32 เทคนิควิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนสนุกแล้วไม่เบื่อ!!!

เดี๋ยวนี้หากทำอะไรในสิ่งที่ดีที่งาม โดยไม่มีการปรุงแต่งคนจะไม่สนใจ ไม่เหมือนอบายมุขที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก คนก็วิ่งเข้าหา การปรุงแต่งที่ทำให้คนสนใจที่นิยมกันก็คือทำให้มันสนุก ใครๆ ที่มีลูกที่ต้องเรียนหนังสือโดยเฉพาะคณิตศาสตร์ เรามีวิธีการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ให้สนุก (คล้ายๆ กับเอาเรื่ององค์กรปลา (Fish) มาประยุกต์ใช้งาน) ดังนี้ 1. การสอนต้องพยายามพูดตลกๆ แทรกเป็นระยะๆ (ทอร์คโชว์) 2. บางครั้งก็พาไปสวนสัตว์ แล้วให้เด็กอธิบายโครงสร้างกรงสัตว์ เช่นสามเหลี่ยม วงกลม(เรียนจากการเที่ยว) 3. เปลี่ยนอิริยาบถไปท่องอินเทอร์เน็ต เว็บไซด์คณิตศาสตร์ ทำให้ตื่นตาตื่นใจ ลดความจำเจ (จูงใจ) 4. เขียนการ์ตูนในหนังสือคณิตศาสตร์ เช่น 2+2 = 4 ก็เขียนเป็นรูปสัตว์ 2 ตัว + อีก 2 Read More …

10 เกมคณิตศาสตร์ทั้งสนุกและยังช่วยด้านพัฒนาทักษะลูก!!!

ของเล่นที่ดีควรจะสนุกและช่วยพัฒนาทักษะของลูกไปพร้อมๆ กัน เราขอแนะนำเกมเชิงคณิตศาสตร์ 10 เกมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางการคิดคำนวณ และการวิเคราะห์สำหรับลูกคุณ 1.เกมทายสี (Mastermind) เกมทายสีช่วยสอนเรื่องการจัดลำดับ การคิดใคร่ครวญตามหลักเหตุผล และการจดจำรูปแบบ 2.โอเทลโล่ การเล่นโอเทลโล่ช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องการจดจำรูปแบบ การจัดวางตำแหน่ง การจัดกลุ่ม และวิธีคิด วิธีวางแผนหลายๆ แผนในเวลาเดียวกัน 3.รูบิก การหมุนบิดรูบิกช่วยให้เด็กทุกช่วงวัยเข้าใจแนวคิดคณิตศาสตร์ที่สำคัญๆ เช่น พื้นที่ เส้นรอบวง ปริมาตร มุม การจัดลำดับตามขั้นตอน และการแจกแจง รวมถึงความเข้าใจเรื่องเรขาคณิตและพีชคณิตด้วย 4.หมากรุก หมากรุกเป็นเกมที่ดีมาก เพราะช่วยฝึกให้ลูกรู้จักแก้ไขปัญหาและการอธิบายความคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล 5.เอ็กซ์โอหรือทิคแทคโท (Tic tac toe) กลยุทธ์การเล่นเกมเอ็กซ์โอช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการเชื่อมโยงแบบมีเหตุผล ตรรกะ การผลัดเปลี่ยน ทิศทาง และมุมมองที่แปลกใหม่ Read More …

ไข 3 เหตุผลลับ ทำไมเด็กสิงคโปร์ถึงเก่งเลข?

