วิจัยชี้ชัด #คนที่ตื่นยาก ขนาดนาฬิกาปลุกแล้วยังกด ผ่าน! แล้วนอนต่อ มักเป็นคนฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์

“แม้นาฬิกาจะดัง ก็ยังกดปุ่มเลื่อนแล้วนอนต่อ” คนที่มีพฤติกรรมแบบนี้มักถูกตราหน้าว่าเป็นคนเกียจคร้านและไม่มีระเบียบวินัย แต่สำหรับหลักทางวิทยาศาสตร์แล้ว ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป… จากผลการศึกษาของอังกฤษว่า “ทำไมนกฮูกกลางคืนจึงเป็นอัจฉริยะที่ฉลาดกว่า” ถูกนำมาเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์สติปัญญาและจิตวิญญาณ โดยผู้เขียนอิสระ Satoshi Kanazawa และ Kaja Perina ยืนยันว่า คนเหล่านั้นปรับตัวให้เข้ากับชีวิตและนอนหลับได้ดีกว่า ในแง่ทั่วไปหมายถึงความฉลาดในการจัดการกับปุ่มเลื่อน เพราะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกวิวัฒนาการขึ้น โดยถ้าเราเรียนรู้ที่จะรับฟังความต้องการของร่างกายเราเอง ไม่ใช่กฎบังคับของนาฬิกา นั่นคือเราใช้สมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาของเราเอง ส่งผลให้เรามีความฉลาด คิดสร้างสรรค์ อิสระ รวมถึงมีความสุขมากกว่า ผู้ที่สามารถกระโดดออกจากเตียงได้ในช่วงแรก ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังได้รับการยืนยันจากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Southhampton ที่เปรียบเทียบสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของชายและหญิง 1229 คนที่มีรูปแบบการนอนเช่นนี้ โดยเรียกคนที่ศึกษาว่า “นกฮูก” (เพราะพวกเขานอนหลังจากเวลา 23.00 น. และตื่นขึ้นหลังจาก 8.00 น.) Read More …

มันดีอย่างนี้นี่เอง!!! 10 ข้อดีของการนอนเร็วก่อน 4 ทุ่ม!!!

1. สมองสร้างเคมีสุข: เป็นเวลาแจกรางวัลให้ร่างกายโดยมอบ เคมีนิทรา เคมีสุข และฮอร์โมนเพศ อีกทั้งเคมีบำรุงต่างๆ ทำให้เราตื่นมาอย่างสดชื่น แถมยังช่วยป้องกันการป่วยได้ด้วย 2. สร้างเคมีหนุ่มสาว: เมื่อนอนเร็วจะทำให้สมองเต็มที่กับการเป็นโรงงานชั้นดีที่ผลิตโกรทฮอร์โมนธรรมชาติ ซึ่งเป็นเคมีทีช่วยให้หนุ่มสาวนั่นเอง 3. มีความจำดีขึ้น: เวลาอดนอนจะมีอาการมึน ลืมง่าย การได้นอนเต็มอิ่มมีส่วนช่วยให้สมองได้เติมพลังชาร์จแบตพร้อมรับความ จำใหม่ๆได้ดีขึ้น 4. คุมความดันโลหิตได้: ขณะนอนหลับภายในร่างกายจะเหมือนมีคนแคระมากมายช่วยกันทำงานที่ซับซ้อน อย่างคุมหัวใจและความดันโลหิตให้สงบลง 5. ร่างกายได้ซ่อมแซม: การนอนก็เหมือนเข้าอู่ซ่อมร่างกายที่สึกหรอไปจากงานหนักทั้งวัน ยิ่งได้นอนเร็วก็เท่ากับได้ตักตวงกำไรสำคัญที่จะทำให้มีสุขภาพดี 6.ไม่เสี่ยงอ้วนลงพุง: นอนเร็วช่วยสกัดอาการหิวตอนดึก และยังมีกลไกดับหิวด้วยการสร้างเคมีขึ้นมา ทำให้การนอนเร็วช่วยคุมน้ำหนักตัวได้ดีกว่า 7. มีความสุขง่าย: ซึ่งตรงข้ามกับเมื่ออดนอนที่นำไปสู่ความอึมครึมของสุขภาพและสมอง ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี ขี้หงุดหงิด ความอดทนน้อยลงและอารมณ์เสียง่าย 8. ได้ล้างพิษ: Read More …

นักวิทยาศาสตร์เผย หากเรา “นอนหลับมากเกินไป” จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราบ้าง?

