เคยคิดไหม? ทำไม “คนที่ไม่ทำงาน” ถึงเจริญในหน้าที่การงาน .

เคยคิดไหม? ทำไมคนจัญไรถึงเจริญในหน้าที่การงาน . เชื่อว่าในช่วงชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เรียน หรือการทำงาน เรามักจะเจอคนนิสัยไม่ดี คนที่เป็นมลภาวะทางความคิดและจิตใจ ถ้าเอาความเป็นจริง ใช้คำว่า ‘Toxic People’ อาจจะเป็นคำที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทัศนคติ ความประพฤติ หรือแม้กระทั่งบุคลิกที่รบกวนจิตใจ สร้างความกดดันและทำร้ายเราอยู่เสมอ . เอาจริง เราคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก ทุกคนน่าจะพอนึกภาพออกหรือเคยมีประสบการณ์ร่วมกันอยู่แล้ว แต่บางครั้งคนพวกนี้ก็ดูจะได้ดิบได้ดีกันเสียเหลือเกิน เราตามมาดูกันดีกว่าครับว่าทำไมโชคชะตาถึงทำให้เป็นเช่นนั้น . Klaus Templer (2018) ของมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำไปที่ประเด็น “ทำไมคนที่เป็นมลพิษแบบนี้ถึงก้าวหน้าในหน้าที่การงาน” . การศึกษาทำให้เราพอทราบได้ว่า สิ่งที่ไม่ดีของพวกเขาอาจจะไม่ชัดเจนนักในตอนแรก แต่พอพวกเขาเริ่มก้าวไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น พวกเขาก็พร้อมเปิดเผยตัวตนและแพร่กระจายสารพิษได้อย่างเต็มกำลัง ความกระหายในหน้าที่การงานส่งผลให้พวกเขาอยู่ในจุดที่สูงกว่าคนอื่นได้ โดยที่ผู้ใหญ่ในองค์กรหรือผู้มีอำนาจจะไม่ค่อยสังเกตเห็นเสียด้วยซ้ำ และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายครั้ง ทำไมเหล่าหัวหน้าหรือคนใหญ่คนโต ดูจะเป็นคนที่มีนิสัยไม่ค่อยดีสักเท่าไร Read More …

มีไหมในองค์กรของคุณ…ได้ดีทั้งที่ไม่ทำงาน งานวิจัยชี้ คนพวกนี้ ถ่วงองค์กรโดยรวม

โดย ฌอห์ณ ค็อกแลน ผู้สื่อข่าวบีบีซี คุณอาจจะมีเพื่อนร่วมงานลักษณะนี้ ที่ชอบเขียนอีเมลที่พูดแต่เรื่องตัวเอง หรือชอบโอ้อวดในที่ประชุม วิทยาลัยธุรกิจทำการวิจัยซึ่งเผยว่า จะมีพนักงานประเภทหนึ่งที่สามารถทำตัวเองให้ดู “ยุ่งและประสบความสำเร็จ” โดยที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ทำอะไรที่มีประโยชน์เลย งานวิจัยซึ่งศึกษาด้านความสามารถในการผลิต ได้เข้าไปเก็บข้อมูลในที่ทำงานในสหราชอาณาจักร 28 แห่ง และพบว่าในขณะที่พนักงานบางคนดู “จดจ่อกับงานมาก” แต่เมื่อดูดี ๆ แล้ว พวกเขาเป็นคนประเภทที่ชอบ “โปรโมต” ตัวเอง ซึ่งการไม่ตั้งใจทำงานของพวกเขาทำให้ผลผลิตโดยรวมเสียไปด้วย งานวิจัยจากสถาบันแอชริดช์ (Ashridge) ที่วิทยาลัยธุรกิจนานาชาติฮัลท์ (Hult International Business School) ศึกษาการมีส่วนร่วมในงานในองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ สาธารณสุข การขนส่ง และองค์กรไม่หวังกำไร Read More …

