ผ่านพ้นไปแล้วอย่างน่าประทับใจกับงาน Thailand’s Education Leader Symposium ปี 2019

ที่สุดแห่งปรากฏการณ์ ที่อักษรได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการศึกษาไทย . ผ่านพ้นไปแล้วอย่างน่าประทับใจกับงาน Thailand’s Education Leader Symposium ปี 2019 งานสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์จากนักการศึกษาชั้นแนวหน้าระดับโลก ร่วมปลดล็อคและค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวผู้เรียนออกมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะนี่คือหน้าที่สำคัญที่สุดของ “ครู” . มองเห็นระบบประเมินผลที่สามารถยกระดับการเรียนการสอน และค้นหาแนวทางที่ผลักดันให้ผู้เรียนไปสู่จุดหมายได้อย่างแท้จริง ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดพร้อมศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่แท้จริง ที่ไม่ว่าโรงเรียนไหนไหน ก็สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ จนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ พร้อมพิสูจน์บทบาทของความสำเร็จในการเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ วิชาแห่งโลกอนาคต ที่จะทำให้ครูไทยมั่นใจได้ว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นโมเดลต้นแบบของการเรียนวิทยาการคำนวณได้เช่นกัน . และความฝันที่จะสร้างโรงเรียนสู่มาตรฐานระดับโลกคงไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างที่คิด อักษรขอขอบคุณ ผู้บริหารสถานศึกษาที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์นี้ และ ในปีหน้า เราจะกลับมาอีกครั้งพร้อมพลังการเรียนรู้ครั้งใหม่ที่จะส่งต่อถึงผู้บริหารสถานศึกษาแน่นอน พร้อมแชร์ต่อถึงครูทุกท่านแล้วที่ https://www.facebook.com/AksornACT/videos/1790730024567035/ AKSORN #AKSORNTeachingForum2019 #TELS Read More …

ครูฟินแลนด์ไม่จำเป็นต้องอยู่โรงเรียนในวันที่ไม่มีงานสอน

ชั่วโมงการทำงานมีพื้นฐานจากภาระงานสอน ชั่วโมงการทำงานของครูฟินแลนด์ส่วนใหญ่คิดจากภาระงาน คือ จำนวนคาบสอน คาบละ 45 นาที จำนวน 16-24 คาบต่อสัปดาห์ ตามแต่ประเภทของสถานศึกษาและวิชาที่สอน ครูในสถาบันอาชีวศึกษามีจำนวนชั่วโมงการทำงานที่แตกต่างออกไปซึ่งสอดคล้องกับงาน หากเปรียบเทียบกับสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ จำนวนชั่วโมงที่ครูฟินแลนด์สอนนั้นน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ในปีหนึ่ง จะมีวันเปิดเรียนจำนวน 185-195 วัน ครูไม่จำเป็นต้องอยู่ประจำที่โรงเรียนในวันที่ไม่มีภาระงานสอนหรืองานอื่นๆ นอกจากการสอนแล้ว ภาระงานของครูหมายรวมถึงการวางแผนการสอน การเตรียมสอน และภาระงานหลังสอน (เช่น การตรวจการบ้าน) ครูยังมีภาระงานด้านการพัฒนาองค์กรและการร่วมงานกับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่ด้านสวัสดิการสังคมของนักเรียน เจ้าหน้าที่จากคลินิกให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวในท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติงานสอนของครู โดยกำหนดให้ครูปฏิบัติกิจกรรมเหล่านี้เป็นชั่วโมงทำงานจำนวน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามข้อตกลงร่วมกันของครูในระดับการศึกษาภาคบังคับและ 3 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ Read More …

คำถาม: ทัศนคติแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?

คำตอบ:  แบ่งเป็น  2 ประเภท 1.ทัศนคติทางบวกหรือทัศนคติที่ดี แนวโน้มที่จะเข้าหาสิ่งเร้า หรือสถานการณ์นั้น ๆ ด้วยความชอบ พอใจ 2.ทัศนคติทางลบหรือทัศนคติไม่ดี แนวโน้มที่จะถอนหนีสิ่งเร้า หรือสถานการณ์นั้น ๆ ด้วยความไม่ชอบ ไม่พอใจ คำถาม:  ลักษณะทั่วไปของทัศนคติ คำตอบ :ทัศนคติที่เกิดจากการเรียนรู้ หรือได้รับประสบการณ์ ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด ทัศนคติจะเป็นตัวชี้ในการแสดงพฤติกรรม ทัศนคติไม่สามารถถ่ายทอด จากบุคคลหนึ่งไปอีกบุคคลหนึ่งได้ ทัศนคติสามารถเปลี่ยนแปลงได้