สิงคโปร์” นครรัฐที่มีประชากรเพียง 5.5 ล้านคน มักจะติดอันดับท็อปของโลกเมื่อเปรียบเทียบกันด้วยความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ และยังเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่น่าชื่นชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยที่ทุกโรงเรียนในประเทศสิงคโปร์นั้นควบคุมโดยกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง 1.วิทย์ – คณิต คือแกนหลักสำคัญของการศึกษา หลักสูตรของสิงคโปร์ ให้ความสำคัญกับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ทั้งสองวิชานี้คือวิชาหลักในทุกระดับชั้น ที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุดในการศึกษาชั้นประถมและมัธยมต้น ตั้งแต่ชั้นประถมปลายขึ้นไปเด็กๆ จะได้เรียนกับครูที่มีความชำนาญด้านคณิตศาสตร์โดยเฉพาะ และในขณะที่นักเรียนสามารถเลือกเรียนด้านมนุษยศาสตร์ได้ในระดับ A-level (Advanced Level, เทียบได้กับมัธยมปลายเป็นใบประกาศสำหรับนักเรียนที่สอบได้หลังเรียนจบปีที่ 2 ในระดับ Junior College และนักเรียนที่สอบได้หลังจบปีที่ 3 ในโรงเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษา) แต่พวกเขาก็ยังต้องเรียนด้านคณิตศาสตร์ หรืออย่างน้อยวิชาด้านวิทยาศาสตร์อีกหนึ่งวิชาจนกว่าจะเรียนจบ 2.การวางรากฐานการศึกษาสำคัญเสมอ สิงคโปร์ให้ความสำคัญของการวางรากฐานของการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงประถมศึกษา เมื่อเทียบกับประเทศฝั่งตะวันตก หัวข้อการเรียนในแต่ละวิชาอาจจะไม่มากเท่า แต่สิงคโปร์เน้นความลึกของแต่ละวิชา กล่าวคือ หัวข้อในการเรียนน้อยกว่าแต่เรียนให้ลึกกว่า และความสำเร็จของสิงคโปร์ก็ไม่ได้มาจากเงินเพียงอย่างเดียว เพราะพวกเขาใช้งบด้านการศึกษาคิดเป็นเพียง 3% Read More …

7 เคล็ดลับ การสอนลูกให้เก่งคิด เก่งคณิตศาสตร์ สบายๆชิวๆ

การสอนลูกให้เก่งคิด คณิตศาสตร์ สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรมและอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การสังเกต โดยใช้ประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย) ในการเรียนรู้ผ่านสิ่งที่เขาพบเห็นทุกวัน การแบ่งประเภทสิ่งของที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน การเปรียบเทียบ เช่น เล็กกว่า ใหญ่กว่า ยาวกว่า เป็นต้น การจัดลำดับสิ่งของตั้งแต่ 3 ชิ้นขึ้นไป ตามความยาว ความสูง เช่น จากยาวสุดไปสั้นสุด เป็นต้น การวัดโดยสอนให้ลูกหาความยาว ความสูง หรือน้ำหนักของของเล่นหรือของใช้ สอนนับจำนวน เช่น นับจำนวนอวัยวะในร่างกาย นับสมาชิกในบ้าน นับผลไม้ เป็นต้น สอนเรื่องรูปทรงและขนาด โดยใช้สิ่งของในบ้านที่ลูกสามารถมองเห็นได้ เริ่มจากรูปทรงพื้นฐาน Read More …

เคล็ดลับสำหรับคนอยากเก่งคณิตศาสตร์จากคนที่โง่เลขมาจนถึง ม.6 และใช้เวลา 5 เดือนเรียนด้วยตัวเองจนสอบติดแพทย์

ก่อนอื่นท้าวความก่อนนะคะน้องว่าพี่ตอนนี้ติดแพทย์แล้วค่ะที่มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งหนึ่งค่ะ และพี่ก็เป็นคนที่โง่คณิตศาสตร์มากๆ แบบๆ ได้เกรด 1 เกรด 1.5 มาตลอดจนถึง ม.6 ทั้งๆ ที่พี่เรียนสายวิทย์-คณิตมา เสียเงินไปกับการเรียนพิเศษกับสถาบันกวดวิชาต่างๆ นับแสนก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างแต่พี่ก็ยังห่วยอยู่ดี จนถึง ม. 6 ก่อนสอบหมอ 5 เดือนพี่ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคยโง่เลขคนหนึ่งแต่ตอนนี้เขาเก่งมาก เขาแนะนำว่า ถ้าน้องเรียนคณิตศาสตร์มาถึงตอนนี้ไม่ง่าน้องจะอยู่ ม. 1 ม. 3 ม. 6 ก็เถอะค่ะ และไม่เข้าใจเลยหรือคิดว่าตัวเองโง่ มาดูวิธีกันค่ะ 1. ย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาคณิตศาสตร์ไล่มาตั้งแต่ อนุบาล 1 อนุบาล 2 อนุบาล 3 เลยค่ะ และก็อ่านเนื้อหา Read More …