วิธีรับมือ 5 สุดยอดผอ. (ที่เป็นฝันร้ายของครู)

เป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อยเมื่อ www.careerbuilder.com ทำการสำรวจความคิดเห็นของบรรดาลูกจ้างที่เข้ามาใช้บริการหางานในเว็บไซต์ พบว่า ร้อยละ 43 มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นกับเจ้านาย ซึ่งนั้นก็ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของงาน ความสุขและสุขภาพกาย เพราะมนุษย์เงินเดือนส่วนมากก็มีเวลาเกือบครึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับงาน ที่ทำงาน และเจ้านาย และด้วยเหตุที่การหาความสุขจากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับมนุษย์เงิน เดือนอย่างเราๆ จึงขอเสนอเทคนิคในการรับมือกับเจ้านาย 5 สไลต์ที่เป็นฝันร้ายสำหรับคุณเพื่อให้คุณตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่และบอกตัว เองอย่างสุขใจว่า “ฉันอยากไปทำงาน” 1. ผอ.ยอดมนุษย์ วิธีสังเกต : โสดสนิท ยึดโรงเรียนเป็นฐานที่่มั่น มาเช้ากลับดึก ที่สำคัญงานต้องมาก่อนเสมอ สไตล์การทำงาน : เจ้านายประเภทนี้มักลืมไปว่าตัวเองเป็นมนุษย์ หายใจเข้าเป็นงาน หายใจออกเป็นงาน ข้อดีของเจ้านายประเภทนี้คือทำงานเก่ง ให้คำปรึกษาได้ มีไอเดียใหม่ๆ เสมอ ข้อเสียคือ เจ้านายยอดมนุษย์มักคิดว่า ถ้าเขาทำได้ ลูกน้องทุกคนก็ต้องทำได้เช่นกัน วิธีรับมือ : ทุ่มเท Read More …

เคยเจอไหม์?เพื่อนร่วมงานงี่เง่า! วิธีจัดการกับเพื่อนร่วมงานงี่เง่า!

น้อยคนนักที่จะเกิดมาบนโลกนี้แล้ว ไม่เคยถูกใครอิจฉาเลย การถูกอิจฉาริษยาจากคนในที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย มักเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งถ้าหากคุณโชคดีพอ คนที่อิจฉาคุณก็จะไม่สามารถทำอะไรคุณได้ ทำได้เพียงแค่แอบมองคุณจากมุมมืด พร้อมส่งสายตาอิจฉามายังคุณเท่านั้น แต่ถ้าคุณโชคร้าย คุณก็อาจโดนคนประเภทนี้ออกมาเล่นงานคุณจังๆ จนเจ็บหนัก เสื่อมเสียชื่อเสียงได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ไม่แน่ว่าความร้ายกาจของคนที่อิจฉาคุณอยู่นั้นอาจถูกสยบลงได้ หากคุณมีวิธีจัดการที่ดีกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งวิธีจัดการจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ 1.หยิบยื่นความเป็นมิตร แม้ว่าคุณอาจได้ยิน หรือพอจะรู้สึกได้ว่า มีคนบางคนแอบอิจฉาคุณอยู่ แต่การเดินหน้าเข้าไปลุย หรือเข้าไปจัดการกับคู่กรณีอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก หากทำได้ ลองมีน้ำใจ ทำสิ่งดี ๆ กับเธอคนนั้นก่อนจะดีกว่า เช่น พูดกับเธอดี ๆ หรือมีขนมก็แบ่งกัน การลองทำสิ่งดีๆ แก่กันอาจช่วยเปิดโอกาสให้คุณและเธอคนนั้นได้รู้จักกันดียิ่งขึ้น และทำให้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ แต่ถ้าหากลองทำแล้วยังไม่เป็นผล ก็อย่านำเรื่องนี้มาเก็บเป็นอารมณ์ให้กังวลใจไปเลย Read More …

รางวัลของครูไม่ได้อยู่ที่โล่หรือเกียรติบัตร(แด่ครูที่กำลังจะเกษียณอายุ)

เมื่อตอนเราเป็นครู เราทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อโรงเรียนของเรา เพื่อนักเรียนของเรา ยอมทิ้งครอบครัว ทิ้งลูก ทิ้งบ้านเรือน ทิ้งข้าวของที่มีค่าในบ้านให้สุนัขเฝ้าบ้าน. ตอบแทนสุนัขด้วยอาหารเหลือๆ วันละ 1 -2 มื้อ เราใช้เวลาเอาใจใส่โรงเรียน นักเรียน มากกว่า ครอบครัว และสมบัติของตัวเอง ต้องใช้สมอง ใช้กำลัง ใช้ความรู้ ใช้ความไม่อาย ไปเที่ยวขอร้องใครๆที่ใจบุญ มาช่วยอนุเคราะห์ สงเคราะห์ ในการพัฒนาโรงเรียน นักเรียน หาข้าวให้นักเรียนกิน หาเงินทุนให้ใช้ หาอุปกรณ์ให้นักเรียนได้เรียนอย่างทันยุค ทันสมัย หาชุดนักเรียนให้ใส่ คอยตามนักเรียนถึงบ้าน ถ้าวันไหนรู้ว่านักเรียนไม่มาโรงเรียน หาทางช่วยเหลือเผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวนักเรียน ป่วยพาไปส่งหาหมอ บาดเจ็บพาไปร.พ. ติดตามดูแลทั้งเรื่องเรียน และเรื่องความเป็นอยู่อย่างจดจ่อ เอาใจใส่ ปีแล้ว Read More …

