3 เทคนิคฝึกสมองให้คิดเก่ง

โดย……นิตยสารชีวจิต, ปีที่ 15, ฉบับที่ 351. เมื่อนั่งทำงานนานๆ สมองถูกใช้งานอย่างหนัก คงต้องมีบ้างที่เราจะเจอกับภาวะ “คิดอะไรก็คิดไม่ออก” หนังสือเรื่อง “ศาสตร์ชีวิต” เขียนไว้ว่า สมองของมนุษย์มีระบบการทำงานที่เชื่อมโยงซับซ้อน ซึ่งการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากการรับข้อมูล และการนำข้อมูลเหล่านั้นผ่านเข้าสู่กระบวนการจดจำ ดังนั้น การที่เราคิดอะไรไม่ค่อยออก จึงอาจแปลว่าสมองไม่ได้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเต็มที่ หรือข้อมูลที่ได้รับการบันทึก มีแต่ข้อมูลเดิมๆ ถ้าอย่างนั้น คงถึงเวลาที่เราต้องมาลับสมองกันสักหน่อย โดยใช้ 3 เทคนิคดังนี้ค่ะ 1. คิดแล้วทำการลงมือทำเป็นผลลัพธ์ของการคิด หากคิดแล้วทำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สมองได้จดจำวิธีการที่เป็นรูปธรรมจากการลงมือทำ และสามารถหาแนวทางพัฒนากระบวนการคิดและการทำของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไปได้ 2. ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ หลังจากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนชำนาญแล้ว ลองออกไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำบ้าง เพื่อเปิดมุมมอง และฝึกสมองให้ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ 3. บริหารสมอง 2 ซีก ตามปกติ สมองซีกซ้ายและซีกขวาซึ่งมีหน้าที่ต่างกัน Read More …

เคล็ดลับสร้างสมองลูก ใน 1000 วันแรก ช่วยลูกฉลาด พัฒนาการสมวัย!!!

เคล็ดลับสร้างสมองลูก ในช่วงเวลาทอง ช่วยลูกฉลาด สุขภาพดี พัฒนาการสมวัย ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำว่า ในช่วง 2 ปีแรก หรือ 1,000 วันแรกของชีวิตนั้น เป็นช่วงเวลาทองที่สำคัญในการสร้างสมอง โดยเน้นที่การกิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ซึ่งจะช่วยให้เด็กไทยมีพัฒนาการที่ดี พร้อมเติบโตสมวัย แข็งแรง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้ให้คำแนะนำว่า ช่วงเวลาทองที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสมองของเด็ก ก็คือช่วงตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงอายุ  2 ปี เพราะโครงสร้างสมองจะมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสาทนับล้านโครงข่าย และการที่เซลล์สมองมีการเชื่อมต่อกันนั้น จะทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมของคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ Read More …

เช็ก ๑๕ สัญญาณส่อซึมเศร้า

หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดอาจมีอาการโรคซึมเศร้า ลองทำแบบทดสอบจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ต่อไปนี้ ที่จะช่วยให้คุณวินิจฉัยได้เบื้องต้นว่ากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หรือไม่ โดยให้ตอบคำถามว่า ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณมีอาการหรือความคิดในลักษณะนี้บ้างหรือไม่ ๑. รู้สึกจิตใจหม่นหมอง (เกือบตลอดทั้งวัน) ๒. รู้สึกเป็นทุกข์จนอยากร้องไห้ ๓. รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ๔. รู้สึกไม่มีความสุข หมดสนุก กับสิ่งที่เคยชอบและเคยทำ ๕. รู้สึกผิดหวังในตนเอง และโทษสิ่งที่เกิดขึ้น ๖. รู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง ๗. รู้สึกอยากอยู่คนเดียวไม่อยากสุงสิงกับใคร ๘. รู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า ๙. คิดอะไรไม่ออก ๑๐. หลงลืมง่าย ๑๑. คิดอะไรได้ช้ากว่าปกติ ๑๒. ทำอะไรอืดอาด เชื่องช้ากว่าปกติ ๑๓. Read More …

