เปลี่ยน “พ่อแม่” เป็นโค้ชชีวิต เสริมภูมิต้านทานอุปสรรคให้แก่ลูก

โค้ชชีวิต คืออะไร คุณพ่อคุณแม่สงสัยไหมคะว่าจะมาเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดนี้ได้อย่างไร เราจะไปทำความเข้าใจ และเรียนรู้วิธีการเป็นโค้ชให้กับชีวิตลูก เพื่อช่วยให้ลูกพร้อมเติบโตในยุคดิจิตอลอย่างมีภูมิต้านทานอุปสรรคกันค่ะ   โค้ชชีวิต VS ผู้ปกครอง การเปลี่ยนตัวเองจาก “ผู้ปกครอง” มาเป็น “ โค้ชชีวิต “ นั้น พ่อแม่สามารถเป็นได้ทั้งที่ปรึกษา และเพื่อนคู่คิดให้กับลูกในทุกๆ เรื่อง และลูกก็จะกล้าบอกพ่อแม่ในทุกเรื่องด้วยเช่นเดียวกัน หากมองย้อนกลับไปในสมัยที่เราคุ้นเคยกับพ่อแม่ในฐานะ “ผู้ปกครอง” หลายๆคนอาจไม่กล้าบอก ไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ เพราะกลัวจะโดนดุและกลัวการถูกทำโทษ คิดเหมือนกันไหมคะ ว่าพ่อแม่ที่เป็นผู้ปกครองในสมัยที่ผ่านๆ มา ดูเหมือนจะมีลำดับชั้น มีอำนาจในการเลี้ยงดูและปกครองลูก ซึ่งการเป็นผู้ปกครองลูกอย่างที่ผ่านๆมา ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เนื่องด้วยสภาพสังคมและแนวทางการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ถ้าเราในฐานะพ่อแม่ยังเลี้ยงลูกแบบเดิมๆ อาจทำให้ลูกไม่มีภูมิต้านทานอุปสรรคเพียงพอ สำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน ดังนั้นจะดีกว่าไหม หากลองเปลี่ยนจากการเป็นผู้ปกครองลูกในรูปแบบเดิมๆ มาเป็นโค้ชชีวิตให้กับลูก เป็นเพื่อนคู่คิด ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้ลูกเกิดการพัฒนากระบวนการคิด และสามารถที่จะดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อที่ลูกจะได้เติบโตอย่างคนที่พร้อมด้วยทักษะ ที่จะเผชิญกับโลกอย่างมีภูมิต้านทานอุปสรรค สามารถที่จะดำเนินชีวิตได้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าเขาจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม   Read More …

8 เคล็ดลับการสร้างสมาธิในการทำงาน

ใครที่อยากมีสมาธิในการทำงาน วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีการสร้างสมาธิในการทำงานมาบอก… 1. เลือกงานหิน เลือกงานหินขึ้นมาหนึ่งงาน (ควรเป็นงานที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำก่อน) แล้วตัดสินใจว่าจะทำให้เสร็จในรวดเดียว หรือว่าจะจำกัดเวลาเป็นเวลาเท่าไหร่ (เช่น ทำ 30 นาทีแล้วหยุดพัก) 2. สร้างพื้นที่การทำงาน ก่อนเริ่มงาน กำจัดทุกอย่างที่จะดึงความสนใจจากงานตรงหน้าออกให้หมด เช่น ปิดหน้าจอ ปิดมือถือเสียด้วย 3. เสียงเตือน ตั้งนาฬิกาปลุก หรือถ้าตั้งใจว่าจะทำไปจนกว่างานนั้นจะเสร็จ ก็พยายามทำสมาธิ อย่าพะวงเรื่องอื่นก่อนถึงกำหนดเวลา 4. เมื่อโดนขัดจังหวะจากงานอื่น ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้จดโน้ตไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดการทีหลัง 5. เกิดวอกแวก อยู่ๆ ดันอยากเช็คอีเมล์ขึ้นมา หรืออยากไปทำอย่างอื่นแทน ลองหายใจลึก ๆ แล้วตั้งใจใหม่ 6. งานด่วนเข้าแทรก Read More …

เพิ่มไอคิวลูก ง่ายๆ แม่ท้องฟังไว้ 5 นิสัยเพิ่มไอคิวลูก ฉลาดแน่ คอนเฟิร์ม

เพิ่มไอคิวลูก ง่ายๆ แม่ท้องทุกคนอยากให้ลูกฉลาด คลอดมาเป็นเด็กน่ารัก สมองดี และเรียนหนังสือเก่งๆ เมื่อโตขึ้น  สิ่งที่จะทำให้ความปราถนาแบบนั้นเป็นจริงได้ ไม่ต้องไปถามใคร สวดมนต์ที่ไหน หรือภาวนาอะไรค่ะ ง่ายๆ ไม่ยากเลยค่ะ แค่ฝึกนิสัย 5 นี้ไว้ รับรองว่าลูกคลอดออกมายังไงๆ ก็ฉลาด ฟังเพลงดีๆ เพิ่มไอคิลูก จากการศึกษาพบว่า ทารกในครรภ์สามารถได้ยินเสียงจากภายนอก การฟังเพลงไม่เพียงช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลาย แต่ยังทำให้ลูกน้อยผ่อนคลายเช่นกัน เพลงเบาๆ ช่วยคลายเครียดให้คุณแม่ ในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและรายล้อมไปด้วยความสุขให้กับทั้งคุณแม่และลูกน้อย  สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีรอบตัว สิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่คุณได้ยินล้วนส่งผลต่อลูกน้อย ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรดูหนังหรือรายการที่มีภาพความรุนแรง แต่ควรเลือกดูสิ่งที่จรรโลงใจตลอดระยะตั้งครรภ์ คิดดี พูดดี ทำดี และไม่พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี การนั่งสมาธิก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีรอบตัวคุณได้ ออกไปเดินรับแดดเป็นประจำ  วิตามินดีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากระดูกของลูกน้อย Read More …

