ปัญหานักเรียนไม่ส่งงาน!

สวัสดีครับ ผมเป็นนักศึกษาฝึกสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พอดีมีปัญหาเกี่ยวกับเด็กไม่ส่งงาน (ขอย้ำว่า ผมลดปริมาณของงานลงมาก ส่วนใหญ่เป็นงานกลุ่มทำในห้อง ซึ่งเป็นกิจกรรมในห้องเรียน ถ้าทำไม่เสร็จก็เอามาส่งคาบต่อไป และงานรับผิดชอบเดี่ยวเป็นใบงานของครูพี่เลี้ยง) ทีนี้ ทางโรงเรียน มีนโยบายให้เด็กมีคะแนนเก็บ ผ่านตามเกณฑ์ MOU ที่ทางครูได้ตกลงกันไว้ ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละครับว่า ในเมื่อเด็กไม่ส่งงานอะไรเราเลย โดยเฉพาะงานเดี่ยว ทำกิจกรรมเป็นบางครั้ง เราจะเอาคะแนนที่ไหนมาให้เขาครับ แต่พวกเขาไม่ดื้อนะครับ แต่จะส่งสายส่งช้าตลอด และอีกอย่าง ครูพี่เลี้ยงก็มองผมว่า เราไม่สามารถที่จะจัดการกับนักเรียนได้ แค่ให้ส่งงาน ยังไม่สามารถทำได้ ดังนั้น จะขอหักคะแนนประเมินการฝึกสอนด้วย ตอนนี้ผมเลยเครียดมากเลยครับ แก้ไขปัญหาไม่ตก แต่พยายามไม่ลงกับเด็กๆ ใช้วิธีปลอบประโลมเด็กๆให้ทำส่ง คำถาม คือ ผมจะมีวิธีการจัดการปัญหานี้ยังไงครับ ช่วยห่อยนะครับ https://pantip.com/topic/38026701

แนะเคล็ดลับสอนการบ้านลูกให้สนุกและได้ผล

การศึกษาของคนแต่ละรุ่นก็แตกต่างกันไป ยิ่งรุ่นลูกของเรา ก็มีรูปแบบการศึกษาที่เปลี่ยนไป พ่อแม่จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปสอนการบ้านลูก 1.อย่าลืมว่าเด็กยุคใหม่ใช้อุปกรณ์สื่อสารในการหาความรู้ อย่าคิดว่า สมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊กของลูก เป็นแค่เครื่องมือหาความบันเทิง เพราะจริงๆ แล้วลูกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการทำการบ้านเช่นกัน ทางที่ดี แม่ควรหาสื่อการสอนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เพราะมันเป็นดังคลังความรู้ของเด็กยุคใหม่ เช่น Youtube ที่มีเนื้อหาดีๆ เหมาะจะเป็นสื่อการสอน ลูกก็จะสนุกและเพลิดเพลิน 2.แนะนำให้ลูกปิดจอแล้วหาความรู้ในโลกจริง แม้ว่าโลกออนไลน์จะเป็นแหล่งข้อมูลที่ครบครันแค่ไหน แต่ไม่ควรยึดติดกับโลกอินเตอร์เน็ตมากเกินไป แนะนำให้ลูกพบอาจารย์หลังเลิกเรียนเพื่อสอบถามข้อสงสัย หรือเข้าห้องสมุดไปจับหนังสือจริงๆ เพื่อให้ลูกฝึกการอ่านหนังสือ และยังถนอมสายตาลูกได้อีกด้วย 3.สอนลูกหาข้อมูลให้รอบด้าน การหาข้อมูลเพื่อทำการบ้าน ควรที่จะใช้ข้อมูลให้รอบด้าน บางอย่างลูกอาจค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ต เพราะการค้นหาในโลกออนไลน์นั้นรวดเร็วฉับไว แต่บางครั้งก็ต้องพึ่งพาหนังสือที่ให้ข้อมูลได้ครบถ้วนกว่า ที่สำคัญ การอ่านหนังสือ จดโน้ต และไฮไลท์ข้อมูลสำคัญ ทำให้ลูกจดจำได้ดีกว่า จึงควรสอนให้ลูกอ่านหนังสือควบคู่กับการใช้อินเตอร์เน็ต 4.บอกลูกให้รู้จักแบ่งเวลา เด็กยุคใหม่เติบโตมากับโลกออนไลน์ Read More …

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำเมื่อสอนลูกอ่านหนังสือ!

