มารยาทใน “การพูด”และ “การฟัง”ที่ทุกคนควรมี!

การพูดมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เป็นอันมากไม่ว่าจะอยู่ที่ใดประกอบกับกิจการงานใดหรือคบหา สมาคมกับผู้ใด ผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจการงาน การคบหาสมาคมกับผู้อื่นตลอดจนการทำประโยชน์แก่สังคม ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพในการพูดทั้งสิ้น การพูดมีความสำคัญต่อตนเอง เพราะถ้าผู้พูดมีศิลปะในการพูดก็จะเป็นคุณแก่ตนเอง ส่วนในด้านสังคมนั้น เนื่องจากเราต้องคบหาสมาคมและพึ่งพาอาศัยกัน การที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนั้นจำเป็นต้องเป็นคนที่ “พูดดี” คือพูดไพเราะน่าฟังและพูดถูกต้องด้วย มารยาทในการพูด การพูดของคนเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีหลักเกณฑ์ รู้จักกาลเวลา และที่สำคัญต้องคำนึงถึงมารยาทที่ดีในการพูดด้วย มารยาทในการพูดแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1. มารยาทในการพูดระหว่างบุคคล 2. มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ มารยาทในการพูดระหว่างบุคคล มีดังนี้ 1. เรื่องที่พูดควรเป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีความสนใจและพอใจร่วมกัน 2. ไม่พูดเรื่องของตนเองมากจนเกินไป ควรฟังในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด ไม่สอดแทรกเมื่อเขาพูดยังไม่จบ 3. พูดตรงประเด็น อาจออกนอกเรื่องบ้างพอผ่อนคลายอารมณ์ 4. เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่บังคับให้ผู้อื่นเชื่อหรือคิดเหมือนตน มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ การพูดในที่สาธารณะต้องรักษามารยาทให้มากกว่าการพูดระหว่างบุคคล Read More …

5 สัญญาณบ่งบอกว่าลูกยังไม่พร้อมเข้าเรียนอนุบาล

เด็ก ๆ ก่อนวัยเรียน ในช่วง 2-3 ขวบ ควรมีโอกาสในการเตรียมความพร้อมสำหรับที่จะเข้าเรียนอนุบาล และพร้อมช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงอีกหลายปัจจัยเข้ามาประกอบทั้งเรื่องของสังคม อารมณ์ความรู้สึก ความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาการของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีความสามารถในการพัฒนาตนเองที่แตกต่างกัน เช็กความพร้อมของลูกของคุณดู หากเจ้าตัวเล็กมีสัญญาณเหล่านี้แสดงว่าเขาอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการเข้าเรียนอนุบาลก็ได้ 5 สัญญาณบ่งบอกว่าลูกยังไม่พร้อมเข้าเรียนอนุบาล #1 ยังไม่ได้ฝึกการใช้ห้องน้ำ หรือยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างมากในการทำกิจวัตรประจำวัน เด็กในวัยก่อนอนุบาลต้องเริ่มหัดใช้ห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวเองได้ หรือแม้แต่การช่วยเหลือตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ลองดูซิว่าลูกหัดใส่เสื้อผ้าหรือกางเกงเองได้หรือยัง เริ่มที่อยากจะเรียนรู้การติดกระดุมหรือรูดซิปบ้างหรือเปล่า สวมใส่รองเท้าเองได้ไหม แม้แต่การตักอาหารกินข้าวด้วยตัวเอง เหล่านี้คุณได้เริ่มหัดให้ลูกเตรียมพร้อมก่อนที่จะเข้าอนุบาลหรือยัง เพราะเมื่อเด็ก ๆ ได้ไปโรงเรียนที่มีเพื่อนคนอื่นอยู่ในห้องราว 20 คนหรือมากกว่าและมีครูหนึ่งหรือสองคนเป็นผู้ดูแลนั้นความมีอิสระและการสามารถที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเองนั้นสำคัญมากเวลาอยู่ในห้องเรียน   #2 สามารถรับฟังหรือปฏิบัติตามคำสั่งได้หรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ลองออกคำสั่งให้ลูกลองทำตามซัก Read More …

5 วิธีจัดการกับลูก เมื่อลูกอารมณ์ร้าย!!!

ในความเป็นจริงนั้นการมีอารมณ์ร้าย เช่น อารมณ์โกรธ อารมณ์ฉุนเฉียว เป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนมีอยู่ในตัวเองตามธรรมชาติ แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถควบคุมมันได้มากน้อยแค่ไหน และอยู่ที่ว่าอารมณ์ร้ายของเราก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตัวเราเองหรือคนอื่น ๆ หรือไม่ เพราะหากใครที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ส่วนร้ายของตัวเองได้มากพอ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น การไม่เป็นที่รัก ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย บางอาจคนถูกต่อต้านจนไม่สามารถเรียนหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ก็มี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงอย่าได้นิ่งนอนใจหากลูกมีพฤติกรรมหรือมีอารมณ์ร้ายบ่อย ๆ จนน่ากลัวว่าจะติดเป็นนิสัย ต้องเร่งรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน  อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ถึงสาเหตุอารมณ์ร้าย ๆ ของลูกเสียก่อนว่าเกิดเพราะสาเหตุใด เพื่อคอยช่วยเหลือและสอนให้ลูกจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ 1.สอนลูกให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามันไม่เป็นการดีเลยหากลูกต้องโมโหและอาละวาด บอกลูกว่ามันไม่ดีเลย หากลูกโมโหแล้วมีการทำร้ายหรือขว้างปาข้าวของเสียหาย ซึ่งรวมถึงการทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูดของเรา 2.ลองหายใจเข้าลึก ๆ 3 ครั้ง หรือ นับ 1 ถึง 10 อย่างช้า ๆ ช่วยให้เด็ก ๆ จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง Read More …

คนขี้ประจบสอพลอ VS ผู้บริหารไม่หนักแน่นมั่นคง อะไรจะเกิดขึ้นในองค์กร?

