ด่วน!!!วาง 12 แนวทางยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ!

คณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา วาง 12 ประเด็นหลักยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ.. พร้อมเปิดให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นก่อน พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเสร็จสมบูรณ์ . วันนี้ (19  ธ.ค.) นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า  ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดทำกรอบแนวคิดการปฎิรูปการศึกษาของคณะกรรมการอิสระฯ ซึ่งเตรียมที่จะนำไปเสนอรวมอยู่ในแผนบูรณาการของคณะกรรมการปฎิรูปประเทศ 12 คณะ เพื่อจัดทำเป็นแผนปฎิรูประดับชาติของรัฐบาล โดยรูปแบบของการปฎิรูปการศึกษานั้นจะมุ่งเน้นใน 4 ด้าน คือ การยกระดับผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การสร้างความเป็นเลิศให้แก่ผู้เรียน และการสร้างธรรมาภิบาล ซึ่งประเด็นหลักเหล่านี้จะครอบคลุมทุกด้านสำหรับการจัดทำแผนปฎิรูประดับชาติ  ซึ่งนอกจากแผนปฎิรูปการศึกษาแล้วคณะกรรมการอิสระฯจะเสนอการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการด้วย ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..ที่มีสาระสำคัญในการจัดทำระบบการศึกษาของประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตของประเทศ โดยการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีกรอบแนวคิดที่สำคัญ 12  ข้อ Read More …

5 สิ่งที่ทำให้ระบบการศึกษาของ “ญี่ปุ่น” แตกต่างจาก “ไทย”

ถ้าหากจะพูดถึง ญี่ปุ่น แล้วยังมีอีกหลากหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ชอบไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นเพราะความสวยงามของธรรมชาติในประเทศ และความอบอุ่นของคนในประเทศญี่ปุ่นเองที่เป็นสิ่งดึงดูดใจให้ญี่ปุ่นกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวในฝันของใครหลายๆคน แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีเรื่องราวของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกมากมายที่มีให้เราได้ศึกษา ซึ่งวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นมีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ประเทศเกิดความอบอุ่นและประชากรทุกๆคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยกตัวอย่างวัฒนธรรมของนักเรียนญี่ปุ่นที่เราอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน คือในช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวันของทุกวันนักเรียนจะรับประทานอาหารพร้อมกับคุณครู เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังมีวัฒนธรรมของนักเรียนญี่ปุ่นอีกมากมายที่น่าสนใจ ลองยกตัวอย่างเป็นข้อๆให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นดังนี 1.ไม่มีการสอบในสามปีแรก เนื่องจากญี่ปุ่นนั้นให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของการให้ความสำคัญต่อตัวบุคคล เพราะฉะนั้นในสามปีแรกของการเข้าเรียนนั้นจะยังไม่มีการสอบจนกว่าจะอยู่ในเกรดสี่จึงจะมีสอบ ด้วยสาเหตุที่ประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องการให้เด็กๆเกิดความเครียดมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นในช่วงสามปีแรกจึงเป็นเน้นการพัฒนาจากตัวนักเรียนเอง และสอนมารยาทการอยู่ในสังคม เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะความกดดันต่างๆในช่วงสามปีแรกของการศึกษาจึงไม่มีการสอบ และคิดว่าการวัดผลของนักเรียนจากการสอบเพียงอย่างเดียวจะเป็นการลดประสิทธิภาพของนักเรียนอีกด้วย 2.ไม่มีภารโรง สำหรับโรงเรียนของญี่ปุ่นั้นไม่มีภารโรงแต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าโรงเรียนนั้นจะสกปรก เพราะเด็กๆจะเป็นคนช่วยกันทำความสะอาดและดูแลโรงเรียน โดยนักเรียนนั้นจะเป็นคนทำความสะอาดห้องเรียนและห้องน้ำ ซึ่งเป็นวิธีฝึกการทำงานเป็นทีมและพัฒนาความรับผิดชอบของเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กๆรักความสะอาด และนี่ถือเป็นบทเรียนที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการดูแลผู้อื่น จะมีการแบ่งกลุ่มและเปลี่ยนกันรับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆ เพราะฉะนั้นนักเรียนทุกคนก็จะได้ประสบการณ์ในทุกๆหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 3.นักเรียนจะกินอาหารที่เหมือนกัน โดยญี่ปุ่นนั้นมีการคำนึงถึงสุขภาพของนักเรียนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นในการทานอาหารมื้อกลางวันก็จะเป็นอาหารที่เหมือนกัน คุณภาพและมาตรฐานแบบเดียวกัน โดยจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ สำหรับการทำอาหารนั้นพ่อครัวเองก็จะต้องถูกฝึกและรับการอบรมให้ได้รับมาตรฐาน ในส่วนของวัตถุดิบจะใช้เป็นของสดที่ได้คุณาพจากในท้องถิ่นของตนเอง ยกเว้นคนที่แพ้อาหารบางอย่างก็จะทำอาหารพิเศษให้ แต่ก็ต้องนั่งรับประทานในพื้นที่เดียวกัน 4.การสอนศิลปะดั้งเดิม ที่พลาดไม่ได้เลยคือการที่โรงเรียนในญี่ปุ่นั้นจะมีการสอนศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความรู้พื้นฐานของนักเรียนญี่ปุ่น ยกตัวอย่างการเขียนตัวอักษด้วยพู่กัน ซึ่งจะทำให้เด็กมีความรู้ในด้านภาษา Read More …