การสอนลูกอ่านหนังสืออาจเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเครียดและน่าภูมิใจในเวลาเดียวกันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่บ่อยครั้งที่ความพยายามของผู้ปกครองกลับส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก นี่เป็นสิ่งที่คุณควรระวังเวลาที่สอนลูกอ่านหนังสือ อย่าให้เด็กอ่านหนังสือเกินอายุ เรารู้ว่าคุณอยากท้าทายความสามารถของลูก แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นการ “ช่วย” ชะลอพัฒนาการด้านการอ่านของเด็ก เพราะเด็กจะรู้สึกว่าหนังสือนั้นยากเกินไปและอ่านช้าลง ซึ่งจะทำให้เด็กเสียความมั่นใจไปในที่สุด อย่าอ่านเวลาโกรธหรือเครียด เมื่อเด็กกำลังโกรธหรือเครียด พวกเขาจะไม่มีสมาธิ ถ้าคุณยิ่งกดดันให้เขาอ่าน ก็มีแต่จะทำให้ทั้งตัวคุณและลูกเครียดยิ่งขึ้น และอาจทำให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อการอ่าน คุณควรพูดทำนองว่า “แม่รู้ว่าหนูกำลังอารมณ์ไม่ดี ไปหาอะไรมาดื่มก่อน รอให้อารมณ์ดีขึ้นแล้วบอกแม่นะ” ไม่ให้เวลาอ่านหนังสือกับลูก สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด คือให้เวลาอ่านหนังสือกับลูกในแต่ละวัน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมองข้ามความสำคัญของช่วงเวลานี้ อาจด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่การนั่งอ่านหนังสือกับลูก แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ เพียงวันละ 10 นาที ก็สามารถช่วยเสริมพัฒนาการให้เด็กได้อย่างมาก โดยเฉพาะกับเด็กที่มีปัญหาด้านการอ่าน ไม่มีพ่อแม่คนไหนจะทำถูกต้องไปเสียทุกอย่างเมื่อสอนลูกอ่านหนังสือ แต่สิ่งสำคัญที่คุณควรจำคือคุณควรทำให้ช่วงเวลาการอ่านเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานและเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก คุณสามารถแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ในการสอนลูกอ่านหนังสือของคุณให้เราฟัง อาจจะเป็นเคล็ดลับหรือข้อพึงระวังที่คุณเคยประสบมาก็ได้ ขอบพระคุณบทความจาก th.theasianparent.com

แนะผู้ปกครองถึงเคล็ดลับสอนการบ้านลูกให้สนุกและได้ผล

การศึกษาของคนแต่ละรุ่นก็แตกต่างกันไป ยิ่งรุ่นลูกของเรา ก็มีรูปแบบการศึกษาที่เปลี่ยนไป พ่อแม่จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปสอนการบ้านลูก 1.อย่าลืมว่าเด็กยุคใหม่ใช้อุปกรณ์สื่อสารในการหาความรู้ อย่าคิดว่า สมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊กของลูก เป็นแค่เครื่องมือหาความบันเทิง เพราะจริงๆ แล้วลูกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการทำการบ้านเช่นกัน ทางที่ดี แม่ควรหาสื่อการสอนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เพราะมันเป็นดังคลังความรู้ของเด็กยุคใหม่ เช่น Youtube ที่มีเนื้อหาดีๆ เหมาะจะเป็นสื่อการสอน ลูกก็จะสนุกและเพลิดเพลิน 2.แนะนำให้ลูกปิดจอแล้วหาความรู้ในโลกจริง แม้ว่าโลกออนไลน์จะเป็นแหล่งข้อมูลที่ครบครันแค่ไหน แต่ไม่ควรยึดติดกับโลกอินเตอร์เน็ตมากเกินไป แนะนำให้ลูกพบอาจารย์หลังเลิกเรียนเพื่อสอบถามข้อสงสัย หรือเข้าห้องสมุดไปจับหนังสือจริงๆ เพื่อให้ลูกฝึกการอ่านหนังสือ และยังถนอมสายตาลูกได้อีกด้วย   3.สอนลูกหาข้อมูลให้รอบด้าน การหาข้อมูลเพื่อทำการบ้าน ควรที่จะใช้ข้อมูลให้รอบด้าน บางอย่างลูกอาจค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ต เพราะการค้นหาในโลกออนไลน์นั้นรวดเร็วฉับไว แต่บางครั้งก็ต้องพึ่งพาหนังสือที่ให้ข้อมูลได้ครบถ้วนกว่า ที่สำคัญ การอ่านหนังสือ จดโน้ต และไฮไลท์ข้อมูลสำคัญ ทำให้ลูกจดจำได้ดีกว่า จึงควรสอนให้ลูกอ่านหนังสือควบคู่กับการใช้อินเตอร์เน็ต 4.บอกลูกให้รู้จักแบ่งเวลา Read More …