การศึกษาไทยหลุดโค้ง!(เกิดอุบัติเหตุ อย่างหนัก)

การศึกษาไทยในวันนี้ มีการปฏิรูป มีการพัฒนา มีการยกระดับ มีการแก้ไขปัญหา ฯลฯ ล้วนเกิดจากความคิดชั่วข้ามคืน ข้ามวัน ข้ามสัปดาห์ แต่มิได้เป็นไปตาม “แผนการศึกษาชาติ” ที่กำหนดไว้ ทำงานแบบไร้แผน ไร้ทิศทาง คนปฏิบัติงานก็ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรใหม่ๆมาอีก เพราะนโยบายเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ วันนี้ใช่ พรุ่งนี้อาจไม่ใช่ เดือนก่อนโน้นยังเป็น ICU พอมาเดือนที่แล้วเป็น STEM พอเดือนนี้เป็น PLC แล้วเดือนหน้าจะเป็นอะไรนั้น ไม่มีใครทราบได้ คนปฏิบัติก็รับคำสั่งเป็นวันๆไป เต้นกันไปตามนโยบาย  >>>โรงเรียนไม่ได้เหมือนกับ “สนามรบ” ทางการทหาร ที่ต้องวิเคราะห์ ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีรายวัน รายชั่วโมง แต่การศึกษาต้องตั้งเป้าหมายให้ชัด แล้วใช้วิธีการที่เหมาะสมกับนักเรียน สภาพแวดล้อม เพราะนักเรียนก็คนเดิม โรงเรียนก็ตั้งอยู่ที่เดิม ครูก็คนเดิม สภาพแวดล้อมก็เหมือนเดิม เราคงไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมากมายเหมือนอยู่ในสนามรบทางการทหาร Read More …

อย่าปล่อยให้นโยบายการศึกษาเป็นคำพูดที่สวยหรู!

ที่ผ่านมามีหลายนโยบายหลายโครงการที่แค่เพียงได้ยินได้ฟังผ่านๆแล้ว ครูกับนักเรียนก็แอบยิ้มนิดๆ แอบดีใจกันเบาๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคืนครูสู่ห้องเรียน นโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ นโยบายลดงานเอกสาร ลดงานประเมิน ฯลฯ แต่ในความเป็นจริงก็คือ…นโยบายเหล่านั้นเป็นเพียงความสวยหรูของการเล่นคำเพียงเท่านั้น จริงอยู่นโยบายส่วนหนึ่งก็อาจจะช่วยครูได้จริงๆ เข้าใจว่านโยบายต่างๆที่ท่านเจ้านายในห้องแอร์คิด ท่านคิดขึ้นมาเพื่อหวังจะให้การศึกษาบ้านเราดีขึ้น แต่ก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่า…คนที่คิดมีเยอะจนเกินไปหรือเปล่า? รากฐานของความคิดเกิดขึ้นมาจากข้อมูลที่เป็นจริงหรือเปล่า? และที่สำคัญท่านคิดเยอะไปหรือเปล่า? เราเองเป็นครูผู้น้อย เป็นผู้ที่รับสนองนโยบายของท่านโดยตรง กำลังรู้สึกว่าหลายๆอย่างที่เป็นนโยบายที่เข้ามา มันดูสวนทางกับความเป็นจริง หรือมันขาดแก่นสาร คล้ายๆมันมาเดี๋ยวมันก็ไป ขาดการต่อยอด ขาดการคิดวิเคราะห์ถึงปัญหาที่แท้จริง หรือไม่ถ้าเป็นนโยบายที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหากันจริงๆท่านก็ไม่สานต่อให้มันจบ เช่น คืนครูสู่ห้องเรียน(แต่ความเป็นจริง ครูต้องวิ่งไปอบรมในเวลาราชการและวันเสาร์-อาทิตย์)นอกจากไม่คืนครูสู่ห้องเรียนแล้ว ท่านก็ยังพรากครูจากครอบครัวด้วย ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้…ถามใจครูและนักเรียนดูครับ เรื่องนี้ไม่ขอขยาย ฯลฯ…หลายๆอย่างที่เธอไม่รู้ เพราะเธอมาเดี๋ยวเธอก็ไป…(เพลง) คนคิดนโยบายมีมาเรื่อยๆ พอล้มเหลวพวกเขาก็ไปเปลี่ยนครีเอทีฟคนใหม่เข้ามา เป็นแบบนี้วนลูปกันทุกยุคทุกสมัย ครูและนักเรียนก็ตามกันไป…ขอได้ไหมครับ ขอนโยบายที่ทำให้พวกเราครูกับนักเรียนยิ้มได้กันจริงๆจังๆเสียที รู้ว่าไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้อง แต่อยากจะพูด เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นมาเราคือผู้ที่สังคมด่ามากที่สุด… Read More …