8 ประการการเปลี่ยนแปลงทาง(การศึกษาไทย)ที่ทุกคนอยากเห็น!

การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่อยากเห็น ขณะนี้มีข่าวการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นระลอกๆซึ่งแหล่งข่าวก็ระบุว่าข่าวดังกล่าวค่อนข้างแน่นอน หากเป็นเช่นนั้นจริงก็นับว่าเป็นกระทรวงที่เปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยมากๆเฉลี่ยแล้วปีละ 1 คน ดังนั้นในเรื่องความต่อเนื่องของนโยบายทางการศึกษาก็คงไม่ต้องพูดถึงว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ คนมาใหม่ก็พยายามสร้างนโยบายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้งๆที่บางเรื่องก็เป็นเรื่องเดิมๆแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ ในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่รู้ว่าปฏิรูปการศึกษากันอย่างไร คนทะเลาะกันทั้งประเทศ อ่อนแอทั้งประเทศ ทั้งเรื่องอำนาจ เรื่องสถานที่ทำงาน เรื่องงบประมาณ เร็วๆนี้ก็มีเรื่องน่าอดสูที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหลายแห่งขอระดมทรัพยากรจากโรงเรียนเพื่อไปจ้างบุคลากรมาทำงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าว หลายแห่งเงินเดือนใหม่ยังไม่เรียบร้อยเพราะการประชุมของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดยังไม่ลงตัว ทั้งประเทศยังชะลอตัวเรื่องการย้ายผู้บริหารโรงเรียน รวมไปถึงน้องสองคนที่ไปเป็นครูแล้ว ๕ เดือน โดยไม่ได้รับเงินเดือน จู่ๆก็มีการเพิกถอนคำสั่งการบรรจุ มีเรื่องหลายเรื่องที่ฝ่ายกำหนดนโยบายในแต่ละระดับหยิบขึ้นมาพูด หยิบขึ้นมาทำก็เพื่อให้เห็นว่าทำ มีผลงาน โลกไม่ลืม แต่ไม่เกิดมรรคผลใดๆเลย กลับแย่กว่าเดิมเสียอีก อะไรกันนักหนากับการเปลี่ยนแปลง ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ดีขึ้นจะเปลี่ยนแปลงไปทำไม ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียนและคุณครูหลายท่านก็ทำให้ทราบว่า ในปัจจุบันทางโรงเรียนไม่ค่อยได้สนใจเท่าไรนักว่าใครจะมารัฐมนตรี ใครจะมาเป็นเลขาธิการ ใครจะมาเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหรือศึกษาธิการภาค/จังหวัด เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆดังกล่าวจะคิดจะทำอะไรก็ไม่ค่อยได้ส่งผลถึงผู้เรียนเท่าไรนัก ซ้ำร้ายนโยบายหรือแนวทางการดำเนินงานบางอย่างที่ท่านเหล่านี้คิด ยังมาเบียดบังเวลาและแรงงานของครูที่จะทำให้ผู้เรียนเป็นคนดีคนเก่งเสียอีก ข้อสรุปที่เจ็บปวดมากจากผู้บริหารโรงเรียนและคณะครู ก็คือ Read More …