จัดว่าเด็ด!!! 5 วิธีการฝึกให้ลูกรู้จักทำการบ้าน ไม่เครียด ไม่น่าเบื่อและได้ความรู้ แนะผู้ปกครองควรศึกษา

การบ้านถือว่าเป็นการฝึกความรับผิดชอบอย่างหนึ่งให้กับเด็กๆ หากลูกเราเป็นเหมือนกับเด็กทั่วๆไปที่สามารถทำการบ้านได้เอง ไม่ต้องมากำกับก็แล้วไป แต่หากลูกเราแตกต่างเล็กน้อยว่าไม่สามารถทำการบ้านได้เอง ไม่ชอบทำการบ้าน พ่อแม่จะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง เรามีข้อแนะนำให้ลองไปทำกันดู 1.จัดสภาพแวดล้อมสำหรับทำการบ้าน อย่างแรกหากลูกเราไม่ชอบทำการบ้าน อาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมในบ้านไม่เอื้อต่อการทำการบ้าน เช่น เปิดทีวีเสียงดังตลอดทำให้เด็กไม่มีสมาธิ เป็นต้น ทางแก้ไขก็คือ พ่อแม่ควรจะร่วมกันช่วยจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมสำหรับทำการบ้าน อย่างการจัดมุมเฉพาะส่วนตัวให้เค้าทำการบ้าน น่าจะทำให้อยากทำการบ้านอย่างมีสมาธิมากยิ่งขึ้น 2.หาเวลามาทำการบ้านร่วมกัน หากลูกของเราไม่ชอบทำการบ้าน พ่อแม่ก็ควรจะต้องสละเวลาจากการทำงานมาทำการบ้านร่วมกันกับลูก เพื่อสร้างความอบอุ่นใจให้กับเค้า และทำให้เห็นว่าการทำการบ้านไม่ใช่เรื่องของการทำโทษ แต่เป็นการฝึกความรับผิดชอบมากกว่าอีกอย่างการทำบ้านร่วมกันจะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรม และความสามารถของลูกเราด้วยว่าเป็นอย่างไร ถนัดหรือไม่ถนัดวิชาไหน แถมด้วยเราจะได้ทราบเรื่องราวของเค้าเวลาอยู่โรงเรียนอีกทางหนึ่งด้วย 3.ให้คำปรึกษา แนะนำแต่ไม่ทำให้ ระหว่างที่มาทำการบ้านร่วมกันนั่น สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อแม่จะให้ได้แบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย นั่นก็คือการให้คำปรึกษาการทำการบ้านของลูก แต่ขอย้ำว่าให้คำปรึกษาเท่านั้นไม่ใช่ทำการบ้านให้ลูก เพราะการทำการบ้านให้ลูกแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็อาจจะทำให้เค้าติดนิสัยที่ไม่ถูกต้องได้เหมือนกัน 4.ชมเชย ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ระหว่างที่พ่อแม่อยู่ทำการบ้านเป็นเพื่อนลูกนั้น สิ่งที่พ่อแม่จะต้องเจอสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ที่ไม่พอใจของลูกเวลาทำการบ้าน Read More …