แชร์เก็บไว้เลย!! วิธี “ไล่หนู” ที่ใช้แล้วได้ผลครับ ทำเองได้สบาย หนูจะไม่มาอีก

อีกปัญหากวนใจสำหรับหลายๆ บ้านคือ “หนู” จ้า เพราะหนูนอกจากส่งเสียงรบกวนแล้วยังทำข้าวของในบ้านเสียหายอีก สำหรับคุณแม่นแล้ว สมาชิกจากเว็บไซต์พันทิป ดอทคอม ก็มีไอเดียดีๆ เกี่ยวกับการการทำอุปกรณ์ไล่หนูแบบง่ายๆ มาฝาก ที่สำคัญเจ้าของไอเดียลองทำแล้วเวิร์ค ก็เลยเอามาแบ่งปัน ตามไปดูกันดีกว่าค่ะ ทำอุปกรณ์ไล่หนูกัน เจ้าของกระทู้ทำใช้มา ตั้งแต่ 2 วันแรก จนถึงวันนี้ก็เกือบ 1 เดือนแล้ว ยังไม่เห็นหนูวิ่งที่ครัวและก็ไม่เห็นขี้หนูเลย ลองไปทำใช้ดูนะครับ อุปกรณ์ที่ใช้มีดังนี้ครับ ขวดเอ็มพร้อมฝา กรรไกร เชือกสา น้ำมันก๊าด ไขควง ใช้กรรไกรตัดเชือกสาให้ยาวกว่าขวดประมาณ 1 นิ้ว เทน้ำมันก๊าดลงไปในขวดเอ็ม ปิดฝาให้เรียบร้อย เท่านี้ก็พร้อมใช้แล้วครับ น้ำมันก๊าดเด็มขวดเอ็มก็อยูได้เป็นเดือน เลยนะครับ จากนั้นก็นำไปตั้งไว้จุดที่มีขี้หนู หรือเห็นหนูเดินผ่าน Read More …

5 สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เมื่อดื่มกาแฟทุกวัน? อ่านด่วน!

อย่างที่รู้ ๆ กันว่ากาแฟช่วยให้ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า เพราะมีคาเฟอีนที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของสมอง ขยายหลอดลม และขับปัสสาวะ ดังนั้นปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับจึงมีผลกับร่างกายโดยตรง หลายคนตั้งคำถามว่าควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว จึงจะปลอดภัยและเหมาะสมกับร่างกาย แต่จำนวนแก้วไม่ได้มีผลโดยตรงเท่ากับจำนวนของคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ ซึ่งร่างกายควรจะได้รับคาเฟอีนวันละไม่เกิน 200 มิลลิกรัม เพื่อที่สมองจะได้ไม่ถูกกระตุ้นมากเกินไป เพราะหากได้รับปริมาณคาเฟอีนมากเกินไป ก็เป็นเหตุให้ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด กระวนกระวาย ปวดศรีษะ และบางคนท้องเสียได้ ทีนี้ ปริมาณที่เหมาะคือไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน คือกาแฟกี่แก้ว หากเป็นกาแฟคั่วบดแบบเอสเปรสโซ 1 ช็อต (Espresso 1 shot) จะมีคาเฟอีนประมาณ 115 มิลลิกรัม และไม่ว่าจะเป็นลาเต้ คาปูชิโน่ หรืออะไรก็ตามปริมาณกาแฟและคาเฟอีนก็เท่ากัน Read More …

เชื่อหรือไม่? “มนุษย์โต๊ะรกเอกสารกองท่วมหัว”คือพวกมีประสิทธิภาพการทำงานสูง !

ปกติแล้ว เรามักจะเห็นพฤติกรรมของคนทำงานที่แตกต่าง โดยเฉพาะ “การจัดโต๊ะ” หลายคนชอบจัดโต๊ะแนวต่าง ๆ เช่น สวยงาม หรือเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะเชื่อว่า จะทำให้โต๊ะสะอาด และสร้างสรรค์ไอเดียได้อย่างลื่นไหล ขณะเดียวกัน คนที่ไม่ชอบจัดโต๊ะ หรือปล่อยให้โต๊ะรก สุมไปด้วยหนังสือและงานต่าง ๆ เป็นกองพะเนิน มักจะถูกตำหนิว่า เป็นพวกไม่รักความเป็นระเบียบ ยุ่งเหยิง และน่าจะเป็นพวกสับสนในการทำงานไม่มากก็น้อย ทว่า ความเชื่อทำนองนี้ ได้มีผู้ออกมาแสดงทัศนะปฎิเสธว่า ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่! โดยศาสตราจารย์เอริก อับราฮัมสัน ผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง “A Perfect Mess” ได้เขียนไว้ในหนังสือดังกล่าวว่า คนที่มีโต๊ะทำงานรกนั้น แท้จริงไม่ใช่พวกขี้เกียจ แต่เป็นพวกคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น อัจฉิรยะบุคคลหลายคนของโลกนี้ ! โดยในหนังสือนี้ระบุว่า โดยปกติแล้ว ผู้จัดการจำนวนมากคอยจะดูถูกลูกจ้างที่มีโต๊ะรกรุงรัง แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาอาจทำงานได้ดีกว่าคนอื่น Read More …