มาเลเซียประกาศ ‘ยกเลิก’ สอบกลางภาค-ปลายภาค ในชั้น ป. 1-3 เริ่มใช้ปี 2019

จากการรายงานของเว็บไซต์ NST ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย จะเริ่มนำร่องยกเลิกการสอบ กลางภาค-ปลายภาค สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป โดยเล็งเห็นว่าระบบการศึกษาของมาเลเซีย ควรโฟกัสไปที่การสอนและการสนับสนุนนักเรียน ค้นพบกับความสุขจากการเรียนรู้มากกว่า…อธิบดีกรมสามัญศึกษา จากกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ระบุว่า จะใช้ระบบการประเมินผลแบบอย่างต่อเนื่อง เข้ามาแทนที่การสอบกลางภาค-ปลายภาค อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอนและเรียนรู้ผ่านระบบ Classroom-Based Assessment (PBD) ทั้งนี้ Dr. Amin ได้อธิบายไว้ว่า การถูกยกมาเปรียบเทียบและการแข่งขันระหว่างโรงเรียน จะกลายมาเป็นการตั้งมาตรฐานสำหรับการสอบต่างๆ เมื่อเด็กถูกเปรียบเทียบก็อาจจะหมดกำลังใจ ส่งผลกระทบด้านลบจนไม่อยากเรียน เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญกับนักเรียนแต่ละคน ก็ควรจะมีให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กได้พัฒนาตามความถนัดของตัวเอง โดยไม่ใช้เพียงแค่ข้อสอบเป็นตัวชี้วัดความรู้และความสามารถp>“เด็กๆ จะได้รับการวัดผลอย่างต่อเนื่องด้วย รูปแบบการประเมินที่หลากหลาย ทั้งด้านความรู้ทางวิชาการ ทักษะต่างๆ และคุณค่าในตัวเด็ก ที่จะช่วยให้พ่อแม่รับรู้ได้ว่าบุตรหลานของตัวเอง มีพัฒนาการทางด้านไหน Read More …

สิงคโปร์นำร่องปรับหลักสูตรมัธยมศึกษา ให้นักเรียนเลือกเรียนแต่ละวิชาตามความสามารถ หวังผลทั่วประเทศปี 2024

จากนี้ไปอีกห้าปี สิงคโปร์กำลังเริ่มกระบวนการยกเลิกการแยกสายของนักเรียนชั้นมัธยมที่เคยแยกเป็น Normal/Technical , Normal/Academic และสาย Express จากคะแนนที่วัดได้ในชั้นประถมและมัธยมต้น … เหตุผลที่ต้องยกเลิกก็คือระบบนี้มันเป็นการจำกัดอนาคตของคนรุ่นต่อไปด้วยกระบวนการชี้วัดที่ไม่ทันสมัยสำหรับโลกปัจจุบัน (ใช้มา 40 ปีแล้ว – ซึ่งโจทย์เปลี่ยนไปหมดแล้ว) ส่งผลให้เด็ก ๆ ได้รับการดูแลด้านการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกันและไม่มีโอกาสที่สองในการเปลี่ยนการศึกษาของตัวเอง พวกเขาเชื่อว่าการ “เขี่ย” เด็กให้ไปอยู่คนละสายเร็วเกินไปนั้นอาจจะเคยตอบโจทย์โลกยุคอุตสาหกรรมที่ต้องผลิตคนเข้าระบบ … แต่นั่นก็สร้างปัญหาขึ้นมามากมายเช่น เด็กที่ถูกประเมินว่าไม่เก่ง จะถูกส่งไปเรียนสายที่ไม่เก่งเพื่อสร้างทักษะแบบนึงขึ้นมาตามมุมมองและความต้องการของอุตสาหกรรม แต่นั่นก็ทำให้เขาสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวขึ้นมาแบบนึงเพราะคิดเสมอว่า “ฉันเรียนไม่เก่ง” ทั้งที่เขาอาจจะแค่พยายามไม่เต็มที่หรือแค่ทำข้อสอบได้ไม่ดีในตอนเด็ก สิงคโปร์ไม่ต้องการทิ้งคนให้หลงอยู่ในสายการศึกษาที่แยกระดับสติปัญญาด้วยการสอบไม่กี่ครั้งแบบนั้นได้อีกต่อไป พวกเขาต้องการเปิดโอกาสให้คนเลือกเรียนได้เอง สามารถข้ามสายหรือเปลี่ยนสายความรู้ที่สนใจได้ตลอดเวลา … มันจึงเป็นที่มาของโครงการนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฎิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของสิงคโปร์ที่ผมเคยเขียนถึง ถึงแม้จะอยู่อันดับต้น ๆ ของโลกมาตลอด แต่สิงคโปร์ก็ยังพยายามพัฒนาระบบการศึกษาให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของมนุษย์ตลอดเวลาเช่นกัน , พวกเขาพยายามเปิดกว้างให้คนได้เลือกสิ่งที่อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง Read More …