กลยุทธ์การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ครบวงจรในหนึ่งเดียว!

การอ่านออกเขียนได้ในระดับพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการสื่อสารและการเรียนรู้ วิชาการต่างๆ เป็นความจำเป็นพื้นฐานของผู้เรียนทุกระดับ แต่จากข้อมูลการทดสอบประเมินทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติปัจจุบันกลับพบ ว่ายังมีผู้เรียนจำนวนมากที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในระดับพื้นฐานดัง กล่าว และจากการทดสอบเขียนตามคำบอกจาก “คำตรงมาตราทั้ง ๙ แม่ซึ่งมีพยัญชนะต้นครอบคลุมอักษรสามหมู่ ครอบคลุมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ สระขึ้นไป รวมทั้งครอบคลุมคำควบกล้ำ คำอักษรนำ และคำผันเสียงวรรณยุกต์ทุกหมู่อักษร” ที่ผู้เขียนได้ทดสอบกับผู้เรียนตั้งแต่ ป.๒ ขึ้นไปในภูมิภาคต่างๆ ปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนไม่ผ่านร้อยละ ๕๐ อยู่ที่ระหว่างร้อยละ ๒๐ – ๘๐ ของแต่ละโรงเรียน โดยที่การดำเนินการแก้ไขปัญหาของโรงเรียนก็ยังเป็นไปแบบไม่แม่นตรง ไม่ก่อให้เกิดสัมฤทธิผลในการแก้ไขอย่างแท้จริง ผู้เรียนที่ยังคงถูกทอดทิ้งให้อยู่ในโลกมืดของการอ่านเขียนยังมีอีกมากมาย ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมกับการดำเนินกิจกรรมแก้ปัญหาเรื่องนี้ทั้งเขียน หนังสือชื่อ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ให้การอบรมผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดทำโครงการจัดครูอาสาปฏิบัติการสอนเชิงวิจัยและกำกับตามนิเทศแบบมี ส่วนร่วม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน Read More …

รวมประโยค คำศัพท์ 112 สำนวนภาษาอังกฤษ (Idiom) พร้อมคำแปล แชร์เลย!!!

Idiom หมายถึง สำนวนภาษาอังกฤษ ที่มีคำศัพท์ หรือประโยค ที่มีความหมายไม่ตรงตัว พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เปรียบเหมือนสำนวนไทย หรือคำสุภาษิต ในบ้านเรานั่นเองค่ะ อาทิเช่น ไก่ได้พลอย ก็ไม่ได้หมายถึงไก่ได้พลอยจริงๆ แต่เป็นการเปรียบเทียบ คนที่ไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ ในภาษาอังกฤษเองก็เช่นกัน เขาจะมีสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบซึ่งเรียกว่า idiom นั่นเองค่ะ วันนี้เรามีสำนวน idiom พร้อมภาพประกอบเป็นการ์ตูนน่ารักๆ มาฝากเพื่อนๆ ด้วยค่ะ สำนวน ภาษาอังกฤษ (Idiom) 1. head in the clouds หมายถึง เพ้อฝัน,ไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง, อยู่ในโลกแห่งความฝัน (ตื่นค่ะซิสสสส) 2. heart in your mouth หมายถึง  อาการประหม่า ตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก (ประมาณว่าตื่นเต้นตอนพูดบนเวที หรือตอนออกไปพูดหน้าห้องเรียน) 3. hold your horses ไม่ได้หมายถึง Read More …

กฏเหล็ก 17ข้อ ในการดูแลเด็กก้าวร้าวเพื่อให้เกิดพฤิกรรมเชิงบวกอย่างได้ผล

เด็กก้าวร้าว วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เด็กๆ จะเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวก่อน โดยเฉพาะครอบครัวซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแวดล้อมแรกของชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมทุกพฤติกรรม ตั้งแต่ความนุ่มนวลอ่อนโยน จนถึงความก้าวร้าว ในปัจจุบันนี้มีเด็กๆ เป็นจำนวนมากที่หลายคนมองว่าเขาเป็นเด็กก้าวร้าว เพราะเห็นภาพเด็กแสดงความรู้สึกที่รุนแรงเมื่อไม่ได้ดังใจ เด็กที่ควบคุมตัวเองไม่ได้จะแสดงพฤติกรรมที่ขาดการยับยั้ง ไม่รู้ถึงผลที่ตามมา ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ขาดแบบอย่างที่ดีให้ทำตาม ไม่ได้รับการช่วยเหลือชี้แนะแนวทางการแสดงออกที่เหมาะสม มีความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือสมอง ซึ่งการดูแลช่วยเหลือเด็กก้าวร้าวนั้นสามารถทำได้ดังนี้ กฎฏเหล็ก 17ข้อ ในการดูแลเด็กก้าวร้าวเพื่อให้เกิดพฤิกรรมเชิงบวกอย่างได้ผล 1. วางแผนการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก 2. ตรวจสอบดูว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวจริงหรือไม่ เด็กบางคนที่บ้านของเด็กหยาบคาย ก้าวร้าวเป็น กิจวัตร ภาพปกติของเด็กคนนั้นจึงหยาบคายก้าวร้าว 3. ผู้ดูแลพูดบอก สอนให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม เสนอทางเลือกให้เด็ก เช่น “หนูต้องขอ ก่อนแล้วรออีกหน่อยนะ” “ตีไม่ได้ ยืนนิ่งๆก่อน” “ของนี้มีไว้เล่นแบบนี้ ขว้างไม่ได้” Read More …

9 สัญญาณเตือนว่า คุณเป็นพ่อแม่เข้มงวดกับลูกเกินไป(เข้มงวดกับลูกดีไหม ???)

การจัดระเบียบวินัยในครอบครัวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ แต่จะมีวิธีการใดบ้างที่จะบอกได้ว่าเราเริ่มเข้มงวดกับลูกมากเกินไปแล้ว ครอบครัวคนไทยส่วนใหญ่มักค่อนข้างเข้มงวด และเน้นเรื่องการเชื่อฟัง ถ้าบอกให้มาต้องมาเดี๋ยวนี้ แต่การกระทำอย่างนั้นอาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ลูกอาจเครียดหรือไม่มีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ บางครั้งลูกรู้สึกว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถชนะได้ และนั่นจะเป็นสิ่งที่บั่นทอนความรู้สึกความเชื่อมั่นและความพยายามของลูก เพราะปกติลูกต้องการทำให้พ่อแม่พอใจ และต้องการกำลังใจจากพ่อแม่ วันนี้เราเรามาดูกันว่าสัญญาณเตือนว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่เข้มงวดเกินไปนั้นมีอะไรบ้าง 9 ข้อ ที่บ่งบอกว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่เข้มงวดเกินไป  มีกฎเกณฑ์มากเกินไป จนกระทั่งบางทีเราก็ไม่สามารถจดจำกฎเหล่านั้นได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณแล้วว่าเราเป็นคนที่เข้มงวดเกินไป แทนที่จะตั้งกฎเกณฑ์อะไรมากมายนั้น ก็ให้มีกฎน้อยข้อแต่สามารถปฏิบัติได้จริงจะดีกว่า โดยให้ฝึกทำเป็นประจำและสม่ำเสมอกับกฎเหล่านั้น จะเป็นการสบายใจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย  ตั้งกฏเกินขอบเขตของการเป็นพ่อแม่ คุณพ่อคุณแม่สามารถมีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับโรงเรียน การปฏิบัติตัวต่อเพื่อน หรือกฎของความปลอดภัยได้ แต่ไม่ควรจำกัดกฎส่วนตัวบางอย่างของลูก เช่น ให้ลูกเลิกฟังเพลงที่ลูกชอบ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัวที่ไม่ควรก้าวก่ายกัน เราควรเคารพในกติกาของทุกคน แต่ใช้วิธีคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน  สร้างรักที่มีเงื่อนไขกับลูก แม่อาจใช้คำพูดว่า “แม่รักลูกนะ แต่แม่ไม่อยากให้ลูกมีความประพฤติอย่างนี้” หรือพูดว่า “พ่อเชื่อว่าลูกทำได้ดีกว่านี้” อย่าพูดว่า “ลูกเป็นเด็กเหลือขอจริงๆ ถ้าลูกทำสิ่งนี้ไม่ได้” ถ้าเราทำอย่างนั้นเรากำลังทำให้ใจลูกแตกสลาย บังคับด้วยเวลา ถ้าเราขอให้ลูกทำอะไรที่ยาก อย่าจำกัดด้วยเวลา Read More …

แพทย์แนะ!!! 6 ความต้องการพื้นฐานทางด้านจิตใจของเด็ก ที่พ่อแม่ต้องให้ลูก!

ความต้องการด้านจิตใจของเด็กนั้นมีความแตกต่างกันไปบ้างตามวัยของเด็ก แต่พอจะสรุปได้กว้างๆ ว่า สิ่งต่อไปนี้มีความจำเป็น และเป็นที่ต้องการสำหรับเด็กทุกคน คือ 1. ความรักความอบอุ่น เด็กรู้สึกอยากให้พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรักตน รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ต้องการ มีค่าสำหรับพ่อแม่ รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ยอมรับ เด็กไม่ควรรู้สึกว่าพ่อแม่รังเกียจตน ไม่ชอบ ลำเอียง ปฏิเสธหรือไม่เป็นที่ต้องการ เป็นส่วนเกิน จำใจต้องเลี้ยงดูตน และไม่ควรรู้สึกมีปมด้อยหรือน้อยเนื้อต่ำใจต่างๆ นาๆ เจตคติหรือท่าทีของผู้ใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้นนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อจิตใจของเด็ก เกี่ยวกับเจตคติของพ่อแม่ต่อลูก สิ่งที่สำคัญที่จะต้องกล่าวถึง คือ เด็กต้องการความรักอย่างเหมาะสม ไม่ใช่รักมากอย่างไม่มีขอบเขต เช่น ตอมใจทุกอย่างโดยไม่มีเหตุผลจนทำให้กลายเป็นคนตามใจตัวเองตลอดเวลาไม่สามารถอดทนต่อภาวะที่คนปกติธรรมดาควรจะอดทนได้ จนกลายเป็นข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพไป 2.การกระตุ้นอย่างเหมาะสม การกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับวัยของเด็ก เช่น วัยทารกแรกเกิดก็ต้องการ การอุ้ม การสัมผัส การยิ้ม การพูดคุยด้วยเพื่อให้ได้ยินเสียง พอโตขึ้นก็ต้องการเพิ่มขึ้น เช่น การเล่น Read More …