การศึกษาไทยต้องเริ่มต้นที่‘เด็กปฐมวัย’(อย่ามองข้ามเด็กอนุบาล)

จุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สำคัญคือการให้น้ำหนักที่การดูแลเด็กตั้งแต่ปฐมวัย หรือตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและถือเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างคุ้มค่าที่สุด   การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยที่มีคุณภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอื่นๆ ในการดำรงชีวิตให้แก่เด็ก อย่างไรก็ตามด้านการศึกษา ในปี 2556 จะพบว่าการลงทุนในเด็กปฐมวัยกลับอยู่ในลำดับรั้งท้าย โดยอันดับ 1 ประถมศึกษา 32.72% ตามด้วยอุดมศึกษา 21% มัธยมศึกษา 20.8% อนุบาล 10.94% อาชีวศึกษา 5.41% ขณะที่การศึกษาปฐมวัยหรือก่อนวัยเรียนอยู่ที่ 1.76% คำถามที่เกิดขึ้นคือ หากลงทุนโดยเริ่มต้นที่ “เด็กปฐมวัย” ทำอย่างไรถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีการนำเสนอกรณีศึกษาการลงทุนที่คุ้มค่าของเด็กปฐมวัยผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใน โครงการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ หรือ RIECE Read More …

การศึกษาไทยหลุดโค้ง!(เกิดอุบัติเหตุ อย่างหนัก)

การศึกษาไทยในวันนี้ มีการปฏิรูป มีการพัฒนา มีการยกระดับ มีการแก้ไขปัญหา ฯลฯ ล้วนเกิดจากความคิดชั่วข้ามคืน ข้ามวัน ข้ามสัปดาห์ แต่มิได้เป็นไปตาม “แผนการศึกษาชาติ” ที่กำหนดไว้ ทำงานแบบไร้แผน ไร้ทิศทาง คนปฏิบัติงานก็ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรใหม่ๆมาอีก เพราะนโยบายเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ วันนี้ใช่ พรุ่งนี้อาจไม่ใช่ เดือนก่อนโน้นยังเป็น ICU พอมาเดือนที่แล้วเป็น STEM พอเดือนนี้เป็น PLC แล้วเดือนหน้าจะเป็นอะไรนั้น ไม่มีใครทราบได้ คนปฏิบัติก็รับคำสั่งเป็นวันๆไป เต้นกันไปตามนโยบาย  >>>โรงเรียนไม่ได้เหมือนกับ “สนามรบ” ทางการทหาร ที่ต้องวิเคราะห์ ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีรายวัน รายชั่วโมง แต่การศึกษาต้องตั้งเป้าหมายให้ชัด แล้วใช้วิธีการที่เหมาะสมกับนักเรียน สภาพแวดล้อม เพราะนักเรียนก็คนเดิม โรงเรียนก็ตั้งอยู่ที่เดิม ครูก็คนเดิม สภาพแวดล้อมก็เหมือนเดิม เราคงไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมากมายเหมือนอยู่ในสนามรบทางการทหาร Read More …