จิตสำนึกความเป็นครู คืออะไร ?

ครูที่ดีต้องมี 4 รู้, ครูที่ดีต้องมี 5 ว. จิตสำนึก:ภาวะที่จิตตื่นและรู้ตัว สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าจากประสาทสัมผัสทั้งห้า ครู :ผู้สั่งสอนศิษย์ ครูพึงประพฤติตามหลักปฏิบัติ โดยตั้งตนอยู่ในธรรม 5 ประการของผู้แสดงธรรม 1. จัดกระบวนการเรียนรู้ให้มีขั้นตอนถูกลำดับ 2. จับจุดสำคัญมาขยายให้เข้าใจเหตุผล 3. ตั้งจิตเมตตาสอนด้วยความปรารถนาดี 4. ไม่มีจิตเพ่งเล็ง มุ่งเห็นแก่อามิส 5. วางจิตตรงไม่กระทบตนและผู้อื่น ครูที่ดีต้องมี 4 รู้ 1. รู้จักรัก 2. รู้จักให้ 3. รู้อภัย 4. รู้เสียสละ ครูที่ดีต้องมี 5 ว. 1. Read More …

ครูทึ่ง ! เด็กป.1 ฝีมือบรรเจิด วาดภาพสวยเกินวัย-ความจำดีเลิศ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2559 เฟซบุ๊ก Piyamon Jaem เผยเรื่องราวน่าประทับใจของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนในความดูแล โดยเล่าว่า น้องไอซ์ มีความสามารถด้านศิลปะสูงเกินวัย สามารถวาดภาพสวยงามได้ในเวลาไม่นานแม้ไม่มีใครเคยสอน สำหรับเรื่องราวที่คุณครูเล่านั้น คือตอนที่น้องไอซ์วาดกินรีได้อย่างสวยงามแม้ได้เห็นแค่ครั้งเดียว รวมถึงยังสามารถวาดภาพเทพเจ้าทางฮินดู อย่างพระแม่อุมา ที่น้องไอซ์วาดออกมาเป็นปางทุรคา มีอาวุธครบมือ และแม่ลักษมี เทพเจ้าแห่งความร่ำรวยที่ประทานเงินออกจากพระหัตถ์ ส่วนภาพพระพุทธเจ้า น้องไอซ์วาดภาพเหตุการณ์ประสูติได้แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง แต่ยังคงไว้ด้วยรายละเอียด เช่น ดอกบัวเจ็ดดอกที่ไล่เรียงระยะอย่างสวยงาม สุดท้าย คุณครูทิ้งท้ายว่า ตนกลัวว่า ถ้าน้องไอซ์ไม่ได้รับการสนับสนุนในเวลาที่เหมาะสม น้องไอซ์ก็จะกลายเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่เข้าสู่ระบบปกติไป แทนที่จะมีโอกาสเป็นศิลปินใหญ่อย่างพรสวรรค์ที่มี ขอบคุณเนื้อหาจาก กระปุก.คอม ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Piyamon Jaem       Read More …

‘แปะเจี๊ยะ’ สินบนสถาบันการศึกษา เงินกินเปล่าของเด็กที่กลวงเปล่า

‘แปะเจี๊ยะ’ สินบนสถาบันการศึกษา ถ้าพูดถึงวงการการศึกษาไทยในช่วงนี้ ก็คงไม่มีข่าวอะไรเป็นทีเด็ดสร้างกระแสร้อนไปกว่า เรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คิดนอกกรอบออกมาดังๆ ในการดึงแปะเจี๊ยะขึ้นมาไว้บนโต๊ะเสียเลย เพราะยอมรับว่าถึงอย่างไร ศธ.เองก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้จริง แล้วจะเป็นอะไร หากผู้ปกครองที่มีฐานะดี จะอยากให้ลูกเข้าโรงเรียนดังได้โดยกระบวนการยัดเงิน หรือจะเรียกให้เพราะว่าอะไร ก็ตามแต่ที่จะสรรหา ซึ่งภายหลังก็บ่ายเบี่ยงเนื่องจากกระแสสังคมรับไม่ได้และกดดันอย่างหนาหู  ‘แปะเจี๊ยะ’ และ ‘เก๋าเจี๊ยะ’ เป็นคำพูดสำเนียงจีนที่มักได้ยินคู่กันมาเสมอ และเป็นคำที่มีความหมายไม่ผิดแผกกันมากนัก ซึ่งต่างก็ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจ่ายเงินเพื่อความสะดวกสบายในการทำการค้าในสมัยก่อน คำว่า แปะเจ๊ยะ กับ เก๋าเจี๊ยะ เดินทางข้ามทะเลมาพร้อมกับชาวจีน การจ่ายแปะเจี๊ยะ หรือเงินกินเปล่า ในสมัยก่อนชาวจีนมักจะจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตามท่าเรือเพื่อความคล่องตัวในการนำสินค้าขึ้นมาขาย ส่วนเก๋าเจี๊ยะ ถือเป็นเงินที่จ่ายสำหรับค่าคุ้มครองก็ว่าได้ เพราะเป็นส่วนที่พ่อค้าแม่ค้าต้องตระเตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่ที่มักมารีดไถ เพื่อตัดปัญหารบกวนการทำมาหากิน แบบว่าปนรำคาญเล็กๆ ประมาณว่า เงินให้สุนัขมันรับประทานจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับตูอีก ทำนองนั้นไป กลายเป็นว่าดีเอ็นเอตัวร้ายดังกล่าวได้ฝังรากลึกในนิสัยคนไทย ยิ่งมารวมกับระบบอุปถัมภ์ของเจ้าขุนมูลนายด้วยแล้วก็ทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นจนถอนรากดึงโคนไม่ออกสักที Read More …

หมดยุค”ปริญญาแปะฝาบ้าน”!! “ทักษะอาชีพ-ชีวิต”สำคัญกว่า?

“กับดักรายได้ปานกลาง”… หรือภาวะที่สังคมหนึ่งจากเดิมเคยมีรายได้จากอาชีพประเภท “ใช้แรงงานมาก” กระทั่งในยุคต่อมา ประชากรโดยรวมในสังคมนั้น มีการศึกษาที่ดีขึ้น พร้อมกับอัตราค่าแรงที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทว่าศักยภาพประชากรยังไม่อาจก้าวไปสู่ขั้น “สังคมนวัตกรรม” ที่ใช้ความรู้และทักษะขั้นสูง ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถ “ลดตัว” ลงไปแข่งขันกับสังคมที่อยู่ระดับล่างที่ค่าแรงถูกได้อีกต่อไป นี่คือสภาพที่ “ประเทศไทย” กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน!!! ไม่นานนี้ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(DPU) จัดการประชุมนานาชาติ หัวข้อ “การยกระดับกำลังคนของไทย : ทางออกจากกับดักรายได้ปานกลาง” ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่ง “น.ส.อกิโกะ ซากาโมโตะ” ผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะและการจ้างงาน องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) เปิดเผยผลการสำรวจผู้ประกอบการในอาเซียนจำนวน 4,076 ราย Read More …

“แม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต” บทความที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน

บทความจากคุณ ณภัทร นัท ธนเตชาภัทร์ 1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็กๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อยๆ เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งพูดว่า “ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว” นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม 2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้างๆ ผม แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมไ ด้กินเนื้อปลาไปแล้ว ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่ แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับ กล่าวว่า “ลูกกินเถอะ…แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา” นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม 3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็กๆ น้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2…ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน ” Read More …