ลูกขี้อาย เข้าสังคมไม่ได้ แม่ต้องปรับวิธีเลี้ยง

ม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็มี Comfort Zone พื้นที่ที่ปลอดภัยจนไม่กล้าออกไปไหน สำหรับเด็กๆ แล้ว แค่ห่างไกลจากพ่อแม่ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้เข้าสังคมได้ยาก ไม่อยากทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า เช็ค 3 ข้อนี้ก่อนว่า ลูกคุณขี้อายหรือไม่ 1.ลูกรู้สึกเขินอายเวลาอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่นๆ แม้แต่การแสดงท่าทีกังวลหรือหวาดกลัว บางครั้งก็จะพูดน้อย และชอบที่จะเล่นคนเดียวมากกว่า 2.ลูกจะดูว่าเด็กคนอื่นทำอะไรอยู่ แต่จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วม แค่จ้องมองเด็กคนอื่น แล้วมานั่งเล่นตัวคนเดียว 3.ลูกดูเงียบผิดปกติ ไม่ค่อยอยากพูดคุยกับเด็กคนอื่นๆ   ทำไมลูกจึงเป็นเด็กขี้อาย เด็กที่ไม่ค่อยได้เล่นกับคนอื่น ไม่ค่อยเจอคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาทักษะการเข้าสังคม เช่น การพูดคุยสนทนา การแก้ปัญหาถ้าเกิดมีการโต้เถียงกัน หรือกระทั่งการหาอะไรสนุกๆ เล่นกับคนอื่น จนทำให้เด็กรู้สึกอึดอัดเวลาต้องมาเข้าสังคม และหลีกเลี่ยงการพบเจอหรือโต้ตอบกับคนอื่น ซึ่งจะส่งผลต่อการเข้าสังคมเมื่อโตขึ้น   รู้สาเหตุกันแล้ว สิ่งที่แม่ทำได้คือรีบปรับวิธีเลี้ยง Read More …

พ่อแม่อ่านไว้! “เลี้ยงลูกยุคดิจิตอล ต้องระวังอะไรมากที่สุด”

“พ่อแม่สมัยนี้หมกมุ่นกับการเลี้ยงลูกมากเกินไป ดูพ่อแม่สมัยก่อนสิ เลี้ยงดูกันแบบตามมีตามเกิด เรายังโตกันมาได้เลย” หมอคิดว่าน่าจะมีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่เคยได้ยินคำพูดในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะมาจากคนเฒ่าคนแก่ จากเพื่อนบ้านหรือไม่ก็จากเพื่อนสนิทของคุณเอง ที่อาจจะมองว่าการเลี้ยงเด็กสมัยนี้ไม่น่าจะแตกต่างจากการเลี้ยงเด็กในสมัยก่อนสักเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์ในการทำงานของหมอ บวกกับการศึกษาประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย หมอพบว่าสิ่งเหล่านั้นมีผลทำให้การเลี้ยงเด็กในยุคสมัยปัจจุบันนี้ มีความแตกต่างจากสมัยก่อนมากทีเดียวค่ะ เพราะสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในชีวิตของเด็กๆ เมื่อเทียบกับสักเมื่อ 20-30 ปีก่อน ก็คือเรื่องของเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโลยีในด้านการติดต่อสื่อสาร ที่เดี๋ยวนี้หากเด็กๆ วัยรุ่นของเราคิดถึงเพื่อนสักคน เขาก็คงจะไม่ได้เขียนจดหมายใส่ซองฝากบุรุษไปรษณีย์เอาไปส่งให้ และก็คงจะไม่ได้ไปยืนต่อคิวที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะตรงหน้าปากซอยเพื่อจะคุยกับเพื่อนของเขาอีกแล้ว แต่เพียงแค่นอนเล่นอยู่ที่บ้าน แล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดแชทคุยกันหรือคุยกันแบบเห็นหน้าเห็นตาด้วย video call จากแท็ปเล็ต ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ได้คุยกันแล้วค่ะ และถึงแม้ว่าการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ social media จำพวก facebook, line, Instagram ฯลฯ จะทำให้ชีวิตของคนสมัยนี้สะดวกสบายมากขึ้นแค่ไหน หากนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็อาจทำให้ชิวิตทั้งของตัวเองหรือคนรอบข้างมีปัญหาได้เหมือนกัน Read More …