ว่ากันว่ากันพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนหลับ ซึ่งก็อาจจะจริงตามนั้นเพราะว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายจะทำงานน้อยลงอีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่เรายังได้พักความคิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าถึงการนอนหลับจะมีประโยชน์ขนาดไหนแต่ถ้านอนเยอะเกินไปก็มีผลเสียต่อร่างกายเช่นกันนะ ซึ่งปกติแล้วสำหรับวัยผู้ใหญ่ควรนอนวันละ 7-9 ชั่วโมงและถ้าหากนอนน้อยเกินไปก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดอ่อนเพลียได้ แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าการนอนเยอะเกินไปก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้เหมือนกันนะ ซึ่งผลเสียที่ว่านี้จะร้ายแรงขนาดไหนลองไปดูกันเลยดีกว่า   1. คุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจมากขึ้น   การนอนหลับมากกว่าวันละ 9-10 ชั่วโมงนั้นสามารถทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดมากกว่าคนที่นอนปกติกว่า 38% เลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก นอกจากนี้การนอนเยอะอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนปกติมากถึง 2 เท่า   2. มักจะนอนหลับไม่สนิทนัก   มีทฤษฎีหนึ่งได้บอกไว้ว่าเวลานอนของเราถูกขัดจังหวะ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ หรืออาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในการนอนไม่เหมาะสมเช่นมีแสงสว่างเกินไป หรือว่ามีเสียงรบกวนซึ่งภาวะหลับไม่สนิทอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวเลยล่ะ   3. คุณจะอ้วนได้ง่ายขึ้น   การใช้เวลามากกว่า 9-10 ชั่วโมงบนเตียงนอนทำให้ร่างกายของเราไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ เลย นั่นจึงทำให้ร่างกายไม่เกิดการเผาผลาญแคลอรี่เหมือนกับตอนที่เราตื่น Read More …

มาดูกันเลย! 8 ท่านอนที่จ่ะบ่งบอก ถึง “ความสัมพันธ์ของคุณและคู่รัก”

ท่านอนของแต่ละคนสามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใต้สำนึก โดยเฉพาะท่านอนของคู่รักที่จะบอกสถานะความสัมพันธ์เป็นอย่างดี ดังนั้นคืนนี้ลองเช็คท่านอนของเราและคู่รักดูสิว่า “คุณและเขากำลังความรู้ใต้จิตสำนึกลึกๆอย่างไรกันบ้าง” ท่านอนของคู่รักเหล่านี้เป็น จ่ะเป็นงานวิจัยทางจิตวิทยา ที่จะช่วยบอกสถานะถึงความรักของทั้งคู่ที่มีให้แก่กัน หลัง จากเช็คท่านอนกันแล้วก็อย่าลืมปรับความเข้าใจกันด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วยค่ะ 1. ท่าสปูน (Spoon) นอนหันไปทางเดียวกัน โดยผู้ชายโอบกอดผู้หญิงจากด้านหลัง ท่านอนของคู่รักแบบสปูน บ่งบอกถึงความปรารถนาของฝ่ายชายที่ต้องการความเป็นผู้นำ เพื่อปกป้องคนรักของตนเองและมีความมั่นคงต่อความรัก   2. ท่าเดอะลูสสปูน (The Loose Spoon) นอนหันไปทางเดียวกัน โดยผู้ชายโอบกอดผู้หญิงจากด้านหลัง แต่มีระยะห่างที่ไม่แนบชิดกัน ความรักของทั้งคู่ยังมั่นคงดี ซึ่งในบางเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง แต่ฝ่ายชายยังปรารถนาที่จะดูแลและปกป้องฝ่ายหญิงด้วยเช่นกัน   3. ท่าเดอะเชส (The Chase) นอนหันไปทางเดียวกัน โดยผู้หญิงโอบกอดผู้ชายจากด้านหลัง ท่านอนของคู่รักแบบนี้จะตรงข้ามกับ “ท่าสปูน” โดยฝ่ายหญิงต้องการความเป็นผู้นำ และต้องการให้อีกฝ่ายรักตนเองด้วยเช่นกัน     4. Read More …