แด่พี่น้องครูทุกท่าน….อุดมการณ์ในการเป็นครู!!! วิชาชีพที่ฉันรัก

วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ครู พฤติกรรมและอุดมการณ์เลยเอามาฝากพี่ๆในห้องเรียนบริหารกลุ่มสองบางท่านก็ทราบดีแล้วก็ขออนุญาตทบทวนนะครับผม ความหมายและอุดมการณ์ของครู    ครูเป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่สุดในวงการศึกษา เพราะเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม และโลก นอกจากนั้นยังเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการสร้างบัณฑิตอย่างมาก บัณฑิตจะมีความคิดที่ดี มีวิธีการวิเคราะห์อย่างถูกต้อง และมีระบบระเบียบในการปฏิบัติงาน ตลอดจนการพัฒนาบุคลิกภาพเชิงวิชาการ เชิงวิชาชีพ ซึ่งควรได้รับการปลูกฝังอบรมจากครูผู้สอน และบุคลิกภาพของครู ย่อมส่งผลไปสู่บัณฑิตดังคำกล่าวที่ว่า “อยากรู้ว่าตัวครูเป็นฉันใด จงดูได้จากศิษย์ที่สอนมา” (ม.ล. ปิ่น มาลากุล) ครูจึงจำเป็นต้องพัฒนาจิตสำนึกของความเป็นครู เพราะครูหรืออาจารย์ จำเป็นต้องมีข้อกำหนดอยู่ในใจ เพื่อให้มีหลักในการดำรงตนให้เป็นครู สิ่งแรกที่ควรจะพัฒนาก็คือ การสร้างคุณธรรมหรือครุธรรมให้เกิดขึ้น ซึ่งความเป็นจริงนั้น “ครุธรรม” คือ ธรรมสำหรับครู เป็นสิ่งที่ครูหลายท่านทราบ และได้ปฏิบัติแล้ว แต่ก็มีอีกหลายท่านที่ทั้งไม่ทราบและไม่ปฏิบัติ ครุธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการดำเนินอาชีพครูอันเป็นอาชีพที่มีเกียรติเป็นอาชีพที่คนทั่วไปยกย่อง และถือว่า เป็นอาชีพที่สำคัญในการพัฒนาสังคมหรือประเทศชาติ ครูที่ขาดครุธรรมจะเปรียบเสมือนเรือที่ขาดหางเสือ ดังนั้นการจะพาศิษย์ไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างถูกต้อง ย่อมเป็นสิ่งที่ทำได้ยากอย่างแน่นอน ท่านพุทธทาสกล่าวอยู่เสมอว่า “ธรรม” คือ หน้าที่ Read More …

7 เคล็ดลับ การสอนลูกให้เก่งคิด เก่งคณิตศาสตร์ สบายๆชิวๆ

การสอนลูกให้เก่งคิด คณิตศาสตร์ สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรมและอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การสังเกต โดยใช้ประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย) ในการเรียนรู้ผ่านสิ่งที่เขาพบเห็นทุกวัน การแบ่งประเภทสิ่งของที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน การเปรียบเทียบ เช่น เล็กกว่า ใหญ่กว่า ยาวกว่า เป็นต้น การจัดลำดับสิ่งของตั้งแต่ 3 ชิ้นขึ้นไป ตามความยาว ความสูง เช่น จากยาวสุดไปสั้นสุด เป็นต้น การวัดโดยสอนให้ลูกหาความยาว ความสูง หรือน้ำหนักของของเล่นหรือของใช้ สอนนับจำนวน เช่น นับจำนวนอวัยวะในร่างกาย นับสมาชิกในบ้าน นับผลไม้ เป็นต้น สอนเรื่องรูปทรงและขนาด โดยใช้สิ่งของในบ้านที่ลูกสามารถมองเห็นได้ เริ่มจากรูปทรงพื้นฐาน Read More …