10 บทเรียนที่ได้รับจากการลาออกจากงานประจำ!!! กระทู้พันทิป

ชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และหลายครั้งที่เราทุกคนเกิดความรู้สึกเคว้งคว้างและหลงทาง เพราะถูกสังคมบีบคั้นด้วยกฎของการใช้ชีวิตที่เราทุกคนไม่ได้กำหนด แต่เราก็ต้องเดินตามกันไปเพียงเพราะสังคมเขาทำแบบไหนเขาคาดหวังอะไรจากเรา เราก็เลยทำแบบนั้น บางครั้งเราก็ทำสำเร็จ แต่หลายๆครั้งก็ไม่เป็นอย่างใจ ท้ายที่สุด สิ่งที่เหลือในใจของเราก็คือความผิดหวังและความรู้สึกว่า “ล้มเหลว” ปัญหาของผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องงาน เพราะในทุกวันนอกจากการนอนหลับพักผ่อน เราก็ใช้เวลาวันละอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงในการทำงานของเรา ไม่รวมถึงคนที่เป็นเจ้าของกิจการที่อาจทำงานมากกว่านี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน สุดท้าย เรามักจะมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า “นี่คืองานที่ใช่สำหรับเราหรือเปล่า?” “นี่เรากำลังทำอะไรอยู่?” “เรามีความสามารถมากพอที่จะสร้างรายได้และความสำเร็จมากกว่านี้ไหม?” เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวัยทำงานต้องมีคำถามนี้ในใจอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ปัญหารุมเร้าจนเรารู้สึกท้อถอย แต่คนส่วนใหญ่มักติดอยู่ใน Comfort Zone หรือ พื้นที่สบาย เลยไม่กล้าทำอะไรกับมัน แม้เราจะรู้ว่า สุดท้ายสิ่งที่เรากำลังทำมันก็ไม่ใช่ตัวเราอยู่ดี ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์บีบคั้น เครียด เกี่ยวกับงานของคุณ ว่าควรจะอยู่หรือจะไปดี ถ้าคุณกำลังมีความฝัน แต่ไม่กล้าลงมือทำ เลยยอมทนติดแหงกอยู่กับอะไรเดิมๆ บางทีบทเรียน 10 ข้างด้านล่างนี้อาจจะช่วยให้คุณคิดอะไรออกได้บ้าง 1. ในโลกนี้ ไม่มีคำว่า Read More …

ผลการวิจัย!!!เผย ยิ่งเดินไปด้วยทำงานไปด้วยยิ่งฉลาด!!!

ผลการวิจัยจากประเทศแคนนาดาเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่น่าสนใจ ที่ระบุว่าการทำงานไพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วยนั้น มีผลช่วยให้ตั้งใจทำงานมากขึ้นและได้งานที่มีประสิทธิผลมากกว่านั่งทำงานเฉยๆ การทดลองได้ทำกับกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา 18 คน โดยให้คนเดินบนลู่วิ่ง treadmill แบบที่มีโต๊ะทำงานไปได้ด้วย โดยที่ระหว่างเดินก็ให้อ่านข้อความและตอบอีเมล์ที่ตั้งขึ้นมา เทียบกับคนที่นั่งทำงานตามปกติที่ให้อ่านและตอบอีเมล์ชุดเดียวกัน และใช้เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองตรวจวัดด้วย หลังจากการทดสอบให้พักเป็นเวลา 10 นาทีก็จะมีการถามคำถามเกี่ยวกับส่ิงที่อ่านไปแบบคำถามถูก-ผิด ผลที่ได้คือกลุ่มคนที่เดินบน treadmill นั้นสามารถตอบคำถามถูกต้องได้มากกว่ากลุ่มที่นั่งทำงานปกติถึง 34.9% และผลจากการวัดคลื่นไฟฟ้าสมองนั้นแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนที่ทำงานโดยที่เดินบน treadmill ไปด้วยนั้นมีสมาธิในการทำงานและสามารถจดจำข้อมูลที่อ่านได้ดีกว่าเดิม งานนี้นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้งานที่ทำมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย บริษัทไหนสนใจอยากจะลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูบ้างก็ได้นะครับ ข้อมูลจาก : Engadget /www.stepextra.com

13 ความแตกต่างระหว่างการเรียนกับการทำงาน 4 ปีในมหา’ลัย VS 4 ปีแรกของวัยทำงาน มีอะไรที่เหมือนหรือต่างกันบ้าง ?

คงจะเคยได้ยินหรือเคยรู้สึกมาบ้างว่า ชีวิตวัยเรียนเป็นชีวิตที่สนุกกว่าวัยทำงานเสมอ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก สนุกก็สนุกถึงขีดสุด นอกจากเรื่องเรียนก็ไม่ค่อยมีเรื่องอื่นใดให้รับผิดชอบมากมาย   เป็นเช่นนั้นจริงหรือ? มาดูกันว่าถ้าเทียบไทม์ไลน์ในระยะ 4 ปีเท่ากัน ระหว่าง 4 ปีในรั้วมหา’ลัย กับ 4 ปีที่เข้าสู่วัยทำงาน มีอะไรเหมือนหรือต่างบ้างในโลกของความเป็นจริง ? 1. ความสนุกในวัยเรียนและวัยทำงานเป็นคนละแบบกัน วัยเรียนก็สนุกที่ได้อยู่กับเพื่อน ใช้ชีวิตวัยรุ่นตอนปลายให้คุ้มค่าที่สุด สุดขีดสุด ๆ ในขณะที่วัยทำงานก็สนุกกับงาน สนุกกับการวางแผน สนุกกับหลายเรื่องที่เข้ามาใหม่ ๆ แต่เหตุที่โดยรวมแล้ววัยเรียนสนุกกว่า น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก (อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดเรื่องรายได้ เพราะมีคนส่งเสียให้อยู่แล้ว หรือไม่ก็มีเงินจากกองทุนกู้ยืมอยู่แล้ว) 2. ในวัยทำงานยังหนีไม่พ้นเรื่องการทดสอบ หรือการแก้โจทย์แต่ละวัน ที่เหนือไปกว่านั้นคือ ต้องแก้โจทย์ที่คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะมาแบบไหน เช่น วันนี้จะได้เจอลูกค้าแบบไหน, Read More …