5 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นนักกีฬา ความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างได้

5 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นนักกีฬา ความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างได้ พ่อแม่คนไหนที่อยากจะให้ลูกเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ยิ่งพ่อแม่บางคนวางแผนลูกตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในท้องซะอีก เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ แต่พรสวรรค์อาจเสียเปล่าถ้าไม่ได้รับการส่งเสริมให้ถูกจุด แต่สำหรับเด็กบางคนต้องใช้ความอดทน ขยัน ความมีวินัยสูงมาก และแน่นอนว่าต้องได้หมั่นฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สำหรับครอบครัวไหนที่อยากจะให้ลูกเป็นนักกีฬาที่เก่งกาจหาตัวจับยาก มาดู 5 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นนักกีฬา กันดีกว่าค่ะ 1. ปั้นรูปร่างให้สูงใหญ่ รูปร่างมีส่วนสำคัญมากสำหรับนักกีฬา ยิ่งมีรูปร่างที่สูงใหญ่เท่าไหร่ย่อมแสดงถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันมากเท่านั้น แต่การที่จะทำให้มีร่างกายที่สูงใหญ่ต้องเริ่มจากโภชนาการ คุณหมอประวีร์ สิริเธียรทรรศน์ได้เผยถึงเคล็ดลับเกี่ยวกับอาหารการกินว่า อันดับแรกต้องให้เด็กได้รับสารอาหารพวกวิตามิน เกลือแร่ที่ได้จากผักและผลไม้ รวมถึงโปรตีนให้เพียงพอ หากมีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาจะช่วยได้มาก 2. หากีฬาที่ลูกชอบ บางครั้งลูกอาจจะไม่ชอบกีฬาที่พ่อแม่คาดหวังอยากจะให้เล่น ต้องลองให้ลูกน้อยได้ลองเล่นกีฬาหลายๆ ประเภท ดูว่าเขาชอบกีฬาไหนมากที่สุด แล้วค่อยผลักดันให้เขาต่อยอดกีฬาประเภทนั้นไปเรื่อยๆ โดยการหาครูฝึกที่เหมาะสมกับลูกของเรา บางครั้งกีฬาที่พ่อแม่อยากให้ลูกได้เล่น ลูกน้อยอาจจะไม่ชอบก็ได้ ถ้าบังคับลูกมากๆ ลูกอาจเกิดเบื่อหน่าย และไม่อยากเล่นในที่สุด   Read More …

แม่แชร์วิธีแก้! เมื่อลูกเป็นโรคการเรียนรู้บกพร่อง หรือ เด็ก LD

สังเกตสิ!…ลูกของคุณเป็นเด็กที่มีลักษณะอย่างนี้หรือไม่? พูดคุยกับเขารู้เรื่องทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่าง โต้ตอบได้เป็นอย่างดี แก้ปัญหาด้วยการลงมือทำได้ แต่พอให้เขียนหรืออ่านหนังสือ กลับทำไม่ได้เลย เขียนผิดๆ ถูกๆ ไม่เป็นตัวอักษร อ่านหนังสือไม่ออก ทั้งตะกุกตะกัก หรือไม่ก็อ่านข้ามไปเลยเวลาเจอคำที่ยากๆ ถ้าใช่…”อย่าเพิ่งคิดว่าลูกโง่” แท้จริงอาการเหล่านี้เอง หมายถึงลูกกำลังป่วยเป็นโรค LD หรือ มีภาวะบกพร่องในการเรียนรู้ ซึ่งหากลูกเป็น เด็ก LD แล้วจะมีวิธีรับมือ ดูแล หรือรักษาอย่างไร…ตามมาดูวิธีแก้ที่คุณแม่ท่านนี้ได้เขียนแชร์ในกระทู้ของเว็บไซต์พันทิปกันค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะช่วยลูก แม่แชร์..วิธีแก้! เมื่อลูกเป็น เด็ก LD หรือ โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยคุณแม่ท่านนี้ได้มาแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและลูก (ลูกเลี้ยง) ที่ป่วยเป็นโรคแอลดี ซึ่งคุณแม่เล่าว่า… หลายคนอาจจะสงสัยว่าแอลดีนี่มันโรคอะไรกันนะ? มันคืออะไร? วันนี้เลยอยากจะมาอธิบายให้ฟังค่ะ เริ่มแรก…ถ้าลูกของคุณเป็นเพียงเด็กปกติทั่วไป ที่เขารับรู้ทุกอย่าง Read More …