คนขี้ประจบสอพลอนั้นไม่ค่อย เป็นปัญหาเท่าไหร่หากว่าเจ้านายนั้นเป็นคนที่หนักแน่น มั่นคง และเที่ยงธรรม แต่หากเจ้านายเป็นคนที่หูเบา คนขี้ประจบสอพลอจะสร้างปัญหาได้มากมายเพราะเจ้านายจะเชื่อเขาได้ง่ายมาก เมื่อเจอคนแบบนี้ อย่างแรกที่คุณควรทำให้ได้ถ้าไม่อยากทุกข์ก็คือ อย่าโกรธเกลียดเขา หรือมีสติรู้ทันให้ได้เวลาเกิดอารมณ์ดังกล่าว หาไม่แล้วคุณจะทำงานอย่างไม่เป็นสุขเลย เพราะมัวแต่นึกถึงเขาด้วยความขุ่นมัว คอยหวาดระแวงเขาตลอดเวลา ผลก็คือใจก็เป็นทุกข์ งานก็ออกมาไม่ดี คุณควรตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนให้ดีที่สุดเพื่อให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ หากเจ้านายของคุณเป็นคนที่มีสติปัญญาก็ย่อมเห็นได้เองว่าใครคือคนที่เขาควรให้ความ สำคัญหรือใส่ใจมากกว่ากัน คนประจบสอพลอนั้นมักเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ขาดความรู้ จึงต้องอาศัยปากเป็นเครื่องมือสำคัญในการไต่เต้า มองในแง่นี้เขาก็เป็นคนที่น่าเห็นใจ ความพร่องในตัวเขาทำให้เขาก่อปัญหาหรือทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว เราจึงไม่ควรเกลียดเขา หากเป็นไปได้ควรช่วยให้เขาพัฒนาทักษะหรือความสามารถ จะได้พึ่งพาปากให้น้อยลง การทำดีต่อเขานั้นอาจช่วยให้เขาหันมาตระหนักถึงความผิด พลาดที่เคยทำ การเอาชนะใจผู้อื่นด้วยความดีนั้นเป็นวิธีที่ให้ผลดีอย่างยั่งยืน แต่หากพยายามทำแล้ว เขายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ก่อปัญหาแก่ผู้คนไม่หยุด ก็อาจต้องใช้วิธีตักเตือนที่เข้มข้น(แต่เป็นสันติวิธี) คือ การคว่ำบาตร ไม่คบค้าสมาคมกับเขา เชื่อแน่ว่าในที่ทำงานของคุณคงมีผู้คนอีกมากมายที่เดือดร้อนเพราะการกระทำของเขา หากร่วมกันคว่ำบาตรอย่างพร้อมเพรียง ก็คงให้บทเรียนแก่เขาได้ไม่มากก็น้อย ประจบสอพลอ=เวลาเจ้านายอยู่ทำงานเต็มร้อย Read More …

นิทานเรื่อง “เจ้ากบ” ที่อยากให้คนที่ชอบแคร์คำพูดคนได้อ่าน

ครั้งหนึ่ง.. มีกลุ่มของลูกกบตัวเล็กๆกลุ่มหนึ่ง   ได้มาจัดการแข่งขัน เพื่อจะปีนขึ้นไปยอดเสา ไฟฟ้าแรงสูง มีกลุ่มชนชาวกบมากมาย มารอชม และเชียร์การแข่งขันครั้งนี้ การแข่งขันเริ่มขึ้น พูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีชนชาวกบตัวใด จะเชื่อว่ากบตัวเล็กๆ เหล่านี้จะปีนขึ้นไปจนถึงยอดได้ มีเสียงพูดลอยมาให้ได้ยินเป็นต้นว่า “เขาไม่มีทางจะขึ้นไปถึงยอดหรอก มันยากลำบากขนาดนั้น” หรือ “เขาไม่มีโอกาสจะประสบความสำเร็จหรอก เสามันสูงขนาดนั้น” เจ้ากบตัวน้อยๆ เหล่านี้ ก็เริ่มที่จะร่วงหล่นลงไปทีละตัวๆ ยกเว้นเจ้าตัวหนึ่งซึ่งยังปีนอย่างมุ่งมั่น สูงขึ้น และสูงขึ้น ฝูงกบก็เริ่มส่งเสียงร้องตะโกน “มันยากเกินไป ไม่มีใครทำได้หรอก” กบส่วนใหญ่เริ่มเหนื่อย และยอมแพ้ แต่มีกบตัวหนึ่ง ที่ยังตั้งหน้าตั้งตาปีนสูงขึ้น  สูงขึ้น เจ้าตัวนี้ไม่ยอมแพ้ เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน กบตัวอื่นๆ   ต่างยอมแพ้ที่จะปีนสู่ยอดเสาจนหมดสิ้น ยกเว้นกบตัวเล็กๆตัวหนึ่ง ด้วยความพยายามสุดกำลัง มันก็สามารถปีนขึ้นสู่ยอดเสา ได้ กบทุกๆ ตัวอยากรู้ว่า Read More …