤดูร้อนให้เด็กๆ กลับไปทำในหัวข้อว่า “โปสเตอร์ขับขี่ปลอดภัย” ซึ่งเมื่อคุณลองคิดภาพตาม คุณคิดว่าเด็กวัย 12 จะทำการบ้านนี้ออกมายังไงล่ะ? พวกคุณคงคิดว่ามันจะต้องเป็นภาพน่ารักๆ พากันข้ามถนน หรืออะไรที่เด็กปกติจะคิดกันขึ้นมา ทว่ากลับมีเด็กคนหนึ่งสามารถทำการบ้านนี้เสร็จได้ภายใน 5 นาที โดยการทาสีแดงลงไปทั่วทั้งแขน จากนั้นก็วางทับลงไปบนกระดาษ พร้อมเขียนคำว่า “ช่วยด้วย” ลงไป พร้อมกับได้บอกว่าโปสเตอร์นี้แหละที่จะทำให้คนตระหนักถึงจริงๆ ไม่ใช่ภาพน่ารักๆ ที่คนอื่นๆ ทำกัน     งานนี้เล่นเอาชาวเน็ตอึ้งกันเป็นแถบๆ เพราะถ้าเราไม่บอกว่าเด็กทำ ดุยังไงมันก็อิมแพคเหมือนคนที่โดนชนและเลือดอาบเต็มตัวล้มลงกับพื้น เด็กวัย 12 ที่สามารถคิดได้ขนาดนี้ โตขึ้นจะต้องเจ๋งมากแน่ๆ ความเห็นคนเราย่อมมีแตกต่างกันไป เพราะชาวเน็ตบางกลุ่มก็บอกว่าเด็กคนนี้จริงๆ ขี้เกียจต่างหาก เขาแค่ไม่อยากจะทำการบ้านเหนื่อยๆ แบบที่เด็กคนอื่นวาด ก็เลยใช้ภาพนี้แหละ งั้นเราลองมาดูคอมเม้นท์ชาวเน็ตที่ถกเถียงกัน Read More …

คู่มือการสร้างวินัยเชิงบวก สำหรับงานดูแลและช่วยเหลือนักเรียน

ครูหรือพ่อแม่ย่อมเป็นที่รักของเด็ก เป็นคนที่เด็กหันไปหาเมื่อต้องการความอบอุ่นปลอดภัย การลงโทษเด็กด้วยความรุนแรงจึงขัดแย้งกับธรรมชาติและทำให้เด็กสับสนหรือเสียใจเมื่อคิดว่าคนที่ควรจะปกป้องคุ้มครองให้ความรักความอบอุ่น กลับเป็นผู้ทำร้ายเด็กเสียเอง หรือหากมองจากมิติของสิทธิมนุษยชนก็จะเห็นได้ง่ายว่าเด็กทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยจากความรุนแรงทุกประเภท เช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่ที่ย่อมไม่ยินยอมให้ใครมาดูถูกเหยียดหยาม ล้อเลียน ทำร้ายร่างกาย จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เด็กจะต้องทนรับความเจ็บปวดจากการกระทำเช่นนี้ด้วย ซึ่งเด็กไม่มีทางที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากใครได้ ครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน จึงต้องช่วยเหลือเด็ก ด้วยการไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็กเสียเอง ดาวน์โหลดคู่มือ การสร้างวินัยเชิงบวก ที่มา : สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา  

เช็กสัญญาน 6 พฤติกรรม “ลูกติดโทรศัพท์”

การปล่อยให้ลูกเล่นมือถือและทิ้งลูกอยู่กับหน้าจอเพียงลำพังนานเกินวันละหลายชั่วโมง อาจส่งผลให้เด็กจดจ่อกับเรื่องราวที่ผ่านตาเร็วเกินไป และไม่ยอมละสายตาเพื่อสนใจกับสิ่งรอบตัวอื่นรอบข้าง ด้วยการเคลื่อนไหวในสื่อต่าง ๆ บนหน้าจอมือถือหรือแท็ปเล็ตที่เปลี่ยนแปลงและมีความรวดเร็ว จะทำให้เกิดปัญหาการใช้สมองในส่วนความทรงจำลดลง และหากปล่อยให้ลูกเล่นเช่นนี้เป็นประจำทุกวันจะสะสมให้เด็กเกิดอาการ “สมาธิสั้น” ได้ เช็กสัญญานพฤติกรรม “ลูกติดโทรศัพท์” 1.แอบเล่นมือถือ ด้วยการหาที่เล่นโดยไม่ให้พ่อแม่เห็น เช่น ในห้องนอน 2.ใช้เวลาเล่นมือถือนานขึ้น และเกิดอารมณ์หงุดหงิดเมื่อถูกพ่อแม่ต่อว่า ห้ามไม่ให้เล่น หรือถูกสอดส่องพฤติกรรมจากการเล่นสมาร์ทโฟน 3.ตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่จะได้เล่นมือถือ หรือขอเล่นมือถือจากพ่อแม่บ่อย ๆ 4.มีการแสดงอารมณ์ ก้าวร้าว อารมณ์เสียง่าย หงุดหงิด หดหู่ เมื่อไม่ได้เล่น และจะหายทันทีเมื่อพ่อแม่ยอมให้ลูกได้เล่น 5.ไม่สนใจสิ่งอื่น ๆ หรือกิจกรรมรอบตัว เพราะมัวแต่เล่นมือถือ หรือขาดสมาธิระหว่างทำการบ้าน เพราะชอบเปิดสมาร์ทโฟนควบคู่ระหว่างทำการบ้าน 6.มีอาการตื่นสายและรู้สึกอ่อนเพลียในตอนเช้า สาเหตุด้านพฤตกรรมเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เด็กมีแนวโน้มที่จะสมาธิสั้น และนอกจากนี้การที่เด็กติดมือถือหรือติดเกม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กมีปัญหาการสื่อสารกับผู้อื่นได้ Read More …